เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 2

เชฟปากร้ายกับนักวิจารณ์ตัวแสบ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“ถ้าคิดว่าการหลบมามุมนี้จะทำให้รอดตัวไปได้... คุณคิดผิดถนัดค่ะ คุณนักวิจารณ์” ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย รินรดาแทบอยากจะยกศอกกระแทกเข้าชายโครงคนตัวสูงที่ถือวิสาสะต้อนเธอจนมุมอยู่หลังฉากกั้นห้องแต่งตัวของสถานีโทรทัศน์ กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟหนุ่มชื่อดังอย่างธันวา ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นสเปรย์เซ็ตผมและกลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมผู้ชายราคาแพง มันเป็นระยะห่างที่อันตรายเกินไป อันตรายเสียจนหัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับรัวเร็วจนน่าหงุดหงิด หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งการ์ดเตรียมปะทะฝีปากอย่างเคย มือเรียวบางยกขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ แม้เนื้อผ้าสูทราคาแพงจะกั้นขวางสัมผัสจากผิวเนื้อ แต่ความร้อนระอุจากตัวเขากลับแผ่ซ่านทะลุผ่านฝ่ามือจนเธอต้องเผลอขยับถอยหลัง—ทว่าด้านหลังกลับเป็นผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางให้หนีอีกแล้ว “ถอยไปค่ะ เชฟธันวา... รายการสดจะเริ่มในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า ฉันคิดว่าคุณควรเอาเวลาไปซ้อมควงตะหลิวมากกว่าจะมาเดินหาเรื่องแขกรับเชิญ” รินรดาเชิดคางขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตายาวทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาระ2แง่ระ2ง่าม นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นไปปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาปร็อกแก้มเนียนออกให้อย่างถือวิสาสะ การกระทำนั้นรวดเร็วและเป็นธรรมชาติเสียจนรินรดาตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน “ปากเก่งเหมือนในคอลัมน์เปี๊ยบเลยนี่คะ... ไม่สิ ตัวจริงเสียงดังและน่ารำคาญกว่าที่ตัวหนังสือพิมพ์บรรยายไว้เสียอีก” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าแหย่ ทว่าแววตาคู่คมกลับไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่พุ่งตรงมายังเธอราวกับนักล่ากำลังจ้องมองเหยื่อในกรง “ถ้าคิดว่าบล็อกเกอร์โนเนมอย่างฉันมันน่ารำคาญนัก ทำไมไม่ปฏิเสธรายการตั้งแต่แรกคะ เชิญฉันมาออกรายการคู่กันทั้งที่รู้ว่าเป็นคนเขียนบทความวิจารณ์ร้านคุณ... หรือว่าเชฟกลัวคำวิจารณ์จนต้องดึงคู่กรณีมาเชือดหน้ากล้องเพื่อกู้ชื่อเสียงกันแน่” รินรดาไม่ยอมแพ้ เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนไม่แพ้กัน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อ ธันวาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากขยับกว้างขึ้น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังพิจารณาชิ้นงานศิลปะชิ้นเอกที่ดื้อด้านที่สุดในโลก “ความมั่นใจนี่เป็นมรดกตกทอดมาจากครอบครัว หรือสร้างขึ้นมาเองเพื่อปกปิดความกลัวกันแน่ครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันติดปากพูดผิดไปหน่อย พอดีไม่ค่อยชินกับการต่อปากต่อคำกับเด็กสร้างกระแสเท่าไหร่” “นี่คุณ!” รินรดาหน้าตื่นด้วยความโกรธ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “ใครเด็กสร้างกระแสไม่ทราบคะ! บทความทุกบรรทัดที่ฉันเขียนมาจากลิ้นและประสบการณ์ของฉันเอง ไม่ได้นั่งเทียนเขียนเอาเงินเหมือนพวกบล็อกเกอร์รับจ้างรีวิวหรอกนะคะ!” “เหรอครับ... งั้นวันนี้เราคงต้องพิสูจน์กันให้เห็นจะจะหน้าจอแล้วล่ะว่า ‘ลิ้น’ ของคุณมันแม่นยำอย่างที่ปากว่า หรือเป็นแค่ความอคติของยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อที่อยากดังกันแน่” ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเปรอะเปื้อนพวงแก้มใส รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำสนิทที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างใน ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติด ตามด้วยเสียงตะโกนแจ้งเตือนจากทีมงานสาวหน้าตาตื่น “เชฟธันวาคะ! คุณรินรดาคะ! อีกสามนาทีเข้ารายการสดแล้วค่ะ ขอเชิญที่หน้าฉากด้วยค่ะ!” ธันวาผละตัวออกช้าๆ สายตาคมปลาบยังคงจดจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย เขายกมุมปากขึ้นยิ้มร้ายกาจอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินนวดมือออกจากห้องแต่งตัวไปอย่างไร้ความกังวล ทิ้งให้รินรดายืนกำหมัดหายใจหอบถี่อยู่ตามลำพัง “คนบ้า... เชฟปากเสีย นิสัยแย่ที่สุด!” รินรดาสบัดหน้าพรืด พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าและอารมณ์ให้เป็นปกติก่อนก้าวขาเดินตามออกไป แสงไฟสตูดิโอสว่างจ้าแยงตา ทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ทีมงานนับสิบชีวิตต่างหันมามองเป็นตาเดียว กล้องโทรทัศน์ตัวใหญ่หันเลนส์มาจับภาพพร้อมไฟสีแดงกะพริบเตือนว่า ‘ON AIR’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พิธีกรดำเนินรายการชายหนุ่มชื่อดังส่งยิ้มหวานให้กล้อง ก่อนจะกล่าวทักทายผู้ชมทางบ้านด้วยน้ำเสียงสดใส “สวัสดีท่านผู้ชมทุกท่านครับ! วันนี้ในรายการ ‘ศึกเชฟสะท้านจอ’ เรามีแขกรับเชิญสุดพิเศษที่บอกเลยว่าเดือดปุดๆ ยิ่งกว่าน้ำซุปในหม้อต้มยำ! พบกับเชฟอัจฉริยะผู้ไม่เคยประนีประนอมให้ใคร... เชฟธันวาครับ!” เสียงปรบมือดังสนั่นสตูดิโอ ธันวาก้าวออกมายืนยิ้มรับด้วยท่าทางสง่างามและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ รัศมีความเป็นมืออาชีพแผ่ซ่านออกมาจนละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว “และฝั่งตรงข้ามของเรา... เจ้าของปากกาพิฆาตที่ทำเอาวงการอาหารสั่นสะเทือน นักวิจารณ์สาวผู้ซ่อนตัวอยู่หลังนามปากกาปริศนา... คุณรินรดาครับ!” รินรดาสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก้าวเท้าฉับๆ ออกไปยืนฝั่งตรงข้ามกับเชฟหนุ่ม รอยยิ้มสุภาพถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างมืออาชีพ แม้ในใจจะอยากหยิบตะหลิวฟาดหน้าคนฝั่งตรงข้ามแค่ไหนก็ตาม ไฟในสตูดิโอกะพริบวูบวาบ บรรยากาศตึงเครียดโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องส่งทันทีที่ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันภายใต้กล้องโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดตรงไปยังผู้ชมหลายล้านคนทั่วประเทศ “ยินดีต้อนรับครับ คุณนักวิจารณ์... หวังว่าวันนี้คุณจะเตรียมลิ้นมาดีพอนะครับ” ธันวาเอ่ยทักทายผ่านไมโครโฟนติดปกเสื้อ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย รินรดาแค่นยิ้มหวานหยาดเยิ้มตอบกลับทันควัน หน้าจอโทรทัศน์สะท้อนภาพรอยยิ้มเฉือดเชือนที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล “ยินดีเช่นกันค่ะเชฟ... หวังว่าอาหารวันนี้จะอร่อยสมคำคุย ไม่ใช่ดีแต่ปากเหมือนคนทำนะคะ” เสียงฮือฮาจากทีมงานรอบสตูดิโอดังขึ้นเบาๆ พิธีกรหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อเห็นสงครามประสาทเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่าที่คิด ทว่าก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ จู่ๆ ไฟหลักในสตูดิโอก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องส่ง “เกิดอะไรขึ้นวะไฟดับ!?” เสียงทีมงานตะโกนโกลาหล ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบ รินรดารู้สึกถึงฝ่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธออย่างรวดเร็ว แรงดึงมหาศาลลากเธอให้พุ่งเข้าไปปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งอีกครั้งในมุมอับหลังโต๊ะทำอาหาร ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าต่ำที่ดังแทรกเสียงโกลาหลรอบตัว “อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าคุณกำลังตัวสั่นเพราะตกใจ” รินรดากลั้นหายใจนิ่งสนิท ดวงตาเบิกกว้างในความมืดเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วอุ่นที่ค่อยๆ ไล้เบาๆ บนหลังมือเธออย่างแผ่วเบา ทว่าลึกซึ้งเกินกว่าจะปฏิเสธได้ และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงทุ้มต่ำนั้นก็กระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ “เพราะความจริงแล้ว... ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายสั่นเวลาอยู่ใกล้คุณ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%