"ถ้าฝีมือระดับคุณเรียกว่าการทำอาหาร งั้นเด็กอนุบาลแถวบ้านฉันคงเปิดร้านมิชลินสามดาวได้ตั้งแต่ปีที่แล้วล่ะมั้งคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนของธันวาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องครัวสเตนเลสสตีลที่ระอุด้วยไอความร้อนจากเตา กลิ่นหอมของน้ำซุปที่ควรจะเย้ายวนใจ กลับกลายเป็นเครื่องประจานความล้มเหลว เมื่อชามกระเบื้องสีขาวสะอาดบรรจุของเหลวสีขุ่นข้นถูกดันกลับมาตรงหน้าของรินรดาด้วยปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือผ้า
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้สุดกำลัง มือบางกำช้อนสเตนเลสในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอมองหน้าเชฟหนุ่มผู้มีใบหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่าปีศาจ เขากำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองเธอราวกับกำลังพิจารณาผลงานศิลปะที่ขึ้นรา
"ซุปหัวหอมฝรั่งเศสพื้นฐานที่สุด แต่คุณกลับผัดหัวหอมจนไหม้เกรียม แถมยังใส่วายขาวเกินสัดส่วนจนความเปรี้ยวกลบ 'อูมามิ' (Umami) ทั้งหมดไปหมด... คุณใช้ความมั่นใจส่วนไหนมาเขียนวิจารณ์ร้านอาหารระดับท็อปของประเทศคะ คุณรินรดา" ธันวาเอ่ยต่อ น้ำเสียงเย้ยหยันแต่แฝงไปด้วยความจริงจังระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บใจยิ่งกว่าโดนตบหน้า
"มันก็แค่ซุปชามเดียว!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้แม้แต่นินทาเดียว "ฉันเป็นนักวิจารณ์อาหาร หน้าที่ของฉันคือชิมและวิเคราะห์รสชาติจากมุมมองของลูกค้า ไม่ใช่ลงมือยืนหน้าเตาเหงื่อตกเหมือนเชฟหุ่นยนต์แบบคุณ!"
"ถ้างั้นก็จงจำความอับอายในชามนี้ไว้ให้ดี" ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายเจือจางด้วยกลิ่นหอมสะอาดของสบู่และกลิ่นอายความร้อนจากเตาไฟโชยเข้าปะทะจมูก รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "เพราะถ้าคุณยังแยกแยะความแตกต่างระหว่าง 'ความผิดพลาด' กับ 'ศิลปะ' ไม่ออก ปากกาของคุณก็เป็นได้แค่เครื่องมือระบายอารมณ์ของคนขี้แพ้เท่านั้นแหละ"
คำพูดนั้นเฉียบคมเสียยิ่งกว่ามีดแล่ปลาในมือเขา รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความคับแค้นใจที่เถียงไม่ออก เธอยอมรับว่าเธอพลาด... พลาดเพราะตื่นตระหนกภายใต้สายตาจับผิดของเขา
ธันวาผละตัวออกไปอย่างไม่ใส่ใจ เขาคว้าทัพพีตักซุปชามนั้นเทลงถังขยะด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว ราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูลไร้ค่า "ไปทำมาใหม่ เริ่มต้นสับหัวหอมใหม่ตั้งแต่ศูนย์ จนกว่าคุณจะทำให้ฉันเห็นว่า 'ความหลงใหล' ในอาหารของคุณมันมีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือสวยหรูบนหน้ากระดาษ"
ห้องครัวกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นโครมครามด้วยความฮึดสู้ เธอสูดหายใจเข้าลึก and กวาดตามองวัตถุดิบที่เหลืออยู่บนเขียง มือบางหยิบมีดเชฟขึ้นมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะอันลุกโชน เธอจะทำให้เชฟปากร้ายคนนี้ต้องกลืนคำพูดตัวเองลงไปพร้อมกับซุปชามใหม่ของเธอให้ได้!
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ หยเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวย รินรดายังคงตั้งหน้าตั้งตาเคี่ยวซุปด้วยความพิถีพิถัน ทุกขั้นตอนถูกทำด้วยความระมัดระวังสูงสุดภายใต้การคุมเชิงของธันวาที่ยืนกอดอกมองอยู่ไม่ห่าง เขาไม่ได้เอ่ยปากด่าทอเพิ่ม แต่สายตาที่คอยจับผิดทุกการเคลื่อนไหวก็สร้างแรงกดดันมหาศาล จนกระทั่งกลิ่นหอมหวานนุ่มนวลของหัวหอมที่ถูกคาราเมลไลซ์อย่างพอดีลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว
เธอบรรจงตักซุปสีอำพันอุ่นๆ ลงในชาม วางขนมปังฝรั่งเศสปิ้งกรอบโปะด้วยชีส Gruyère แล้วนำไปเบิร์นไฟจนสีเหลืองทองสวยงาม ก่อนจะยื่นชามนั้นกลับไปให้เขาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
ธันวารับชามไป เขาใช้ช้อนตักซุปขึ้นมาชิมช้าๆ ดวงตาคมกริบหลับลงเพื่อซึมซับรสชาติ ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วพื้นที่ รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับรอฟังคำพิพากษาจากผู้พิพากษาไร้ความปรานี
เชฟหนุ่มลืมตาขึ้น ชำเลืองมองเธอนิ่งๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกของวันที่ทำเอาหัวใจของนักวิจารณ์สาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ก็... พอกินได้" เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "อย่างน้อยคุณก็ฉลาดพอที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดได้เร็วกว่าที่คิด"
รินรดาเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดสักชุดใหญ่ แต่ทว่า—
*กริ๊งงง!*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ควรจะปิดทำการไปแล้วดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาในเขตหวงห้ามของครัวหลังบ้าน โดยไม่สนใจป้ายห้ามเข้าแม้แต่น้อย
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นหันไปมอง พร้อมๆ กับที่รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของผู้มาเยือนยามวิกาล
"ธันวา! แกหนีงานหมั้นมาหลบอยู่ที่นี่เองเหรอวะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 5
เมนูจานแรกที่สั่งสอน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!