เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นลั่นสะเทือนกระจกบานใหญ่ในครัวสเตนเลสสตีลปลอดเชื้อ เม็ดฝนกระหน่ำซัดสาดใส่ตัวอาคารราวกับฟ้ากำลังจะรั่ว แต่ภายในพื้นที่จำกัดของห้องครัวปิดตายแห่งนี้ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับสภาพอากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคุณยังจับมีดผิดองศาแบบนั้นอีกครั้ง ฉันจะยึดใบประกาศนียบัตรนักวิจารณ์อาหารของคุณไปเผาทิ้งซะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดของธันวาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีเข้มคมกริบภายใต้กรอบคิ้วขมวดมุ่นจ้องมองท่อนแขนเนียนที่กำลังพยายามหั่นเนื้อปลาแซลมอนด้วยความเก้ๆ กังๆ รินรดาตวัดสายตากลับไปทันควัน ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่พร้อมจะท้าทายอำนาจมืดของเชฟใหญ่ได้ทุกวินาที
"ถ้าเชฟเทวดาอย่างคุณไม่ยืนหายใจรดต้นคอฉันอยู่แบบนี้ สมาธิฉันคงไม่กระเจิงจนหั่นปลาเละเป็นอาหารปลาหรอกค่ะ!" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันที่ทำเอาคนฟังถึงกับพ่นลมหายใจพรืดออกมาด้วยความหมั่นไส้
ธันวาขยับกายเข้าไปประชิดโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาทั้งกลิ่นแป้งขนมปังจางๆ กลิ่นซิกเนเจอร์โคโลญจน์ และความอบอุ่นจากร่างกายแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิดจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือหนาของเชฟหนุ่มเอื้อมมาทับบนหลังมือเรียวของเธอ ทาบฝ่ามือลงบนด้ามมีดสเตนเลสเนื้อดีอย่างมั่นคง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้แผ่นหลังของเธอบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"จับแบบนี้... นิ้วก้อยต้องประคองฐาน ปลายมีดทำมุมสี่สิบห้าองศา ไม่ใช่ทื่อทื่อเหมือนคนไม่มีแรงแบบนั้น" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่เปลือยทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาลุกชัน เธอนิ่งงัน สมองประมวลผลช้าลงไปถนัดตาเมื่อรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนมาจากคนด้านหลัง
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดทอนออกไปเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝนตกกระหน่ำข้างนอก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความมั่นใจและฝีปากกล้าที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขายังคงกุมมือเธอขยับไปตามจังหวะการแล่เนื้อปลาช้าๆ
"เข้าใจหรือยัง หูทวนลมหรือเปล่า ทำไมถึงดื้อด้านอย่างนี้นะรินรดา" ธันวาเอ่ยกระซิบเบาหวิว น้ำเสียงดุดันในตอนแรกเริ่มเจือความอ่อนโยนประหลาดที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุม
"ฉัน... ฉันไม่ได้ดื้อสักหน่อย แค่ยังไม่ชินต่างหากเล่า" เธอเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ พยายามเบี่ยงตัวหนีแต่พื้นที่เคาน์เตอร์ครัวกลับแคบลงถนัดตาเมื่อธันวาขยับวงแขนกักตัวเธอไว้กลายๆ ด้วยสัญชาตญาณ
จังหวะนั้นเองที่ความผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างไร้ความปรานี น้ำจากผักที่ล้างไว้ยังคงหยดลงบนพื้นกระเบื้องเคลือบมันวาว ทำให้รองเท้าส้นแบนของรินรดาลื่นไถลไปกับพื้นอย่างกะทันหัน เธออุทานลั่นด้วยความตกใจ ร่างบางหงายหลังล้มลงในพริบตา แต่ก่อนที่แผ่นกระแทกพื้นจะมาถึง ธันวาไวกว่า เขาทิ้งตัวลงโอบเอวบางของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง พร้อมกับที่ร่างหนาทั้งร่างล้มทับลงมาตามแรงโน้มถ่วง
โครม!
เสียงอุปกรณ์ครัวบางส่วนร่วงหล่นกระจาย แต่ไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาได้เท่ากับภาพที่เกิดขึ้นในวินาทีนี้ รินรดานอนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ โดยมีร่างสูงใหญ่ของธันวาทาบทับอยู่เหนือร่าง ปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวของเขาสัมผัสเฉียดกับแก้มเนียนของเธอโดยบังเอิญ ร่างกายแนบชิดกันแนบแน่นจนไร้ช่องว่าง ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
ดวงตาสีเข้มของธันวาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เขายันแขนข้างหนึ่งไว้กับพื้นข้างศีรษะของเธอเพื่อพยุงน้ำหนักตัว สายตาคมกวาดมองพินิจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู รินรดานิ่งค้าง เผลอมองริมฝีปากหยักที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก
"ทีนี้... ใครกันแน่ที่ซุ่มซ่าม" เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม ใกล้เสียจนรินรดาต้องหลุบตาลงต่ำเพราะไม่กล้าสบดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ธันวากลับไม่ได้ขยับตัวหนี เขายังคงค้างอยู่ในท่าทางล่อแหลมนั้น ปลายนิ้วเรียวที่เคยจับมีดเมื่อครู่เปลี่ยนมาปัดปอยผมที่เคลียแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้กำแพงในใจของรินรดาสั่นคลอน
แต่แล้ว... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเปราะบางที่สุด เสียงเคาะประตูกระจกด้านหน้าห้องครัวก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ตามมาด้วยเสียงไขกุญแจที่ดังแกร็ก!
ธันวาชะביก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจทันที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดันอกแกร่งของเขาออกสุดแรง
"ธันวา! อยู่ข้างในหรือเปล่า ลูกค้าวีไอพีมาถึงแล้วนะ... เฮ้ย!"
เสียงทุ้มคุ้นเคยของเพื่อนสนิทดังแทรกเข้ามาพร้อมกับการผลักประตูกระจกเปิดอ้าซ่าโดยไม่ทันตั้งตัว ผู้มาใหม่ยืนค้างเติ่งอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาเบิกโพลงอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นสภาพอันแสนชวนเข้าใจผิดของคนทั้งคู่ที่กองอยู่บนพื้นครัว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นและร่วมลุ้นไปกับความรู้สึกของธันวาและรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 11
ความผิดพลาดในคืนฝนตก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!