เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 14

วัตถุดิบจากบ้านเกิด

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
กลิ่นควันจากเตาถ่านปิ้งปลาหมึกย่างและกลิ่นหอมฉุนของเครื่องแกงใต้ที่ลอยอวลมาปะทะจมูก คือสิ่งแรกที่ดึงธันวาออกจากความเงียบงันในรถกระบะเก่าๆ คันนี้ เชฟหนุ่มผู้คุ้นเคยกับห้องครัวสเตนเลสเงาวับ อุณหภูมิห้องที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล และกลิ่นทรัฟเฟิลราคาแพง ขยับแว่นกันแดดราคาแพงขึ้นด้วยสีหน้าบ่งบอกความหงุดหงิดอย่างชัดเจน "นี่คุณ... จะพาฉันมาดัดนิสัย หรือจะพามาฆ่าแกงกันแน่เนี่ย" ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบระหว่างทางด้วยน้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยตามวิสัย ขณะกวาดสายตามองไปรอบตัวผ่านกระจกรถ รินรดาไม่ตอบทันที เธอหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าจอดใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างตลาดสดเทศบาลอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะดึงเบรกมือเสียงดัง *กริ๊ก* แล้วหันมาสบตาคนข้างๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ. "เชฟระดับมิชลินอย่างคุณ กลัวตลาดสดบ้านนอกซะแล้วหรือคะ?" เสียงหวานเอ่ยแซะอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "อย่าทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลานประหารสคะ เดินตามฉันมาดีๆ เถอะน่า รับรองว่าคุณจะได้วัตถุดิบที่ทำให้ตาสว่างจนลืมซอสฝรั่งเศสราคาแพงไปเลยล่ะ" พูดจบ หญิงสาวก็ผลักประตูลงจากรถโดยไม่รอฟังคำบ่นงึมงำของเชฟหนุ่มที่กำลังทำหน้ายุ่งยากใจอยู่เบื้องหลัง ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วก้าวเท้าลงเหยียบบนพื้นดินลูกรังปนคอนกรีตของตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยผู้คนจอแจ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตตลาด เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกแขก กลิ่นอายของวิถีชีวิต และความดิบเถื่อนของวัตถุดิบสดใหม่ก็พุ่งเข้าใส่ผัสสะของธันวาจนเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น สำหรับเขา ตลาดคือสถานที่สกปรกและวุ่นวาย แต่สำหรับรินรดา ที่นี่คือสนามเด็กเล่น "ทางนี้ค่ะ เชฟปากร้าย" รินรดาหันมาควชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของธันวาไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้เขาถูกฝูงชนที่กำลังเดินสวนทางกันเบียดจนพลัดหลง สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอทำให้ธันวาชะงักไปนิด หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเหลือบมองมือที่จับเสื้อตัวเองไว้ แล้วลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ไม่ต้องมาเนื้อosเนื้อตัวนะ ฉันเดินเองได้" เขาว่าเสียงแข็ง กลบเกลื่อนอาการประหม่าด้วยการเชิดหน้าขึ้น แต่ยอมเดินตามเธอไปแต่โดยดี รินรดาพาเขาเดินลัดเลาะผ่านแผงขายผักพื้นบ้านที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในตำราอาหารตะวันตกของธันวา เธอยื่นหน้าเข้าไปคุยหยอกล้อกับคุณยายขายผักใบเขียวหน้าตาใจดี ก่อนจะหยิบพืชชนิดหนึ่งขึ้นมาส่งให้ธันวาดู "รู้จักไหมคะว่านี่คืออะไร?" ธันวาปรายตามองวัตถุดิบหน้าตาประหลาดในมือเธอก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ "ใบยี่หร่า... ถึงฉันจะเติบโตในห้องครัวหรู แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันตาบอดจนแยกแยะพืชสวนครัวไม่ได้หรอกนะรินรดา" "โอ้โห เก่งจังค่ะตบมือให้" รินรดาปรบมือแปะๆ ประชดประชัน "แต่รู้ไหมคะว่าถ้าเอาเจ้านี่ไปผัดกับเนื้อน่องลายเคี่ยวจนเปื่อบน่ะ มันจะให้รสเผ็ดร้อนที่เคลียร์ความเลี่ยนในปากคุณได้ดีกว่าไวน์แดงราคาหลักหมื่นซะอีก" แววตาของหญิงสาวเวลากพูดถึงเรื่องอาหารมีความเปล่งประกายบางอย่างที่ทำให้ธันวาละสายตาไปไม่ได้ มันไม่ใช่ความลุ่มหลงแบบนักวิจารณ์ที่มองหาข้อบกพร่อง แต่เป็นความรัก ความเข้าใจ และความเคารพต่อวัตถุดิบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ธันวาเองก็กำลังตามหาและเกือบจะทำมันหล่นหายไปท่ามกลางชื่อเสียงและดาวมิชลิน ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงโซนขายอาหารทะเลสดๆ กลิ่นไอเค็มของทะเลจางๆ ลอยมาปะทะ กุ้งตัวโตและปูม้าเป็นๆ กำลังดิ้นอยู่ในกระจาดดึงดูดสายตาของเชฟหนุ่มได้ไม่น้อย ในที่สุด กำแพงความเย่อหยิ่งของธันกาก็เริ่มพังทลายลงทีละน้อยเมื่อเขาเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับที่มาของวัตถุดิบเหล่านี้ด้วยความสนใจจริงจัง "อันนี้รับมาจากชาวประมงพื้นบ้านกี่โมง?" ธันวาเอ่ยถามขึ้น ขณะจ้องมองปลาเก๋าตัวเขื่องที่ยังคงสดใหม่ "ตีสี่ค่ะ ทุกตัวว่ายน้ำอยู่ในอ่าวโน่น... สดพอจะทำให้เชฟเทวดาอย่างคุณยอมลดตัวลงมาทำเมนูชาวบ้านให้ฉันชิมสักจานไหมล่ะคะ?" รินรดาหันมาท้าทาย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมบางๆ ตามไรผมด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "ปากเก่งนักนะ... ถ้าฉันทำออกมาแล้วมันไม่อر่อยอย่างที่เธอโม้ เธอต้องยอมทำตามคำสั่งฉันหนึ่งอย่าง ตกลงไหม?" "ได้เลยค่ะ! แต่ถ้ามันอร่อยจนฉันยอมกราบฝีมือคุณ คุณต้องเลิกทำหน้าบึ้งใส่ฉันตลอดไป... Deal นะคะ?" รินรดายื่นมือเรียวเล็กออกมาเบื้องหน้า เพื่อทำข้อตกลง ธันวามองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือหนาไปจับกระชับรอยสัมผัสอุ่นร้อนนั้นแน่นโดยไม่ยอมปล่อยทันที นัยน์ตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางเสียงจอแจของตลาดสด ทว่าโลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนลงชั่วขณะ เคมีที่อัดแน่นไปด้วยความดื้อรั้นและแรงดึงดูดประหลาดแผ่ซ่านจนหัวใจของทั้งสองเต้นไม่เป็นจังหวะ "ตกลง" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมปลาบไหววับอย่างมีความหมาย "เตรียมตัวยอมแพ้ได้เลย ยัยนักวิจารณ์ปากกล้า" รินรดารีบดึงมือกลับเมื่อรู้ตัวว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงเกินไป เธอกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "งั้นก็รีบซื้อของแล้วกลับไปพิสูจน์ฝีมือที่ครัวบ้านฉันกันเถอะค่ะ เชฟ!" หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินนำต่อ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มคุ้นหูอย่างประหลาดก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับมือปริศนาที่เอื้อมมาแตะที่ไหล่ของรินรดาอย่างถือวิสาสะ "ริน... ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่นะ โลกกลมจังเลย" รินรดาร่างแข็งทื่อไปทันที สีหน้าที่เคยสดใสและมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นความซีดเผือดในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวาหันขวับไปมองชายแปลกหน้าผู้มาใหม่ด้วยแววตาคมกริบและบรรยากาศรอบตัวที่เย็นเยียบลงทันตาเห็น แล้วความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม เมื่อบุคคลที่สามผู้ก้าวเข้ามาในเวลานี้ คือคนที่รินรดาพยายามหนีหน้ามาตลอดชีวิต... และเป็นอดีตที่ธันวาไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้เจอ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%