เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 4

ความล้มเหลวที่คาดหวัง

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงกระแทกของส้นรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นสตูดิโออัดเสียงอย่างจังหวะจะโคน ทว่าไร้ซึ่งความสุนทรีย์ใดๆ มันคือเสียงเดินที่ประกาศชัดถึงความเดือดดาลของโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ไม่เคยปล่อยให้โน้ตตัวใดหลุดรอดไปจากกรอบมาตรฐานที่เขากำหนด คณินยืนกอดอกอยู่หน้าแผงควบคุมเสียง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง สายตาสีเข้มหลังกรอบแว่นสายตาจดจ้องร่างระหงของนักร้องสาวที่ยืนอยู่หลังกระจกกันเสียง เรย์รินกำลังเคาะนิ้วลงกับขาไมโครโฟนอย่างอารมณ์ดี ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องอัดเมื่อครู่ไม่ใช่ความพินาศระดับสิบาริกเตอร์สำหรับคนทำงานเพลง "เอาใหม่ครับ เรย์ริน" เสียงทุ้มต่ำผ่านไมโครโฟนสื่อสารกังวานเข้าไปในหูฟังของเธอ น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมโทสะ "ท่อนฮุกเมื่อกี้ โน้ตตัวสุดท้ายคุณแ랫 (Flat) ไปเกือบครึ่งเสียง... และที่สำคัญที่สุด อารมณ์เพลงมันควรจะเป็นความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ไม่ใช่การร้องเหมือนคนเพิ่งกินส้มตำรสจัดแล้วลิ้นชา" เรย์รินเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย เธอยกหูฟังข้างหนึ่งออก ปลดปล่อยรอยยิ้มยั่วเย้าที่มุมปาก ส่งผ่านกระจกใสไปให้คนที่ยืนหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้าม "อ้าวเหรอคะ... เอ้ย... ครับ" เรย์รินแกล้งแก้คำพูดด้วยท่าทีลอยหน้าลอยตา เธอจงใจทำเสียงสูงต่ำผิดเพี้ยน "ฉันนึกว่าอารมณ์เพลงยุคนี้มันต้องมีความเซอร์เรียล สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางสังคมเสียอีกค่ะ... เอ้ย... ครับคุณโปรดิวเซอร์" คณินสูดหายใจเข้าลึกจนอกเสื้อสูทแนบกระชับกับแผ่นอกกว้าง เขากดปุ่มพูดคุยอีกครั้ง "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะครับ เรย์ริน เราทำงานกันมาสามวันแล้ว คุณน่าจะรู้ว่าผมเกลียดความไม่มืออาชีพมากที่สุด โน้ตตัวเมื่อครู่ ถ้าเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายยังโดนคัดชื่อออกเลย แต่นี่คือคุณ... ศิลปินเบอร์ต้นที่แฟนเพลงคาดหวัง" คำว่า 'คาดหวัง' ทำเอาดวงตากลมโตของเรย์รินไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความรู้สึกต่อต้านที่ฝังรากลึกในใจถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้งเหมือนแผลเก่าที่ถูกกดทับ เธอเกลียดคำนี้ เกลียดกรอบเกณฑ์ที่คนอื่นขีดเส้นไว้ให้เดิน เกลียดความสมบูรณ์แบบที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณของคณิน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของหญิงสาวทอประกายดื้อรั้นขึ้นมาทันที ในเมื่อเขาอยากได้ความสมบูรณ์แบบนัก เธอก็จะจัด 'ความล้มเหลว' แบบพรีเมียมให้เขาชิมลางเสียหน่อย "อ๋อ... ความคาดหวังเหรอคะ" เรย์รินพึมพำเบาๆ กับไมโครโฟน โดยที่คณินยังคงได้ยินชัดเจน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม "งั้นเดี๋ยวจัดให้ตามคำขอเลยค่ะ... เอ้ย... ครับท่านโปรดิวเซอร์" สัญญาณไฟสีแดงหน้าห้องอัดสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ดนตรีแบ็ค킹แทร็กบรรเลงขึ้นด้วยจังหวะบีบคั้นอารมณ์ ทว่าทันทีที่เสียงร้องของเรย์รินเปล่งออกมา คณินก็ถึงกับนิ่วหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เรย์รินตั้งใจร้องเพี้ยนอย่างจงใจ เธอเลือกใช้เทคนิคการเปล่งเสียงที่แหบแห้งอย่างไร้การควบคุม ลากเสียงยาวในท่อนที่ควรจะสั้น และตัดจบห้วนๆ ในท่อนที่ควรจะกังวาน ราวกับคนเพิ่งหัดร้องคาราโอเกะในวงเหล้าเถื่อน ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังใส่ลูกเอื้อนประหลาดๆ ที่ทำเอาเพลงบัลลาดซึ้งกินใจกลายเป็นเพลงตลกคาเฟ่ไปในพริบตา ปง! คณินตบมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขากดปุ่มตัดสัญญาณเสียงทันที ใบหน้าหล่อเหลาบบึ้งตึงจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกริบุกด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ชายหนุ่มผลักประตูห้องควบคุมเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องอัดเสียง แรงปะทะของอารมณ์คุกรุ่นจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว เรย์รินยังคงยืนพิงขาไมโครโฟน สีหน้าลอยชายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเสมองเพดานทำทีเป็นสนใจรอยต่อของแผ่นซับเสียง "เรย์ริน!" คณินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับขาตั้งไมโครโฟน "คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่? สนุกมากใช่ไหมที่ทำให้งานของทีมพังไม่เป็นท่า?" เรย์รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องแอบสูดหายใจลึก แต่สีหน้ายังคงไว้ซึ่งความกวนประสาทขั้นสุด "อ้าว โกรธเหรอคะ... เอ้ย... ครับ" เรย์รินแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อจนน่าหมั่นไส้ "ก็คุณบอกเองว่าอยากได้ความรู้สึกแท้ๆ แบบดิบๆ ไม่ใช่เหรอ? เมื่อกี้ฉันใส่จิตวิญญาณแห่งความขบถลงไปเต็มที่เลยนะ ดีไซน์เสียงแบบ Post-Modern อะไรงี้ คุณไม่เก็ทเองต่างหากเล่า" "โพสต์โมเดิร์นบ้าน M สิครับ!" คณินเผลอสบถออกมาด้วยความเหลืออด ปกติเขาคือโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้รักษาภาพลักษณ์สุภาพบุรุษและสุขุมนุ่มลึกมาตลอดชีวิตการทำงาน แต่นางร้ายหน้าหวานตรงหน้านี้กลับดึงด้านดิบเถื่อนในตัวเขาออกมาได้อย่างง่ายดายอย่างไร้เหตุผล "นั่นมันเสียงร้องของคนเพิ่งโดนถอนฟันคุดมาต่างหาก! คุณจงใจแกล้งผมใช่ไหม เรย์ริน?" "ใครจะไปกล้าแกล้งโปรดิวเซอร์มือหนึ่งผู้ทรงเกียรติกันล่ะคะ" เธอเน้นเสียงคำว่า 'ค่ะ' และ 'คะ' แบบลากยาวเพื่อกวนอารมณ์เขาเล่นโดยเฉพาะ ทั้งที่รู้ตัวว่าเผลอหลุดคำผู้หญิงออกมา แต่เธอก็ไม่คิดจะแก้ไข เพราะอยากเห็นคนตรงหน้าสติหลุดมากกว่านี้ "ฉันก็แค่... ร้องตามความรู้สึกที่มันไหลเวียนอยู่ในหัวตอนนั้นเท่านั้นเอง หรือว่าหูทองคำของคุณรับความจริงไม่ได้ ว่าเพลงนี้มันไม่ได้ดีเลิศเลออย่างที่อวยไว้?" คณินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโกรธและ... ความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ดื้อด้านและพยศแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่เธอเชิดหน้าเถียง ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับส่องประกายมีชีวิตชีวาเสียจนเขารู้สึกใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด "คุณคิดว่าตัวเองแน่มากใช่ไหม ที่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาคอยขัดขวางทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้นมา?" คณินโน้มใบหน้าลงต่ำจนหน้าผากเกือบจะชนกับเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน เรย์รินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวระรัวจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงมัน "คุณเกลียดความคาดหวังนักไม่ใช่เหรอ... งั้นเรามาลองเดิมพันกันดูไหมล่ะ" เรย์รินขยับตัวถอยหนีไม่ได้อีกแล้วเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องอัดที่บุด้วยโฟมกันเสียง คณินใช้มือข้างหนึ่งยันผนังไว้ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ ไดอะล็อกและท่าทีที่เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดมาเป็นความใกล้ชิดกะทันหันทำให้เธอตั้งรับไม่ทัน "เดะ... เดิมพันอะไรของคุณ?" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาความแข็งกร้าวในน้ำเสียงไว้ให้ได้มากที่สุด "ฉันไม่เล่นด้วยหรอกนะ ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ... เอ้ย!" "ถ้าคุณยังร้องห่วยแตกแบบนี้อีกรอบ..." คณินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีของโปรดิวเซอร์... วิธีที่ทำให้คุณไม่มีทางลืมท่อนฮุกนี้ไปตลอดชีวิต" เรย์รินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... แกร็ก! เสียงเปิดประตูห้องควบคุมด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของ 'ภาคิน' ผู้บริหารหนุ่มใหญ่ของค่ายเพลงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง โดยมีผู้จัดการส่วนตัวของเรย์รินเดินหน้าซีดตามหลังมาติดๆ "อ้าว คณิน เรย์ริน ประชุมกันถึงไหนแล้วล่ะ เพลงเสร็จทันเดดไลน์พรุ่งนี้—" ภาคินชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เรย์รินถูกคณินกักตัวไว้ชิดผนังในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ และแววตาที่คณินใช้มองเธอมันไม่ใช่สายตาของโปรดิวเซอร์กับศิลปินทั่วๆ ไปเลยแม้แต่น้อย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังสุริยัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%