เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 5

บทเพลงที่ไม่มีใครเข้าใจ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเพลงนี้" น้ำเสียงของเรย์รินเย็นเยียบจนเกือบเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมที่มักฉายแววท้าทายโลกใบนี้มาโดยตลอด บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นจากหลุมศพทางความรู้สึก ในห้องอัดเสียงที่เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ คณินยืนกอดอกพิงแผงควบคุมมิกซ์เสียง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาหลังกรอบแว่นสายตาราคาแพงคมกริบราวน์ใบมีดโกนที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกข้ออ้างของเธอให้ขาดวิ่น "ผมเป็นโปรดิวเซอร์ของคุณนะครับ เรย์ริน และหน้าที่ของผมคือการดึงศักยภาพสูงสุดที่คุณพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้กำแพงติสต์แตกนั่นออกมา" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง ทุ้มต่ำและทรงพลังจนน่าโมโห "ไม่ใช่เพลงที่ผมอยากแตะ... แต่เป็นเพลงที่คุณต่างหากที่กำลังหนีมัน" "ฉันไม่ได้หนี!" เรย์รินตบโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์เกินมนุษย์ ความสูงของเธอที่ว่าได้มาตรฐานเมื่อเทียบกับผู้หญิงทั่วไป กลับดูตัวเล็กถนัดตาเมื่อต้องยืนเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวโปรดิวเซอร์หนุ่มสายเนี้ยบคนนี้ "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเพลงนั้นบ้าง? คุณก็แค่ผู้ชายที่เกิดมาพร้อมกับช้อนเงินช้อนทอง ใช้ชีวิตตามตำราเป๊ะๆ ทุกบรรทัด ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าความเจ็บปวดจากการถูกบังคับให้เป็นในสิ่งที่เกลียดมันเป็นยังไง!" คณินไม่สะทกสะท้านกับคำกล่าวหา เขาสกาวก้าวเดินช้าๆ ออกมาจากหลังแผงควบคุม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ค่อยๆ ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดสดชื่นเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟคั่วชั้นดีปะทะเข้ากับนาสิกของเรย์ริน ทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธ กลับเริ่มรวนเรด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด "ผมอาจจะไม่รู้ว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง..." คณินโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก "แต่ผมรู้ว่าเพลง 'เศษเสี้ยวความฝัน' ที่คุณแต่งขึ้นเมื่อห้าปีก่อน แล้วถูกสั่งห้ามเปิดในอัลบั้มแรก... มันคือตัวตนที่แท้จริงของคุณ เรย์ริน คุณเกลียดมันเพราะมันทำให้คุณอ่อนแอ หรือคุณเกลียดมันเพราะมันพูดความจริงที่คุณไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเองกันแน่?" คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจดำ เรย์รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกลงไปทันที มือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด เธอพยายามจะถอยหลังหนี แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับกระจกห้องอัดอย่างไร้ทางหนีทีไล่ "คุณมันใจร้าย... คณิน" เสียงของเธอแผ่วเบaลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี "ผมไม่ได้ใจร้าย ผมแค่ซื่อสัตย์กับงาน" คณินยื่นมือออกไป นิ้วเรียวยาวแตะลงบนปุ่มเปิดไมโครโฟนในห้องบันทึกเสียง เสียงคลิเบาๆ ดังขึ้น แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของเรย์รินราวกับเสียงอสุนีบาต "ร้องซะ... ร้องเพลงนั้นให้ผมฟังด้วยความรู้สึกจริง ๆ ของคุณ ไม่ใช่ในฐานะศิลปินที่ชื่อเรย์ริน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อยู่ข้างใน" "ฉันไม่ทำ!" "ถ้าคุณไม่ทำ... ผมจะถือว่าคุณยอมแพ้ และเราจะฉีกสัญญาโปรดิวเซอร์วันนี้ทันที" คณินยื่นคำขาด น้ำเสียงเฉียบขาดไร้ซึ่งความลังเล เรย์รินเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอปฏิเสธแล้วเดินหนีออกไปจากที่นี่เสีย แต่ลึกๆ ในใจ ความทิฐิและบางสิ่งที่ค้างคามานานนับปีกลับเรียกร้องให้เธอพิสูจน์บางอย่างให้ผู้ชายคนนี้เห็น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง สะบัดหน้าหนีสายตาคุกคามนั้น แล้วเดินก้าวเข้าไปในห้องอัดเสียงด้วยฝีเท้าหนักหน่วง ประตูกระจกหนาปิดลง กั้นกลางระหว่างโลกของเขากandโลกของเธอ คณินมองผ่านกระจกใส เห็นหญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลตัวเล็ก แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบโครงหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและร่องรอยความเจ็บปวด เธอสวมหฟัง ปิดตาลงชั่วขณะเพื่อรวบรวมสติ ขณะที่เขากดปุ่มบันทึกเสียงและส่งสัญญาณมือให้เธอเริ่ม โน้ตดนตรีตัวแรกบรรเลงขึ้นอย่างเปราะบางผ่านหูฟัง มันคือทำนองที่เธอเคยแต่งขึ้นในคืนที่มืดมนที่สุดของชีวิต เรย์รินลืมตาขึ้น เปล่งเสียงร้องออกมาโน้ตแรก เสียงของเธอกังวาน ทุ้มนุ่ม และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทุกคำร้อง ทุกตัวโน้ตที่เธอพ่นออกมา มันไม่ใช่การร้องเพลงตามเทคนิค แต่มันคือการกรีดร้องทางวิญญาณที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องอัด คณินยืนนิ่งสนิท มือที่วางอยู่บนแผงควบคุมลืมขยับ ดวงตาคมกريบมองภาพหญิงสาวเบื้องหน้าที่กำลังถ่ายทอดความเปราะบางออกมาอย่างไร้ที่ติ หัวใจของโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้เยือกเย็นกลับเต้นแรงผิดจังหวะอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในชีวิต เสียงเพลงดำเนินมาถึงท่อนฮุกสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดพีคที่อารมณ์พุ่งทะยานสูงสุด เรย์รินหลับตาลง น้ำตาหยดใสไหลรินผ่านแก้มเนียนอย่างเงียบงัน แต่เสียงร้องของเธอกลับทรงพลังและบาดลึกจนหัวใจคนฟังแทบสลาย ในวินาทีที่เสียงสุดท้ายค่อยๆ เงียบลง ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนกังวานเบาๆ ในห้องอัด คณินยังคงยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบอันหนักอึ้งนี้— *ปัง!* ประตูด้านนอกห้องควบคุมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ "ภาคิน" ผู้บริหารค่ายเพลงหนุ่มใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาดุดันกราดมองมาที่คณินก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา "หยุดการบันทึกเสียงบ้าๆ นี่เดี๋ยวนี้! ใครอนุญาตให้เธอร้องเพลงนี้?!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังสุริยัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%