"ถ้าคุณยังเคาะนิ้วจังหวะเพี้ยนแบบนี้อีกแค่ครั้งเดียว ผมจะถือว่าโปรเจกต์นี้เป็นโมฆะ... เรย์ริน"
น้ำเสียงของคณินราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องอัดเสียงระดับท็อปของค่าย ความกดดันในอากาศพุ่งสูงจนแทบจะควบแน่นเป็นหยดน้ำ โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้สวมแว่นกรอบทองทรงเหลี่ยมขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์คู่คมกวาดมองหน้าจอมอนิเตอร์แสดงผลคลื่นเสียงที่บิดเบี้ยวอย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะกดอินเตอร์คอมพูดออกไปด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
ในห้องบันทึกเสียงฝั่งตรงข้าม เรย์รินถอดหูฟังออกข้างหนึ่ง เธอยืนพิงกระจกใสด้วยท่าทางสบายๆ ชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย มือเรียวยาวถือแท็บเล็ตแกว่งไปมาอย่างไม่สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากอีกฟาก ประกายตาของนักร้องสาวสายติสต์เต็มไปด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อยกับการล่มสลายของเซสชันบันทึกเสียงรอบที่ห้า
"โมฆะเลยเหรอคะ... เอ้ย, ครับ?" เรย์รินแกล้งเปลี่ยนสรรพนามกะทันหัน รอยยิ้มมุมปากของเธอยียวนกวนประสาทจนเส้นเลือดข้างขมับของคณินกระตุก "พูดจาใจร้ายจังเลยนะคะ โปรดิวเซอร์คณิน คนเขากำลังอินกับอารมณ์เพลงอยู่แท้ๆ คุณดันเอาไม้บรรทัดมาวัดความรู้สึกซะงั้น"
"ดนตรีไม่ใช่เรื่องของอารมณ์เพ้อเจ้ออย่างที่คุณเข้าใจ มันคือคณิตศาสตร์ คือเวลา และคือความสมบูรณ์แบบ" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเรียบร้อยก้าวออกจากห้องควบคุม ตรงไปยังประตูห้องอัดเสียงด้วยฝาดก้าวที่หนักแน่นและรีบเร่ง "และคุณกำลังทำลายมันด้วยความเอาแต่ใจของตัวเอง"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่ปะทะกันในสตูดิโอแห่งนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เซฟโซนอันสงบสุขของคณินถูกรุกล้ำด้วยความติสต์แตกของเรย์ริน ชีวิตการทำงานอันไร้ที่ติของเขาก็ปั่นป่วนราวกับพายุทอร์นาโด แต่ปัญหาในวันนี้มันรุนแรงกว่าทุกครั้ง จังหวะดนตรีที่ควรจะเข้าล็อกในวินาทีที่สามสิบห้ากลับเหลื่อมล้ำไปเสี้ยววินาที เพียงเพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที... เรย์รินจงใจโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้หูเขาเกินความจำเป็น แล้วกระซิบประโยคท้าทายสติหลุดโลก
*“โปรดิวเซอร์ขา... หน้าบึ้งแบบนี้ ระวังแก่เร็วนะคะ”*
คำกระซิบนั้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย ทำเอาสมาธิที่สะสมมาทั้งวันของคณินพังทลายลงในพริบตาเดียว ส่งผลให้โน้ตตัวถัดมาพังไม่เป็นท่า และเขาก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองได้มากขนาดนี้
ประตูห้องอัดเปิดผางออก คณินก้าวเข้ามาประชิดตัวเรย์รินอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นอายความเป็นระเบียบและเยือกเย็นของโปรดิวเซอร์หนุ่มปะทะเข้ากับกลิ่นความเซอร์และอิสระเสรีของนักร้องสาว บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็นราวกับมีเปลวเพลิงไร้รูปร่างล้อมรอบตัวทั้งคู่ไว้
เรย์รินแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทายระคนขบขัน เธอไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อสายตาดุคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"มองใกล้ๆ แบบนี้แล้ว... คุณดูเครียดเกินไปจริงๆ นะคณิน" เรย์รินจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วยวน ปลายนิ้วเรียวเล็กค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขา จัดมันให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ "ผ่อนคลายซะบ้างเถอะน่า เพลงมันถึงจะออกมามีชีวิตชีวา ไม่ใช่แข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์ใส่สูทแบบที่คุณเป็นอยู่"
คณินนิ่งค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่รดรินอยู่บริเวณปลายคางทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือน เขารู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างทุกครั้งที่ปลายนิ้วเรียวนั้นสัมผัสโดนผิวเนื้อ แม้จะเป็นเพียงแค่ปกเสื้อก็ตาม แต่นี่คือการทำงาน! นี่คือสตูดิโอระดับประเทศ! และเขาคือโปรดิวเซอร์มืออาชีพที่ต้องรักษาภาพลักษณ์!
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นรวบข้อมือของเรย์รินไว้ทันควัน บีบกระชับพอเหมาะไม่ให้เธอขยับหนีไปไหน สายตาคมกราบกรานมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ นั้น
"คุณคิดว่านี่คือเกมเล่นสนุกสินะ เรย์ริน" คณินกดเสียงต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความอดกลั้น "คุณกำลังล้อเล่นกับความทุ่มเทของคนอื่น ล้อเล่นกับเวลา และ... ล้อเล่นกับความอดทนของผม"
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่กำลังช่วยให้คุณตาสว่างต่างหาก" เรย์รินพยายามดึงข้อมือกลับ แต่แรงบีบของเขากลับมั่นคงเสียจนเธอทำได้เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ถ้าคุณไม่มัวแต่เอาแต่มองนาฬิกา แล้วหันมามองความรู้สึกของคนร้องจริงๆ คุณอาจจะเข้าใจเพลงนี้มากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้นะ... โปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ"
คำพูดนั้นแทงใจดำคณินเข้าอย่างจัง เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของตัวเองคือความยึดติดในกฎเกณฑ์ และเรย์รินก็เก่งกาจเหลือเกินในการขุดคุ้ยจุดอ่อนนั้นขึ้นมาขยี้ซ้ำๆ จนเขาแทบเสียศูนย์
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองชั่วครู่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นของคนทั้งคู่ เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างรุนแรงจนบรรยากาศในห้องอัดอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แปลกประหลาด มันเป็นความอึดอัดที่ชวนให้ใจเต้นแรงและร้อนรุ่มในอกอย่างบอกไม่ถูก
คณินจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ตีรั้นกันในอก ทั้งอยากจะเอ่ยปากดุให้สำนึก และทั้งอยากจะทำลายความถือดีนั้นด้วยวิธีที่รุนแรงยิ่งกว่าคำพูด...
ทว่า ในวินาทีที่คณินกำลังจะโน้มใบหน้าลงไปเพื่อปิดกั้นเสียงเถียงน่ารำคาญนั้นให้เงียบลงด้วยวิธีของตนเอง ประตูห้องควบคุมด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสๆ ของผู้จัดการส่วนตัวที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมพิโรธนั้นจนย่อยยับ
"พี่คณินคะ! เรย์ริน! แย่แล้วค่ะ! ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราในห้องอัดหลุดออกไปข้างนอกแล้ว ตอนนี้หน้าตึกมีนักข่าวมาออกันเพียบเลยค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังสุริยัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 6
รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!