เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 10

ความเงียบที่น่าอึดอัด

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกปลดออกจากแฟ้มสะท้อนก้องกังวานในสตูดิโอ 3 มิติ มันไม่ใช่เสียงที่น่ารื่นรมย์นักในความรู้สึกของคณิน ในเมื่อเวลานี้เขากำลังต้องการความเงียบเพื่อจัดระเบียบความคิดที่กระจัดกระจายราวกับเศษกระจกแตก แต่สิ่งที่เขากลับได้รับคือความเงียบงันชนิดที่ชวนให้หายใจไม่ออกต่างหาก ประกาศิตจากบอสใหญ่แห่งค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เพิ่งถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง พร้อมกับโจทย์ชิ้นมหึมาที่ประกาศกร้าวว่า "ข่าวดี" ของพวกเขานั้น แท้จริงแล้วคือการลื้อโครงสร้างอัลบั้มทั้งหมดที่ใช้เวลาขัดเกลากันมาครึ่งค่อนปีทิ้งลงถังขยะ แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ด้วยคอนเซปต์ที่ยังไม่มีใครมองเห็นภาพชัดเจน นอกจากคำสั่งสั้นๆ ว่า *“ทำให้มันขายได้และตลาดต้องว้าว”* คณินขมวดคิ้วจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเป็นจังหวะรัวเร็วเพื่อระบายความหงุดหงิด สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงค้างหน้าโปรแกรมมิกซ์เสียงเพลงไตเติลที่เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ มันคือความสมบูรณ์แบบในเชิงทฤษฎีที่เขาภาคภูมิใจ แต่วันนี้... มันไร้ค่าไปเสียแล้ว ตรงข้ามกับเขา เรย์รินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม เธอไม่ได้เอ่ยคำบ่นออกมาสักคำตั้งแต่ออกจากห้องประชุมใหญ่ แต่ท่าทางการกอดอกแน่นและดวงตากลมโตที่จ้องมองไปยังผนังห้องอย่างไร้จุดหมาย ก็เพียงพอแล้วที่จะบ่งบอกว่าไฟในตัวเธอกกำลังลุกโชนด้วยความอัดอั้นตันใจไม่แพ้กัน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มระต้นคอคลอเคลียอยู่กับกรอบหน้าคมคายที่วันนี้ดูไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอางจัดจ้าน ปล่อยให้ความธรรมชาติขับเน้นความดื้อรั้นในตัวออกมาอย่างเด่นชัด "เลิกทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสักทีได้ไหมครับ คุณโปรดิวเซอร์" สุ้มเสียงติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ เรย์รินปรายตามองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อน "ผมไม่ได้ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก" คณินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนทนาเย็นชาแต่เจือแววประชดประชัน "ผมแค่กำลังใช้ความคิด... ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเหมือนคุณจะหลงลืมวิธีใช้มันไปชั่วขณะหลังได้ยินประกาศจากผู้บริหาร" "อุ๊ย ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" เรย์รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบหันมาสบตากับเขาตรงๆ "จะให้ฉันดี๊ด๊าร่าเริงร่าเริงกระโดดโลดเต้นท่ามกลางซากศพของเพลงที่ฉันทุ่มเทแต่งมันด้วยหยาดเหงื่อหรือไงคะ? คุณคณิน คนเพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างคุณไม่รู้สึกเจ็บปวดบ้างเลยเหรอที่งานครึ่งปีต้องมลายหายไปในพริบตาเดียวเพราะข้ออ้างเรื่องเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนไปรายวินาที" "ความเจ็บปวดไม่ได้ช่วยให้อัลบั้มนี้เสร็จทันกำหนดเส้นตายเดือนหน้าครับ" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอนั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนบรรยากาศเริ่มระอุ "สิ่งที่ผมคิดอยู่ตอนนี้คือเราจะแก้เกมอย่างไรต่างหาก ไม่ใช่มานั่งตีอกชกตัวโทษฟ้าโทษฝนเหมือนเด็กอมมือ" "นี่คุณว่าฉันเป็นเด็กอมมือเหรอ!" เรย์รินดีดตัวลุกขึ้นยืนตาม แรงอารมณ์ทำให้เธอเผลอขยับเข้าไปใกล้เขาเสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัญชาตญาณดิบของคนทั้งคู่ปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่จำกัด ความโกรธและความอึดอัดที่สะสมมาตลอดทั้งวันกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี "ถ้าฉันเป็นเด็กอมมือ คุณก็คงเป็นหุ่นยนต์โปรแกรมอัตโนมัติไร้หัวใจที่วันๆ คิดแต่เรื่องตัวเลข กราฟยอดสตรีม และความเป๊ะปังจนน่าสะอิดสะเอียน!" คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าเนียนที่อยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของหญิงสาวปะทะเข้ากับผิวแก้มของเขา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นอายความเซอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเรย์รินลอยละลิ่วเข้ามาเตะจมูก ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ เคมีบางอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกลับทำงานอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วจนน่าตกใจ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามดึงสติกลับมาด้วยการใช้มาดเยือกเย็นเข้าสู้ แต่ทว่าแววตาระยิบระยับที่อีกฝ่ายส่งกลับมา มันกลับท้าทายกำแพงในใจของเขาให้พังทลายลงทีละน้อย "ถ้าผมเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจจริง..." คณินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่จงใจยั่วเย้าให้เธอเสียอาการ "ผมคงสั่งให้คุณเก็บกระเป๋าแล้วไสหัวกลับบ้านไปตั้งนานแล้วครับ โดยไม่ต้องมาทนยืนเถียงกับศิลปินอารมณ์ศิลปินที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งแบบนี้" เรย์รินสูดหายใจเข้าลึก ปอดของเธอพองโตด้วยความโกรธกริ้ว แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ความรู้สึกที่ถูกสายตาคู่นั้นสะกดไว้ราวกับตกอยู่ในวังวน และยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่ที่ร่างกายเจ้ากรรมดันไม่ยอมขยับถอยหลังหนี "ปากดีนักนะ..." เธอพึมพำเสียงเบา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "คิดว่าตัวเองฉลาดและเหนือกว่าคนอื่นอยู่ตลอดเวลาสินะคะ" "ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร..." คณินตอบเสียงพร่า สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนกลับขึ้นมาสบตากับดวงตาสีเข้มคู่นั้นอีกครั้ง "แต่ถ้าเรายังเถียงกันเรื่องไร้สาระนี้ต่อไป ผมเกรงว่าเราคงไม่ได้เริ่มทำเพลงใหม่กันพอดี" "งั้นก็เริ่มสิคะ!" เรย์รินสวนกลับทันควันด้วยความดื้อรั้น "ถ้าแน่จริง คุณก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าไอ้สมองอัจฉริยะของโปรดิวเซอร์มือหนึ่งแบบคุณ จะทำเพลงใหม่ที่ว่าออกมาให้มันเจ๋งกว่าเดิมได้ยังไง โดยที่ยังเหลือตัวตนของฉันเอาไว้ ไม่ใช่กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ป็อปพาณิชย์ดาษๆ" คณินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตาเธอนิ่งนานราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงจนเยือกเย็น แต่หัวใจของทั้งสองกลับร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผา ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทันได้เอ่ยคำพูดตัดพ้อหรือท้าทายอะไรออกไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดและช่วงเวลาอันตรายระหว่างพวกเขาทั้งคู่ลงทันที *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* "คุณคณินครับ! คุณเรย์รินครับ!" เสียงตะโกนจากผู้ช่วยหนุ่มหน้าตาตื่นดังทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดที่กำลังจะถูกผลักเปิดออก "แย่แล้วครับ! มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ห้องอัดแล้วครับ ตอนนี้เขากำลังตรงมาที่นี่...!" เรย์รินผละถอยหลังออกจากคณินอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ขณะที่คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองบานประตูที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดกว้างเผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามา... *** ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่สนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมาครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%