เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 13

รอยยิ้มที่หาได้ยาก

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดที่เพิ่งสัมผัสปอยผมของเธอยังคงทิ้งไออุ่นจางๆ ไว้บนผิวแก้ม คณินชักมือกลับราวกับคนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากตำราเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ของตัวเอง โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ไม่เคยปล่อยให้ทุกอย่างหลุดจากตรรกะและความควบคุม กลับยืนนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะ สายตาคมกริบหลุบมองพื้นเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนที่ฉายชัดอยู่ในแววตา เรย์รินเองก็กระแอมเบาๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง หัวใจของเธอยังคงเต้นโครมครามดังสนั่นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน บรรยากาศรอบตัวในห้องอัดเสียงที่เคยอึดอัดด้วยแรงกดดันเรื่องงาน บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาด "ผม... หมายถึงเส้นผมของคุณมันบังโน้ตบนกระดาษต่างหากล่ะครับ" คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความราบเรียบกลับมาให้มากที่สุด ทว่าปลายเสียงกลับติดขัดเล็กน้อยอย่างที่คนเจ้าระเบียบไม่ควรจะเป็น เรย์รินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีที่เห็นอาการเก้ๆ กะๆ ของโปรดิวเซอร์หนุ่มสายเนี้ยบ ปากบอกว่าเรื่องงาน แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นฟ้องความจริงเสียยิ่งกว่าอะไร "อ๋อเหรอคะ... เอ๊ย! หมายถึง อ๋อเหรอครับ คุณโปรดิวเซอร์" เรย์รินจงใจลากเสียงยาวพร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามกระทันหันเพื่อหยอกเย้า "นึกว่านึกครึ้มอะไรอยากจะแปลงร่างเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวให้ฉันเสียอีก" คณินหันขวับกลับมามองค้อนเธอทันที ดวงตาคมดุฉายแววเคืองนิดๆ ที่ถูกจับไต๋ได้ "อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะเรย์ริน เวลาทำงานเราไม่ควรเอาเรื่องนอกเรื่องมาปะปนกัน และที่สำคัญ... เลิกทำตัวนอกกรอบแล้วตั้งใจฟังโน้ตท่อนฮุกที่ผมเพิ่งแก้ให้ซะ" "ก็ฉันเป็นคนแบบนี้แหละค่ะ... อ๊ะ! เป็นคนแบบนี้นี่นา" เรย์รินรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นสายตาพิฆาตส่งตรงมาจากอีกฝ่าย เธอหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี "จะให้มาร้องเพลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกแบบคุณ คลื่นสมองของฉันคงพากันประท้วงหยุดงานพอดี" "ศิลปินที่ดีต้องมีความยืดหยุ่นและวินัยครับ ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์นำทางชีวิตจนคนอื่นต้องตามเช็ดตามล้างให้ตลอดเวลา" คณินสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายพ่นออกมาด้วยความเร็วและน้ำเสียงที่จริงจังตามสไตล์คนรักความสมบูรณ์แบบ "แต่วินัยของคุณมันกำลังจะฆ่าความสดใหม่ของเพลงนี้อยู่นะคะ... เอ๊ย! คุณคณิน!" เรย์รินเท้าสะเอวมองหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เพลงนี้มันคือเรื่องราวของการแหกกฎกรอบเดิมๆ ไม่ใช่เพลงสวดมนต์ในโบสถ์ ถ้าฉันต้องร้องด้วยเสียงเป๊ะๆ ไร้ชีวิตชีวาแบบที่คุณต้องการ ไปจ้าง AI ร้องไม่ดีกว่าเหรอคะ ประหยัดค่าตัวแถมไม่ต้องมานั่งเถียงกันด้วย" คำพูดประชดประชันของนักร้องสาวสายติสต์ทำให้คณินถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขากอดอกแน่น สายตาจ้องเขม็งไปยังร่างบางที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้า ปกติแล้วเขาเกลียดที่สุดคือคนที่ไม่เคารพเวลาและระบบระเบียบที่เขาวางไว้ แต่ไม่รู้ทำไม... กับผู้หญิงคนนี้ ทุกครั้งที่เธอเถียงกลับด้วยท่าทางดื้อรั้นแบบไม่เกรงกลัวใคร มันกลับไม่ได้ทำให้เขาอยากไล่ออกไปให้พ้นหน้าเหมือนที่เคยทำกับศิลปินคนอื่นๆ กลับกัน... มันมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เขาอยากต่อปากต่อคำกับเธอไม่รู้จบ "ถ้า AI ร้องเพลงนี้ได้ดีเท่าคุณ ผมคงจ้างไปนานแล้วโดยไม่ต้องมาปวดหัวยืนเถียงกับคุณอยู่ตรงนี้หรอกครับ" คณินย้อนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงัก เรย์รินกะพริบตาปริบๆ ความตั้งใจที่จะเถียงต่อหายวับไปกับตา ประโยคเมื่อครู่มันคล้ายกับการชมกลายๆ หรือเธอกำลังหูฝาดไปเอง? นักร้องสาวมองหน้าโปรดิวเซอร์หนุ่มอย่างพยายามจับผิดพิรุธ ทว่าใบหน้าคมคายนั้นยังคงนิ่งขรึมเช่นเคย แม้ว่าดวงตาคู่คมจะไหววูบไปเล็กน้อยก็ตาม "อุ๊ย... นี่ชมกันเหรอคะเนี่ย?" เรย์รินเปลี่ยนท่าทีทันที รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งไปให้พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด "โปรดิวเซอร์จอมเนี๊ยบปากแข็งอย่างคุณ พูดคำชมออกมาแต่ละที สงสัยคงต้องบันทึกเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐานความมหัศจรรย์แห่งปีเลยมั้งคะ" "ผมไม่ได้ชมครับ ผมแค่พูดตามข้อเท็จจริงทางดนตรีต่างหาก" คณินรีบปฏิเสธเสียงแข็ง รีบเบือนหน้าหนีสายตาแพรวพราวที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปอีกรอบเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "ค่ะๆ ข้อเท็จจริงก็ข้อเท็จจริง" เรย์รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเธอดังขึ้นใกล้เสียจนคณินต้องเหลือบกลับมามอง "แต่เมื่อกี้... สีหน้าของคุณตอนปฏิเสธมันดูตลกเป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม" "ตลกตรงไหนครับ? ผมเป็นโปรดิวเซอร์มืออาชีพ สีหน้าของผมมีไว้เพื่อควบคุมคุณภาพงาน ไม่ใช่เรื่องตลกคาเฟ่" คณินตอบเสียงเข้ม พยายามรักษามาดเคร่งขรึมเอาไว้เต็มที่ "นั่นแหละค่ะที่ตลก!" เรย์รินกลั้นขำไม่ไหวอีกต่อไป เธอยกมือขึ้นปิดปากพลางหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องอัด "เวลาที่คุณจริงจังมากๆ จนคิ้วขมวดเป็นปมเนี่ย มันดูเหมือน... เหมือนคุณกำลังคิดว่าโลกใบนี้จะแตกสลายถ้าโน้ตตัวเมื่อกี้เพี้ยนไปแค่ฮาล์ฟโทนเดียว ทั้งที่จริงๆ แล้วโลกมันก็ยังหมุนต่อได้สบายมาก แถมเพลงมันอาจจะเพราะกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นั่นแหละ!" คณินยืนนิ่ง มองภาพหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังหัวเราะร่าเริงอย่างไม่มีห่วงภาพลักษณ์ ดวงตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับ รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวย และเสียงหัวเราะที่สดใสจนทำให้บรรยากาศรอบตัวที่เคยอึมครึมพลอยสว่างไสวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจและไร้การปรุงแต่งแบบนี้... นานแค่ไหนแล้วที่ชีวิตอันแสนสมบูรณ์แบบและเป็นระเบียบเรียบร้อยของเขา ถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะที่ไม่ได้มาจากความสำเร็จตามเป้าหมายในตารางงาน ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปลายมุมปากของคณินกระตุกขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ความพยายามที่จะรักษามาดนิ่งขรึมพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อความตลกขบขันในคำพูดของเรย์รินซึมซับเข้าสู่ความรู้สึก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของโปรดิวเซอร์หนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง... รอยยิ้มที่หลุดออกมาจากใจจริงโดยไม่มีข้อแม้ทางตรรกะใดๆ มาขวางกั้น เรย์รินที่กำลังหัวเราะอยู่ ชะงักกึกไปทันทีเมื่อหันมาเห็นภาพนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง สมองของเธอหยุดประมวลผลไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคณิน ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและไร้อารมณ์ขันที่สุดในวงการเพลง ยามที่เขายิ้ม... บรรยากาศรอบตัวกลับอบอุ่นและทรงพลังยิ่งกว่าแสงสุริยันยามเที่ยงวันเสียอีก "คุณ... เมื่อกี้คุณ..." เรย์รินกระซิบเสียงแผ่ว หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกเขาสัมผัสเส้นผมเสียอีก "คุณยิ้มเหรอ?" คณินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอแสดงด้านที่อ่อนโยนออกไป เขารีบหุบยิ้มฉับพลันทันที สีหน้ากลับมาเรียบตึงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาคู่คมกลับซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่มิด "หูฝาดไปแล้วครับเรย์ริน ตั้งสติแล้วไปร้องท่อนฮุกใหม่ได้แล้ว เวลาพักหมดแค่นี้..." โปรดิวเซอร์หนุ่มเอ่ยเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า และกำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะมิกซ์เสียง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเท้า เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ขัดจังหวะทุกอย่างลงในทันที *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูกระจกห้องอัดถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และคำพูดประโยคแรกที่หลุดออกจากปากของแขกผู้มาเยือน ก็ทำให้บรรยากาศที่กำลังหวานชื่นต้องดิ่งวูบลงสู่ความตึงเครียดในพริบตา "คุณคณินครับ! แย่แล้วครับ! คลิปวิดีโอเบื้องหลังการซ้อมเมื่อวานหลุดออกไปในโลกออนไลน์แล้วครับ ตอนนี้แฮชแท็กชื่อคุณกับเรย์รินกำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่ง ชาวเน็ตกำลังถล่มยับเพราะเข้าใจผิดว่าพวกคุณกำลัง..." ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์หยุดพูดกลางคัน หันไปมองหน้าคณินสลับกับเรย์รินด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขณะที่คณินขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะโหมกระหน่ำใส่โปรเจกต์นี้ *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" นะครับ*
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%