เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 12

ตัวตนที่ซ่อนไว้

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงประตูห้องอัดเสียงที่กระแทกเปิดผางอย่างแรงเมื่อครู่ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าบรรยากาศตึงเครียดที่ควรจะปะทุขึ้น กลับถูกแช่แข็งเอาไว้ด้วยสีหน้าซีดเผือดของผู้มาเยือนใหม่ ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ฝึกงานยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงกรอบประตู ปลายนี้วมือชี้ค้างไปยังโถงทางเดินด้านนอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบถסתออกจากเบ้า ราวกับเพิ่งไปเห็นวิญญาณร้ายกลางวันแสกๆ "คุณ... คุณคณินครับ รีบออกไปดูข้างนอกเถอะครับ ทางผู้บริหารระดับสูงกับ... กับคุณอาภาภรณ์ มาถึงสตูดิโอแล้วครับ!" คำว่า *'คุณอาภาภรณ์'* ทำเอาอากาศรอบตัวของคณินเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว โปรดิวเซอร์หนุ่มสายเนี้ยบขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาสีเข้มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยเกราะป้องกันความรู้สึกที่หนาเตอะ เขาปรายตามองไปยังเรย์รินที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอัดด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันทีเช่นกัน "พวกเขามีธุระอะไร ทำไมถึงมาป่านนี้" คณินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตูม แต่กลับทรงพลังและกดดันเสียจนผู้ช่วยหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง "ผม... ผมไม่ทราบครับ แต่สีหน้าของคุณอาภาภรณ์ดูไม่ดีเอาเสียเลย เหมือนว่าพวกเขารู้เรื่องที่เรากำลังรื้อโปรเจกต์เพลงนี้ใหม่แล้วครับ..." คณินถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่งอย่างนึก rũa รำคาญ เขาปรายตามองนาฬิกาข้อมือราคาแพง เข็มทุกเข็มยังคงเดินหน้าอย่างเที่ยงตรง ทว่าจังหวะชีวิตของเขากลับกำลังถูกปั่นป่วนด้วยเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอนไม่เว้นแต่ละวัน "นายอยู่ที่นี่ ดูแลความเรียบร้อย อย่าเพิ่งให้ใครเข้ามาซุ่มซ่ามในห้องควบคุมอีก" คณินหันไปสั่งผู้ช่วยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากห้องอัดเสียงไป โดยไม่ลืมที่จะหันกลับมามองเรย์รินที่ยืนอยู่หลังกระจกบานใส สายตาสองคู่ประสานกันชั่วเสี้ยววินาที ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดจากริมฝีปากของทั้งคู่ แต่แววตาของคณินที่ส่งผ่านมานั้นเต็มไปด้วยความนัยบางอย่าง ราวกับจะบอกให้เธอ 'รออยู่ตรงนี้' ห้ามหนีหายไปไหนเด็ดขาด ประตูห้องอัดปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้เรย์รินตกอยู่ในความเงียบงัน ร่างบางในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้ม เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความอึดอัดที่สะสมมาตลอดทั้งวันกดทับลงบนบ่าจนรู้สึกหนักอึ้ง ปมปัญหาเรื่องครอบครัวและความคาดหวังที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอด กลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยดึงรั้งเธอไว้ไม่ให้บินไปไหนได้ไกลอย่างที่ใจฝัน เรย์รินยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองอย่างหงุดหงิด สมองอันฟุ้งซ่านของศิลปินสาวกำลังทำงานหนัก เสียงถกเถียงและแรงกดดันจากโลกภายนอกสะท้อนก้องอยู่ในหัวจนน่าปวดหัว เพื่อเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นอยู่ในอก เรย์รินจึงตัดสินใจเอ่ยปากฮัมเพลงออกมาเบาๆ *“...กรงขังที่เธอสร้างไว้... งดงามและปลอดภัยเพียงใด... แต่ปีกคู่นี้เกิดมาเพื่อบินไกล... แม้ต้องแลกด้วยรอยแผลเป็นก็ตามที...”* น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในท่อนสุดท้าย เนื้อร้องและทำนองที่แต่งสดขึ้นมาตามอารมณ์นั้นสะท้อนความรู้สึกเจ็บปวดและโดดเดี่ยวออกมาอย่างหมดเปลือก มันเป็นบทเพลงที่เธอไม่เคยร้องให้ใครฟัง และไม่เคยคิดจะบันทึกมันลงในอัลบั้มไหน เพราะมันคือความจริงอันเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจของเธอ เรย์รินหลับตาลง ปล่อยให้เสียงดนตรีในจินตนาการโอบกอดความอ้างว้างของตัวเองไว้ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... แกร็ก... เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นเบาๆ แทบไม่ได้ยิน แต่ความเงียบงันภายในห้องกลับทำให้มันเด่นชัดขึ้นมา เรย์รินลืมตาโพรงขึ้นทันที ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อหันไปพบว่าประตูห้องอัดที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านนอก กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ไม่ใช่ผู้ช่วยฝึกงานคนเดิม แต่เป็นคณิน โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้เจ้าระเบียบ ที่เวลานี้ เนคไทไหมพรมสีเข้มถูกคลายออกหลวมๆ กระดุมเม็ดบนปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง และที่สำคัญที่สุดคือ... แววตาคมกริบคู่นั้น ที่กำลังจ้องมองตรงมายังเธอ นิ่งสนิท ทว่าล้ำลึกเกินกว่าจะคาดเดาความรู้สึกได้ คณินยืนพิงกรอบประตู นิ่งเงียบราวกับรูปปั้นหินอ่อน เขายืนฟังบทเพลงสะท้อนความในใจของเธอตั้งแต่ท่อนแรกจนถึงท่อนสุดท้าย โดยที่เรย์รินไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย หัวใจของศิลปินสาวกระตุกวูบ ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างไม่รู้ตัว เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยร้าวบนใบหน้า พร้อมกับเอ่ยเสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "ใครอนุญาตให้คุณเปิดเข้ามา... แล้วคุณเลิกประชุมกับพวกผู้ใหญ่จอมบงการพวกนั้นเร็วนักหรือไง ถึงได้มีเวลามาเดินตามสอดแนมคนอื่นฮัมเพลงเล่น" คณินไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาสกาวก้าวเท้าเข้ามาในห้องช้าๆ ฝีเท้าหนักแน่นแต่มั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ ทว่าแววตาที่ทอดมองเธอกลับไม่มีร่องรอยของความเกรี้ยวกราด หรือความรำคาญใจอย่างที่เคยเป็น มีเพียงความเงียบงัน... และความหมายล้ำลึกที่บีบคั้นหัวใจคนมองจนแทบหยุดหายใจ "เพลงเมื่อครู่..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่เคยคุยกัน จนเรย์รินต้องขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ "นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของคุณสินะ... เรย์ริน" เรย์รินชะงักกึก เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างคนจนมุม จ้องมองโปรดิวเซอร์หนุ่มที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นไหวรุนแรงขึ้นไปอีก "มันก็แค่เพลงแต่งเล่นแก้เซ็ง อย่าใส่ใจเลยน่า คุณคณิน" เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์ม แต่มือเรียวที่กำชายเสื้อฮู้ดแน่นจนยับยู่ยี่กลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะมองทะลุผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต "ผมไม่ได้ใส่ใจแค่เพลง..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบa ทว่าชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ "แต่ผมกำลังสนใจ... เจ้าของเพลงนี้ต่างหากล่ะครับ" บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกสูบออกจนหมดสิ้น ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเข้าหากันในระยะที่ใกล้เสียจนหัวใจเต้นโครมครามดังแข่งกันเอง เรย์รินเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของคณินเอื้อมมือขึ้นมา... ค่อยๆ เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธอออกอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมอย่างไม่เคยทำมาก่อน หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและใจเต้นไปกับบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%