เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 14

เดดไลน์ที่น่าหวาดหวั่น

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
แผ่นกระดาษรายงานสถานะโปรเจกต์ที่สั่นเทาอยู่ในมือของฝ่ายประสานงาน คือใบมรณะบัตรดีๆ นี่เองครับ "พูดใหม่อีกทีซิครับ... สัปดาห์หน้าอะไรนะ?" คณินทวนคำ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกที่กดดันจนห้องประชุมแทบไร้อากาศหายใจ ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใจเย็นหยุดชะงักลงทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องไปยังผู้ช่วยโปรดิวเซอร์หนุ่มที่ตอนนี้เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนหลังเสื้อชุ่มโชก "ผ...ผอ.ฝ่ายบริหารเพิ่งโทรมาแจ้งด่วนที่สุดครับคุณคณิน" เสียงนั้นสั่นพร่า "เนื่องจากสปอนเซอร์รายใหญ่ขอเลื่อนตารางการเปิดตัวอัลบั้มให้เร็วขึ้นจากเดิมสองเดือน... ดังนั้น เดดไลน์ส่งมอบมาสเตอร์เพลงทั้งหมดและมิวสิกวิดีโอตัวเต็ม จึงถูกบีบเข้ามาเหลือแค่เจ็ดวันนับจากวันนี้ครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังยังฟังดูน่ารำคาญ เจ็ดวัน... กับงานที่ต้องใช้เวลาทำอย่างประณีตอีกร่วมสองเดือน มันคือเรื่องตลกที่ไม่มีใครขำออกแม้แต่คนเดียวครับ คณินขมวดคิ้วแน่นจนสันจมูกย่นเข้าหากัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะโหมกระหน่ำใส่โปรเจกต์นี้ เขาคุมงานมาเป็นสิบปี ไม่เคยมีครั้งไหนที่คำว่า "เป็นไปไม่ได้" จะเด่นชัดเท่านี้มาก่อน ครืน! เสียงเก้าอี้ไม้สักถูกผลักถอยหลังด้วยแรงอารมณ์ เรย์รินที่นั่งไขว่ห้างฟังเงียบๆ มานานผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววพยศและขุ่นเคืองอย่างชัดเจน เธอกอดอกแน่น ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของศิลปินสาวผู้รักอิสระและเกลียดการถูกบงการชีวิต "ตลกแล้ว!" เรย์รินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิดระคนเย้ยหยัน "เจ็ดวันเนี่ยนะ? พวกเขาคิดว่าฉันเป็นโรงงานผลิตไส้กรอกหรือไงที่จะได้กดปุ่มแล้วปั๊มเพลงออกมาทีละเป็นสิบๆ เพลง งานศิลปะนะเว้ย ไม่ใช่วางแผงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!" "คุณเรย์รินครับ โปรดควบคุมอารมณ์ด้วย" คณินหันไปปราดมองด้วยสายตาดุๆ ทว่าแฝงความเหนื่อยล้า "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาประชดประชันสถานการณ์ เราต้องมาคิดหาทางออกร่วมกัน" "ทางออก?" เรย์รินหันขวับมาจ้องหน้าโปรดิวเซอร์หนุ่มทันที ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงแห่งความทิฐิ "คุณนั่นแหละที่เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหว่า งานทุกชิ้นต้องเพอร์เฟกต์ ไร้ที่ติ และผ่านการกลั่นกรองอย่างพิถีพิถัน แล้วตอนนี้จะให้ฉันยัดเยียดงานลวกๆ ออกไปให้คนฟังเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ! ฉันไม่ทำเด็ดขาด!" "ถ้าคุณไม่ทำ แล้วใครจะรับผิดชอบค่าปรับมหาศาลและชื่อเสียงของค่ายที่จมดิ่งลงเหวเพราะความอินดี้ของคุณล่ะครับ?" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำ Iced Americano ที่สาดใส่หน้าเพื่อเรียกสติ "อย่าเอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้งสครับเรย์ริน โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบความติสต์ของคุณคนเดียว" "นี่คุณ!" เรย์รินก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะประชุม ร่างเพรียวบางโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา "ปากคอเราาะร้ายแบบนี้ สมแล้วล่ะที่เป็นมนุษย์หุ่นยนต์ไร้หัวใจ! คุณไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของคนทำเพลงหรอก คุณสนแค่ตัวเลขในตาราง Excel เท่านั้นแหละ!" "ถ้าผมสนแค่ตัวเลข ผมคงปล่อยให้คุณพังโปรเจกต์นี้ไปนานแล้วครับ ไม่มานั่งปวดหัวแก้ปัญหาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้คุณอยู่แบบนี้หรอก" ไดอะล็อกเชือดเฉือนพุ่งชนกันราวกับประกายไฟกระทบน้ำมัน บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นจนคนอื่นๆ ในห้องประชุมต้องพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวว่าจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของพายุอารมณ์ระหว่างโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบกับนักร้องสาวสายพยศคู่นี้ คณินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เขายอมรับว่าเรย์รินมีอิทธิพลต่อความดันโลหิตของเขามากเกินไปจริงๆ ในยามปกติเขาคือชายหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึก แต่พอมาเจอฤทธิ์เดชของแม่ศิลปินสาวคนนี้ทีไร กำแพงความเยือกเย็นเป็นอันต้องพังทลายลงทุกที เขามองใบเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ แพขนตางอนหนาที่ไหวระริก และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น แม้จะกำลังหัวเสียสุดขีด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... เสน่ห์ยามที่เธอดื้อรั้นและต่อสู้เพื่อสิ่งที่รักนั้น ช่างดึงดูดสายตาอย่างประหลาด "โอเค..." คณินผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ "ในเมื่อพวกเราไม่มีทางเลือกอื่น..." เขากดถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วคลึงขมับเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอตรงๆ "ถ้าคุณต้องการงานที่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของคุณ และผมต้องการงานที่ทันเดดไลน์ตามคำสั่งของบริษัท... เราคงเหลือทางเลือกเดียว" เรย์รินขมวดคิ้ว ปรับสีหน้าด้วยความระแวง "ทางเลือกอะไรของคุณ?" "ขังตัวเองไว้ที่นี่ด้วยกันตลอดเจ็ดวันเต็ม" คณินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบจริงจัง "คุณแต่งเพลงและร้อง ส่วนผมจะรีมิกซ์และโปรดิวซ์ให้จบแบบเรียลไทม์ ไม่มีการออกไปไหน ไม่มีการรับแขก ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น..." สิ้นคำพูดนั้น เรย์รินถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "ห๊ะ?! คุณบ้าไปแล้ว or what? ให้ฉันติดแหง็กอยู่กับคุณสองต่อสองในสตูดิโอแคบๆ นี่ตลอดเจ็ดวันเนี่ยนะ? ฉันยอมตายดีกว่า!" "ตามใจคุณครับ" คณินยักไหล่ช้าๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยียวนกวนประสาทที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุภาพ "ถ้าคุณยอมเสียค่าปรับสิบล้านแล้วเดินออกจากบริษัทไป... เชิญตามสบายเลยครับ" "คุณ...!" เรย์รินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ อยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนหยิ่งยโสตรงหน้าสักทีสองทีให้หายแค้น ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบนั้นเอง... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหันไปมองเป็นตาเดียว "ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ "พอดีผมได้ยินว่าโปรเจกต์นี้กำลังวิกฤต... สนใจให้ผมเข้ามาช่วยแจมด้วยสักคนไหมครับ?" คณินชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน ส่วนเรย์รินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจระคนโล่งอก --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%