"ถ้าคุณยังเดินก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะบิ๊ตแรกของฮุก ผมจะถือว่าโปรเจกต์นี้จบลงตรงนี้ และเชิญคุณไปหาโปรดิวเซอร์คนอื่นที่ยอมให้คุณร้องเพลงเพี้ยนตามอารมณ์ติสต์แตกได้เลยครับ, เรย์ริน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนเย็นเยียบของคณินดังขึ้นกลางสตูดิโออัดเสียงที่เงียบกริบ แว่นตาทรงเหลี่ยมกรอบบางถูกปลายนิ้วเรียวยาวดันขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์คู่นั้นไม่ได้มีความลังเลเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือสายตาของนักล่าที่จ้องมองเหยื่อในกรง ซึ่งในที่นี้คือตัวเธอเอง... นักร้องสาวเจ้าของเสียงร้องทรงพลังที่ตอนนี้กำลังกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
เรย์รินสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกบางกระเพื่อมไหว ความรู้สึกอึดอัดระคนหงุดหงิดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอเกลียดกฎเกณฑ์ เกลียดความเป๊ะปังไร้ชีวิตชีวา และเกลียดที่สุดคือผู้ชายจอมเผด็จการที่ยืนกอดอกตีหน้าขรึมอยู่หลังกระจกกันเสียงคนนั้น แต่เมื่อกวาดตามองตารางงานที่เหลือและสัญญามหาโหดที่ค้ำคออยู่ เธอก็ทำได้แค่กลืนก้อนความโกรธลงคอไปอย่างไม่เต็มใจนัก
"ก็ได้... ฟังอยู่ได้ยินแล้วค่ะ... เอ้ย! ได้ยินแล้วครับ!" เรย์รินเผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาด้วยความคุ้นชิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วเข้มของคนหลังกระจกกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ
"ระวังเรื่องคำพูดและความเป็นมืออาชีพด้วยครับ คุณเรย์ริน ความอดทนของผมไม่ได้มีไว้ใช้เปลืองกับคนที่มีอีโก้สูงเกินเบอร์" คณินพูดใส่ไมโครโฟน เสียงของเขาลอดผ่านลำโพงสตูดิโอออกมาด้วยโทนเสียงที่นิ่งสนิท แต่กลับทรงพลังพอจะทำให้คนฟังอยากจะคว้าไมค์ขว้างใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด
เรย์รินแค่นหัวเราะในลำคอ เธอสะบัดหน้าใส่กระจกครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความต่อต้าน ก่อนจะปรับลมหายใจเข้าออกตามจังหวะที่โปรดิวเซอร์หนุ่มจอมเจ้าระเบียบขีดเส้นตายไว้ ร่างเพรียวในชุดฮู้ดตัวโคร่งขยับยืนเข้าใกล้ไมโครโฟนอีกครั้ง ดวงตากลมโตคู่สวยหลับลงเพื่อปรับโฟกัสอารมณ์ แม้ในใจจะอยากพ่นไฟใส่หน้าผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่เธอก็รู้ดีว่าถ้างานนี้พัง คนที่จะสะใจที่สุดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบรรดาคนรอบตัวที่คอยรอสมน้ำหน้าเธออยู่ต่างหาก
เมื่อดนตรีอินโทรลอยวนเข้ามาในหูฟัง เรย์รินเลือกที่จะพักความพยศไว้ชั่วคราว เธอผ่อนลมหายใจ ปรับจังหวะการก้าวเท้าให้สอดคล้องกับบิ๊ตแรกตามที่อีกฝ่ายต้องการอย่างจำยอม แม้ทุกย่างก้าวจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนกองไฟที่แผดเผาความอิสระของเธอก็ตาม
เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวเริ่มเปล่งออกมาจากลำคอระหง ทว่าครั้งนี้มันถูกควบคุมด้วยกรอบกติกาที่คณินเป็นคนวางไว้ ความดิบเถื่อนที่เคยมีถูกเจียระไนให้เข้ารูปเข้ารอยอย่างน่าประหลาด เสียงของเธอดังก้องผ่านแผงควบคุมเสียงในห้องสตูดิโอ บ่งบอกถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด แม้เจ้าตัวจะทำหน้าบูดบึ้งเหมือนคนอมยาขมระหว่างร้องอยู่ก็ตาม
ทางด้านคณินที่นั่งไขว่ห้างอยู่หน้ามอนิเตอร์ สายตาคมกริบจับจ้องคลื่นเสียงบนหน้าจอและเรือนร่างระหงที่ขยับตามจังหวะเพลงอย่างไม่ละสายตา มุมปากหยักลึกได้รูปยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไร้ร่องรอย เขายอมรับในใจ... แม้ผู้หญิงคนนี้จะดื้อรั้นและควบคุมยากเสียยิ่งกว่าพายุฝนกลางฤดูร้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังงานที่เธอปลดปล่อยออกมาเมื่อยอมทำตามกรอบที่เขาวางไว้ มันกลับสร้างความสมบูรณ์แบบชนิดที่หาตัวจับยากในวงการเพลงยุคนี้
จังหวะเพลงดำเนินมาถึงท่อนฮุกสำคัญ เรย์รินรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อไม่ให้พลาดข้อแม้แม้แต่นิดเดียว เธอตวัดสายตามองลอดกระจกใสไปยังผู้ชายคนที่นั่งไขว่ห้างวางมาดอยู่ด้านนอก แววตาท้าทายและดื้อรั้นฉายชัดผ่านความมืดสลัวของห้องอัด เหมือนจะบอกเป็นนัยว่า *'ฉันทำตามที่คุณต้องการแล้วไง พอใจหรือยัง คุณโปรดิวเซอร์จอมเผด็จการ!'*
คณินรับรู้ถึงสายตานั้นได้อย่างชัดเจน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินช้าๆ ออกจากห้องควบคุม เข้ามาเปิดประตูห้องอัดเสียงแล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาร่างบางที่เพิ่งร้องเพลงจบประโยคสุดท้ายพอดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา
เรย์รินถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อร่างสูงใหญ่ของคณินหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้เหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มจนคนตัวเล็กถึงกับเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ... สำหรับคนที่ไม่ยอมคนอย่างคุณ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิดจนน่าใจหาย ปลายนิ้วเรียวของคณินเอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกลงบนหน้าผากเนียนของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
เรย์รินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับการกระทำที่เกินขอบเขตของคนตรงหน้า สมองที่เคยฉับไวและมีคำตอบโต้กลับพรั่งพรูอยู่เสมอกลับว่างเปล่าลงอย่างกะทันหัน ความใกล้ชิดที่ระอุไปด้วยเคมีอันตรายนี้ทำให้เธอพูดไม่ออก ได้แต่ยืนแข็งทื่อ ปล่อยให้สายตาคมปลาบของโปรดิวเซอร์หนุ่มตรึงเธอไว้กับที่ราวกับถูกสะกดจิต
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังระอุจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องอัดจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้จัดการส่วนตัวของเธอเองที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ
"เรย์! แย่แล้ว! ข่าวหลุดเรื่อง... เอ่อ... ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 15
ก้าวแรกของความร่วมมือ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!