เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ•ตอนที่ 2

นัดแรกที่พังไม่เป็นท่า

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะดึงสัดส่วนดนตรีตรงนั้นลงอีกสองเดซิเบลเพื่อเอาใจตลาดมหาชน ผมว่าเราจบโปรเจกต์นี้กันตรงนี้เลยดีกว่าครับ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุดดังขึ้นก้องห้องอัดเสียงสี่เหลี่ยมบุซับเสียงอย่างดี แรงกดอากาศรอบตัวดูเหมือนจะลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก คณิน ในชุดสูทลำลองสีเทาเข้มที่ถูกรีดเรียบกริบไร้รอยยับ ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมเสียง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนขึ้นสันกราม แววตาหลังกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกความติสต์แตกให้แหลกคามือ ตรงข้ามกับเขา เรย์ริน ในเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่งและกางเกงยีนส์ขาดวิ่น กำลังลุกพรวดขึ้นจากโซฟากำมะหยี่ ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอกำหมัดแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด ความอาร์ทิสต์ที่สุมอยู่ในอกพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อผลงานชิ้นเอกที่เธอตั้งใจกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ถูกชายหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์คนนี้ยำเละด้วยตรรกะตัวเลขและกราฟความถี่เสียง "คุณคณิน! นี่มันเพลงของผม... เอ๊ย เพลงของฉัน!" เรย์รินสะดุดปากตัวเองเล็กน้อยด้วยความโมโหจนเผลอแทนสรรพนามผิดเพี้ยน แต่เธอก็สวนกลับต่อทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ยิ้มเยาะ "คุณรู้จักแต่วิถีของอัลกอริทึม คุณรู้ว่าเพลงไหนจะฮิตติดชาร์ต คุณรู้ว่าท่อนไหนควรสั้นเพื่อให้คนกดข้ามเร็วๆ แต่คุณไม่เคยเข้าใจจิตวิญญาณของคนร้องเลยสักนิด!" "ผมไม่ได้ทำเพลงเพื่อสนองนี้ดความอาร์ทิสต์ที่ขายไม่ออกของใครครับเรย์ริน" คณินก้าวขาช้าๆ เดินออกจากหลังมิกเซอร์บอร์ด ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าประชิดพื้นที่ส่วนตัวของหญิงสาวทีละน้อย ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนฟังต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าว "หน้าที่ของโปรดิวเซอร์อย่างผมคือการกลั่นกรองความเพ้อเจ้อให้กลายเป็นสินค้าที่สมบูรณ์แบบ ถ้าคุณอยากร้องเพลงระบายอารมณ์ให้แมวฟังในห้องนอนเช่าราคาถูก เชิญครับ... แต่ถ้าอยู่ในสตูดิโอของผม ทุกวินาทีต้องมีมูลค่าและอยู่ในกรอบที่ผมขีดไว้" คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่าปลายมีด เรย์รินสะอึกไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวด้วยความคับแค้นใจ ปมด้อยเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยยอมรับในเส้นทางสายดนตรีของเธอกำลังถูกขยี้ซ้ำด้วยคำว่า 'สินค้า' จากปากผู้ชายคนนี้ "คุณมันก็แค่หุ่นยนต์ใส่สูทที่ไร้หัวใจ!" เรย์รินพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง ไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย "ฉันไม่แก้! โน้ตท่อนนั้นและซาวด์ดิบพวกนั้นคือตัวตนของฉัน ถ้าโปรดิวเซอร์มือทองอย่างคุณรับความจริงไม่ได้ว่าศิลปะมันมีชีวิตมากกว่าแค่สถิติ ก็ไปหาศิลปินหุ่นยนต์คนอื่นมาทำงานด้วยเถอะค่ะ!" คำว่า 'ค่ะ' ที่หลุดออกมาจากปากของนักร้องสาวจอมพยศไม่ได้ทำให้คณินรู้สึกอ่อนลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกของโปรดิวเซอร์หนุ่มกลับกระตุกยิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ลอยมาจากตัวเธอ ปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา "พูดจาฉะฉานดีนี่ครับ... แต่เสียดายที่ความอวดเก่งของคุณมันพาเพลงนี้ไปไม่รอดถ้าไม่มีผมคอยแก้ความพังพินาศให้" คณินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจครอบงำ "จำสัญญาที่เซ็นไว้ไม่ได้เหรอครับ ว่าสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นของโปรดิวเซอร์... ซึ่งก็คือผม" เรย์รินเดือดดาลจนสติแทบกระเจิง สัญชาตญาณความดื้อรั้นสั่งให้เธอยื่นมือไปคว้าแก้วกาแฟเย็นบนโต๊ะทำงานของเขาที่ยังเหลืออยู่ครึ่งแก้ว หมายจะสาดมันใส่หน้าหล่อๆ ที่เอาแต่ตีหน้ามึนและถือดีนั่นให้หายแค้น! "คุณมันน่ารำคาญที่สุด!" พรึบ! ทว่า ปฏิกิริยาของคณินไวเหนือคาด มือหนาคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้ได้ทันก่อนที่ของเหลวสีดำจะกระเด็นออกจากแก้ว แรงปะทะทำให้แก้วกาแฟในมือหลุดร่วงกระแทกพื้นพรมเสียงดังสนั่น แต่ไม่มีใครสนใจเศษแก้วนั้น สายตาทั้งคู่ประสานกันแนบแน่นในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน เรย์รินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองถูกคณินดันจนแผ่นหลังชนติดกับผนังห้องอัดโดยสมบูรณ์ มือข้างหนึ่งของเขาตรึงข้อมือเธอไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างวางทาบลงบนผนังข้างๆ เพื่อกักตัวเธอไว้ไม่ให้ดิ้นหนี แรงโกรธเมื่อครู่นี้ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามผิวสัมผัส เคมีรุนแรงบางอย่างระเบิดขึ้นในความเงียบงันของห้องอัด "ปล่อยนะ..." เสียงของเรย์รินแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความดุดันเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงหัวใจที่เต้นรัวระคนตื่นเต้นจนดังสะท้อนก้องในหู คณินก้มมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของหญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและพราวระยับอย่างน่ากลัว เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "ดื้อนักนะครับ... ต้องให้ผมลงโทษด้วยวิธีไหน คุณถึงจะยอมจำนนว่าผมเหนือกว่าคุณในทุกๆ ด้านกันแน่ หื้ม?" คำถามนั้นทุ้มพร่าและใกล้ชิดเกินกว่าที่หัวใจของศิลปินสาวจะรับไหว เรย์รินอ้าปากจะเถียงกลับแต่ก็พูดไม่ออก สมองตื้อตันไปหมดเมื่อปลายนิ้วโป้งของเขาเผลอเกลี่ยปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับท่าทีดุดันเมื่อครู่นี้ทำให้เธอแทบละลาย แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องอัดที่ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟสว่างวาบจากภายนอก ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว คณินรีบผละถอยหลังกลับไปตั้งหลักอย่างรวดเร็ว ส่วนเรย์รินรีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกจับภาพโมเมนต์อันตรายไว้ได้ ผู้จัดการส่วนตัวของคณินก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน "คุณคณินครับ! คุณเรย์ริน! แย่แล้วครับ... คลิปที่พวกคุณเถียงกันเดือดจัดในห้องอัดเมื่อสี่นาทีที่แล้ว มีคนแอบไลฟ์สตรีมผ่านช่องทางลับแล้วตอนนี้ยอดวิวทะลุหลักล้าน แถมแฮชแท็ก #คู่กัดห้องอัดเดือด กำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่งข้ามคืนแล้วครับ!" คณินขมวดคิ้วมุ่นทันที หันกลับมามองหน้าเรย์รินที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพอกัน ปัญหาใหญ่หลวงไม่ได้อยู่ที่งานเพลงอีกต่อไปแล้ว เมื่อความลับระหว่างเขากับเธอถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนในสภาพที่ชวนคิดลึกขนาดนี้! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังสุริยัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดขั้วกับนายโปรดิวเซอร์สายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%