"แฟ้มคดีหมายเลขศูนย์เจ็ด-สี่ หายไปจากชั้นล็อคเกอร์นิรภัยระดับสามครับสารวัตร"
เสียงรายงานผ่านเครื่องวิทยุสื่อสารพกพาของหมวดวิชาญดังขึ้นแทรกเสียงคลื่นวิทยุซ่าๆ ในห้องเก็บของกลางของสถานีตำรวจนครบาล ยามวิกาลเช่นนี้ บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมทึบตันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกระดาษเก่าและสารเคมีรักษาหลักฐาน กลับยิ่งดูเย็นเยียบรากเลือดเข้าไปอีก เมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผย
สารวัตรกรณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เหล็กกล้าไร้สนิม บานพับประตูถูกงัดด้วยเครื่องมือช่างขนาดเล็ก ร่องรอยการเฉือนโลหะเป็นประกายเงางามบ่งบอกว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นไม่เกินสองชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีร่องรอยการงัดแงะแบบหยาบคาย ผู้ที่ลงมือรู้รหัสผ่านระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ และที่สำคัญที่สุด... มันคือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนักศึกษาแพทย์เมื่อสามปีก่อน คดีที่ถูกปิดตายอย่างน่ากังขา และเป็นคดีเดียวกับที่คร่าชีวิตคู่หูคนสนิทของเขา
"กล้องวงจรปิดล่ะครับวิชาญ" กรณ์เอ่ยถาม เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแวววุ้งวิบด้วยความโกรธกรำที่ถูกสะกดกลั้นไว้
"ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักโดนไวรัสประเภทโทรจันเล่นงานครับข้อมูลในช่วงสามทุ่มถึงเที่ยงคืนถูกเขียนทับด้วยภาพวนซ้ำของมุมกล้องเปล่าๆ ฝ่ายไอทีบอกว่าเป็นฝีมือของแฮกเกอร์มืออาชีพ... หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มีคนวงในส่งคีย์การ์ดและทางหนีทีไล่ให้มันครับ" วิชาญกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม
กรณ์ไม่ตอบคำเขาสักคำ ชายหนุ่มก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สายตากวาดมองพื้นห้องอย่างละเอียดด้วยทักษะการสืบสวนเชิงวัตถุที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน รองเท้าคัทชูหนังขัดมันเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตขัดมัน ท่ามกลางความเงียบงัน เขาสังเกตเห็นเศษผงโลหะสีทองแดงขนาดจิ๋วร่วงหล่นอยู่บริเวณมุมตู้ มันไม่ใช่ผงจากการงัดแงะตู้เหล็ก แต่มันคือผงตะกอนจาก "กุญแจผี" แบบไฮบริดที่ใช้กับระบบแม่เหล็กไฟฟ้าขั้นสูง ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะกิจที่หน่วยงานสืบสวนพิเศษเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง
หนอนบ่อนไส้... ไม่ได้อยู่ไกลเลย มันอยู่ใต้จมูกของเขาเอง
ในขณะเดียวกัน ร่นรดาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ตั้งแต่ต้น ก็ขยับตัวเข้ามาช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้เงาผมสีดำสนิทกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่องรอยการขูดขีดบนบานตู้
"คุณกรณ์คะ... เอ่อ... คุณกรณ์ครับ" รินรดาแก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงกฎเหล็กในการสนทนากับสุภาพบุรุษหนุ่ม "ท่าทางการลงมือแบบนี้ ไม่ได้แสดงถึงความรีบร้อนเลยแม้แต่น้อย เขารู้ตำแหน่งกล้องวงจรปิดทุกมุม รู้ว่ารหัสผ่านเปลี่ยนทุกสัปดาห์ และที่สำคัญที่สุด..."
นักจิตวิทยาอาชญากรรมสาวเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพื่อดึงดูดความสนใจ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เขารู้ว่าคุณกำลังตามล่าหาความจริงเรื่องนี้ เขาไม่ได้แค่มาขโมยแฟ้มหลักฐาน... แต่เขากำลังจงใจ 'ท้าทาย' อำนาจของคุณ เพื่อดูว่าคุณจะล้มลงอย่างไรเมื่อไม่มีหลักฐานชิ้นนั้นอยู่ในมือ"
กรณ์หันมาสบตารินรดา นัยน์ตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงัน เคมีอันเข้าขาและสัญชาตญาณอันเฉียบคมขับเคลื่อนบรรยากาศให้ตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น สารวัตรหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองของเขากำลังประมวลผลโครงสร้างองค์กรและรายชื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องนี้ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บัญชาการ
หากมองในแง่ของระบบและการมีเหตุผลรองรับแล้ว เจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิ์ลบไฟล์เซิร์ฟเวอร์และรู้รหัสผ่านตู้ล็อคเกอร์ระดับสามมีเพียงสี่คนเท่านั้นในสถานีตำรวจแห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือสารวัตรใหญ่วีระ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาเอง
"วิชาญ ไปเอาประวัติการเบิกจ่ายกุญแจสำรองของสัปดาห์นี้มาให้ผม รวมถึงรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรดึกทั้งหมด ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด จนกว่าผมจะสั่ง" กรณ์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับสารวัตร!" วิชาญรับคำก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องด้วยความตื่นตระหนก
ห้องเก็บของกลางกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งสอง กรณ์ก้มตัวลงต่ำเพื่อตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝง แม้คนร้ายจะสวมถุงมือยาง แต่ปฏิกิริยาของสารเคมีเรืองแสงที่เขากระตุ้นขึ้นบนพื้นผิวโลหะกลับเผยให้เห็นร่องรอยบางอย่างที่น่าสนใจ รอยนิ้วมือบางส่วนถูกเช็ดทำความสะอาดไปแล้ว แต่ที่มุมล่างสุดของตู้ มีรอยเปื้อนของน้ำมันหล่อลื่นชนิดพิเศษที่ใช้กับกลไกนาฬิกาโบราณ
น้ำมันชนิดนี้... มีใช้แค่ที่ร้านซ่อมนาฬิกาเก่าแก่ย่านการค้าเก่าแก่ฝั่งธนบุรีเท่านั้น
"เรากำลังเล่นเกมแมวไล่จับหนูที่อันตรายมากนะรินรดา" กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นที่เข่า "ถ้าเราสาวไปถึงตัวหนอนบ่อนไส้คนนี้ได้ เราอาจจะไม่ได้เจอแค่หลักฐานที่หายไป แต่เราอาจจะเปิดกล่องแพนดอร่าที่สั่นคลอนรากฐานของกรมตำรวจทั้งหมดเลยก็ได้"
รินรดายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกลับและท้าทาย เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสาร
"ก็ดีไม่ใช่เหรอคะ... เอ๊ย... ครับสารวัตร" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "การลากปีศาจที่ซ่อนอยู่ใต้เงาเครื่องแบบออกมาตากแดด คือสิ่งที่ดิฉัน... ผมชอบที่สุดไม่ใช่หรือไงครับ?"
ในวินาทีที่กรณ์กำลังจะเอ่ยปากตอบโต้ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตู้และอาคารสถานีตำรวจ แสงไฟสีส้มกระพริบวับวาบสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานด้านนอกปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของกรณ์:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับสูงสุดจาก IP Address ภายนอก]
[เป้าหมายปัจจุบัน: ไฟล์ลับคดีฆาตกรรมคู่หูสารวัตรกรณ์กำลังถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ]
[เงื่อนไขเวลา: เหลือเวลาอีก 180 วินาทีก่อนที่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายและส่งตรงถึงมือ... "บอสใหญ่" ที่คุณตามหา]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาและลุ้นระทึกไปกับตอนนี้นะครับ
แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 13
หลักฐานที่หายไป
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!