แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 12

เกมจิตวิทยาข้ามคืน

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
กลิ่นอานิสงส์ของกาแฟดำรสขมที่เย็นชืดบนโต๊ะสอบสวน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมทึบแสงนี้ดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังดัง *ติ๊ก... ติ๊ก...* ทุกจังหวะที่เคลื่อนผ่าน เปรียบเสมือนเสียงฝีเท้าของมัจจุราชที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ตัวผู้ต้องสงสัยทีละก้าว บนกระดานไวท์บอร์ดเบื้องหน้า เต็มไปด้วยผังความสัมพันธ์ คราบเลือดจำลอง และแผนภาพพฤติกรรมศาสตร์ที่รินรดาได้บรรจงร่างขึ้นอย่างเป็นระบบ โครงสร้างข้อมูลที่แน่นหนาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักฐานทางกายภาพ แต่มันคือเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อบีบอัดพื้นที่ทางความคิดของชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามให้แคบลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่เหลือทางให้หลบหนี สารวัตรกรณ์ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ที่มุมห้อง สายตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักฟิสิกส์และพยานวัตถุตระหนักดีว่า หลักฐานลายนิ้วมือและรอยรองเท้าในที่เกิดเหตุนั้นแทบจะไม่หลงเหลือให้ใช้งานต่อแล้ว หากปล่อยให้การสอบสวนดำเนินไปตามรูปแบบกระบวนการยุติธรรมแบบดั้งเดิม ผู้ต้องสงสัยรายนี้ย่อมใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายหลุดลอยนวลไปได้อย่างแน่นอน ความหวังเดียวในห้องนี้จึงฝากไว้ที่สหายร่วมรบสาวผู้นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องขวาของโต๊ะ รินรดาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเลยเป็นเวลาเกือบสามนาทีเต็ม เธอกวาดสายตาคมปลาบประเมินทุกอากัปกิริยาของ 'ธนา' ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษผู้นี้พยายามรักษาฟอร์มความนิ่งเอาไว้ด้วยการประสานมือแน่นบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก และพยายามสบตากับเธออย่างท้าทาย ทว่า... รายละเอียดปลีกย่อยทางชีวภาพไม่เคยโกหกใคร *การกระตุกเบา ๆ ที่มุมปากซ้าย... ม่านตาที่ขยายตัวออกเล็กน้อยยามเมื่อเธอกล่าวถึง "เวลาตีสองสิบห้า นาที"... และจังหวะการเต้นของชีพจรที่สะท้อนผ่านเส้นเลือดบริเวณขมับ* ทุกอย่างถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วในสมองของนักจิตวิทยาอาชญากรรมสาวผู้นี้ "คุณธนาครับ..." รินรดาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก "คุณรู้ไหมว่ามนุษย์เรามักจะสร้าง 'ภาพลวงตา' ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความจริงที่น่ากลัวที่สุด เปลือกนอกที่คุณพยายามแสดงออกว่าเป็นคนใจเย็นและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง... มันช่างสวนทางกับเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่กำลังซึมบริเวณไรผมของคุณเสียเหลือเกินนะ" ธนาแค่นAหัวเราะในลำคอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความเครียด "พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ นักจิตวิทยาอย่างพวกคุณก็หากินกับคำพูดจิตวิทยาต้มตุ๋นแบบนี้สินะ ถ้ามีหลักฐานพอก็จับผมสิ อย่ามานั่งเดาพล่อย ๆ แบบนี้!" "ผมไม่ได้เดาหครับ" สารวัตรกรณ์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะสอบสวนอีกครึ่งก้าว "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อาจจะบอกว่ารอยนิ้วมือบนอาวุธถูกเช็ดทำความสะอาดจนเกลี้ยง แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าความร้อนจากร่างกายมนุษย์ที่ถ่ายเทไปยังวัตถุโลหะในห้องแอร์อุณหภูมิสิบแปดองศา... มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่สิบห้านาทีในการคลายความร้อนออกจนหมด แต่ผลตรวจทางเทคของผมระบุชัดเจนว่า วัตถุชิ้นนั้นยังคงมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติในตอนที่เจ้าหน้าที่ไปถึง นั่นหมายความว่า... คุณเพิ่งสัมผัสบิดมันก่อนตำรวจจะไปถึงไม่ถึงสิบนาทีต่างหาก" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธนาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย รินรดาไม่ปล่อยให้เหยื่อได้ตั้งตัว เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาของเธอสะท้อนความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นจิตวิทยาเชิงรุกขั้นสูงที่ทำให้ผู้ต้องสงสัยรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ "คุณไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขาใช่ไหมครับ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างประหลาด น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งราวกับเธอกำลังนั่งอยู่ในความทรงจำอันมืดมนของเขา "คืนนั้น... ตอนที่ฝนตกหนักเสียงดังกลบเสียงร้องขอความช่วยเหลือ คุณแค่อยากจะไปทวงถามความยุติธรรมให้กับ 'น้องสาว' ของคุณ... แต่เขากลับหัวเราะใส่หน้าคุณ... หัวเราะเยาะความพยายามทั้งหมดที่คุณสูญเสียไป" ธนากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา เขากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความทรงจำอันเลวร้ายในค่ำคืนนั้นหลั่งไหลทะลักผ่านกำแพงป้องกันทางจิตใจที่เขาเพียรสร้างมาแรมปี "มัน... มันสมควรตาย!" ธนาตะโกนลั่นห้อง น้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาที่อัดแน่นด้วยความแค้น "มันทำลายอนาคตของน้องสาวผม! มันทำให้ผู้หญิงบริสุทธิ์ต้องฆ่าตัวตาย แต่กฎหมายเวรตะไลนี่ทำอะไรมันไม่ได้เลย! ผมไม่ได้ตั้งใจจะแทงมันซ้ำ ๆ... แต่ภาพตอนที่มันยิ้มเยาะผมในวันนั้น... มันวนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดเวลา! ผมแค่... ผมแค่ต้องการให้มันชดใช้!" สิ้นเสียงคำสารภาพ ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องสอบสวนอีกครั้ง สารวัตรกรณ์ผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก ขณะที่เครื่องบันทึกเสียงบนโต๊ะได้เก็บทุกถ้อยคำสารภาพอันเป็นกุญแจสำคัญในการปิดคดีนี้ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ รินรดายืดตัวกลับมานั่งพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม ใบหน้าสวยเยือกเย็นเผยรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ทว่า ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายลงด้วยดีนั้นเอง หน้าจอดิจิทัลส่วนตัวของสารวัตรกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบเครือข่ายความมั่นคงพิเศษที่ถูกเข้ารหัสระดับสูงสุด *ติ๊ง!* หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากฐานข้อมูลกลางของกรมตำรวจ ซึ่งระบุพิกัดสัญญาณ GPS แปลกปลอมที่เพิ่งถูกตรวจพบในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรจากสถานีตำรวจแห่งนี้ พร้อมกับข้อความสั้น ๆ สีแดงฉานกระพริบเตือนรัว ๆ: **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสสัญญาณชีวมิติของ 'เป้าหมายระดับ SSS' ที่คุณกำลังตามหา ปรากฏตัวขึ้น ณ บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของสถานีตำรวจในขณะนี้]** สารวัตรกรณ์และรินรดาสบตากันทันทีด้วยความตกใจ ไหวพริบและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกพวกเขาในเสี้ยววินาทีนั้นว่า... คดีนี้ไม่ได้จบลงแค่การจับกุมฆาตกรกระจอก ๆ คนนี้ แต่พวกเขากลับสนกลายเป็นเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับดักของ 'บอนด์ตัวจริง' ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเงาสลัวมาโดยตลอด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาและลุ้นระทึกไปกับตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%