แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 7

การปะทะคารมในห้องสอบสวน

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"คุณกำลังใช้สัญชาตญาณดิบนำทางคดีนี้ สารวัตรกรณ์... ซึ่งมันอันตรายยิ่งกว่าการปล่อยให้คนร้ายถือปืนเดินลอยนวลในสถานีตำรวจเสียอีก" น้ำเสียงของรินรดาเรียบสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนกลางโต๊ะสแตนเลสในห้องสอบสวนจำลอง แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและแววตานิ่งสนิทของเธอ ขณะที่สารวัตรหนุ่มไฟแรงวัยยี่สิบเก้าปีอย่างกรณ์กำลังกอดอกแน่น แผ่นหลังกว้างแนบชิดกับพนักเก้าอี้โลหะจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ความกดดันในห้องแคบๆ ขนาดสี่คูณสี่เมตรแห่งนี้หนាแน่นจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ "ถ้าผมไม่ใช้สัญชาตญาณ แล้วจะให้ผมใช้ทฤษฎีจิตวิทยาเลื่อนลอยแบบคุณงั้นหรือครับ คุณรินรดา?" กรณ์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไม่มีวันอ่านออกของนักจิตวิทยาสาว ความขัดแย้งของพวกเขากำลังพุ่งถึงขีดสุด ณ วินาทีนี้—นาทีที่พยานปากเอกของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตสามกำลังนั่งรออยู่หลังกระจกเงาเดียว (One-way mirror) อีกห้องหนึ่ง พยานคนนี้คือนายธนาวินท์ อดีตลูกจ้างร้านขายยาผู้กุมความลับของสารเคมีไร้กลิ่นที่ใช้สังหารเหยื่อทั้งสามราย แต่สภาพจิตใจของธนาวินท์แตกสลายเกินกว่าจะรับมือด้วยวิธีการมาตรฐานของตำรวจ "การซักถามตามคู่มือสืบสวนภาคปฏิบัติเล่มสحที่สามของคุณ กำลังจะทำลายพยานคนสุดท้ายที่เรามี" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน ชายเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มสะบัดตามจังหวะการก้าวเท้า เธอเดินตรงเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน "คุณคิดว่าธนาวินท์กลัวอะไร? กลัวคุกงั้นเหรอ? เปล่าเลย... เขากลัวเงาของตัวเอง กลัวว่าถ้าเขาพูดชื่อ ‘หมอวิทย์’ ออกมา ครอบครัวของเขาที่ต่างจังหวัดจะกลายเป็นศพรายต่อไปต่างหาก" กรณ์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ภาพเหตุการณ์ในอดีต—ภาพวันที่เขาไม่สามารถปกป้องคู่หูคนสนิทจากกระสุนของคนร้ายได้—แวบเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แต่นี่ไม่ใช่เวลามาจมดิ่งกับบาดแผลเก่า เขามีหน้าที่ต้องรักษาความถูกต้องตามตัวบทกฎหมายและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ "ถ้าผมใช้ไม้อ่อนแบบที่คุณเสนอ เข้าไปปลอบประโลมเขาเหมือนนักบวชใจ A เขาจะคิดว่าเราอ่อนแอและปิดปากเงียบสนิท ทางเดียวที่จะเจาะเกราะป้องกันของคนประเภทนี้ได้ คือการกดดันด้วยหลักฐานมัดตัวและกรอบเวลาที่บีบคั้นต่างหากครับ!" กรณ์เถียงเสียงแข็ง ดวงตาไม่หลบเลี่ยง "หลักฐานมัดตัวเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะหายวับไป "คุณกรณ์คะ... เอ่อ ขออภัยครับ คุณกรณ์ครับ คุณมองเห็นแค่รอยนิ้วมือบนแก้วกาแฟ แต่คุณมองไม่เห็นอาการกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากขวาตอนที่เขาพูดถึงห้องใต้ดินของโรงงานร้าง นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต ถ้าคุณเข้าไปด้วยความเกรี้ยวกราดแบบตำรวจในหนังแอคชั่น เขาจะซูไซด์ (Suicide) ทันทีที่คำถามแรกหลุดจากปากคุณ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของนายตำรวจหนุ่ม การปะทะคารมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องวิธีทำงาน แต่มันคือการพิสูจน์ศักดิ์ศรีและมุมมองต่อจิตมนุษย์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอيرของความตึงเครียดและกาแฟดำเจือจางในอากาศลอยเข้าจมูก เขาผ่อนลมหายใจออกช้าๆ พยายามระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผา สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลข้อเท็จจริงที่นักจิตวิทยาตรงหน้าเพิ่งโยนใส่ ร่องรอยการกระตุกของมุมปากขวา... อาการที่เขาเองมัวแต่สนใจตัวเลขบนผลตรวจสารเคมีจนมองข้ามไป ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ด้วยระบบเหตุผลที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนานในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวน หากธนาวินท์ฆ่าตัวตายจริง ความพยายามทั้งหมดเจ็ดวันเจ็ดคืนจะพังทลายลงในพริบตา และเขาก็จะกลายเป็นฆาตกรทางอ้อมที่ปล่อยให้เงาดำลอยนวล "โอเค..." กรณ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ยอมลดทิฐิลงครึ่งหนึ่งแต่นัยน์ตายังคงความดื้อรั้น "ผมยอมรับว่าคุณอ่านภาษากายของเขาได้ละเอียดกว่าผมในจุดนั้น... แต่ถ้าให้คุณเข้าไปคุยคนเดียว คุณจะรับประกันได้ยังไงว่าเขาจะไม่โกหกเพื่อเอาตัวรอด?" รินรดาชะงักไปเล็กน้อย แววตาเยือกเย็นฉายแววอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที เธอถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลัก ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบเช่นเดิม "ฉันไม่ได้บอกว่าจะเข้าไปคนเดียวค่ะ... เอ้ย! ผมไม่ได้บอกว่าจะเข้าไปคนเดียวครับ" รินรดาเผลอหลุดคำสรรพนามเดิมออกมาเพราะความคุ้นชิน แต่แก้คำพูดได้อย่างรวดเร็วจนเกือบเนียน "เราจะเข้าไปพร้อมกัน... คุณใช้กรอบกฎหมายและความเด็ดขาดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าเราปกป้องเขาได้ ส่วนฉันจะใช้จิตวิทยาสายตาและการฟังเชิงลึกเพื่อดึงคำสารภาพออกมาจากปากเขา นี่คือการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครเหนือกว่าใคร" กรณ์มองหน้าหญิงสาวผู้ลึกลับคนนี้เนิ่นนาน ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในอก ทั้งความหมั่นไส้ ความฉุนเฉียว และ... ความยอมรับจากใจจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถในการมองทะลุเปลือกนอกของมนุษย์อย่างแท้จริง สมแล้วที่เป็นกุญแจสำคัญที่กรมตำรวจส่งมาช่วยเขาไขคดีนี้ มุมปากของสารวัตรหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด "ก็ได้ครับ... เราจะเข้าไปพร้อมกัน" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อย "แต่ถ้าสถานการณ์เริ่มแย่ ผมจะเป็นคนดึงคุณออกมาเอง จำไว้ว่าผมคือนายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้" "ตามใจคุณเลยครับ สารวัตร" รินรดาตอบรับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่เธอจะหมุนตัวเดินนำไปยังประตูเชื่อมต่อห้องสอบสวน ทั้งสองก้าวออกจากห้องจำลอง เดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินแคบๆ ที่ปูด้วยพรมสีเทาทึบ มุ่งหน้าสู่ห้องสอบสวนหลักที่มีกระจกเงาเดียวกั้นขวางระหว่างความจริงและความลวง ความขัดแย้งเมื่อครู่ถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เหลือเพียงสัญชาตญาณอันเฉียบคมและเป้าหมายเดียวกันในการกระชากหน้ากากฆาตกร มือหนาของสารวัตรกรณ์เอื้อมไปจับที่ลูกบิดประตูเหล็กเย็นเฉียบ ขณะที่รินรดายืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง พร้อมสูดลมหายใจเตรียมเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่รออยู่เบื้องหลังบานประตูนั้น แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะออกแรงหมุนลูกบิด หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของกรณ์ก็สั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากศูนย์ปฏิบัติการกลางที่ดังแทรกขึ้นมาในความเงียบ *(ระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษ: ตรวจพบสัญญาณชีพจรของเป้าหมายคนที่สี่ บริเวณชั้นใต้ดินของสถานีตำรวจแห่งนี้)* กรณ์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อก้มมองหน้าจอที่ปรากฏพิกัดตำแหน่งเป็น "ห้องเก็บวัตถุพยานเก่า" ซึ่งอยู่ถัดจากห้องที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าไปเพียงสิบเมตรเท่านั้น ขณะเดียวกัน รินรดาก็หันขวับมามองเขาด้วยสีหน้าซีดเผือดเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักว่า... พวกเขาไม่ได้กำลังไล่ล่าคนร้ายอยู่ลำพังในตึกนี้ และเหยื่อรายต่อไปไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับสารวัตรกรณ์และรินรดานะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%