แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 6

ความลับในแฟ้มประวัติ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดในความมืดของห้องสืบสวนกะما 3 ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางแสงไฟสีฟ้าจางๆ ที่สะท้อนเข้ากับแว่นสายตาของสารวัตรกรณ์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบในทุกตารางนิ้วของสถานที่เกิดเหตุ นิ้วเรียวยาวของเขาไม่ได้กำลังตรวจลายนิ้วมือแฝงหรือคราบเลือดเหมือนเช่นเคย แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้ากลับกำลังเปิดไฟล์เอกสารลับสุดยอดที่ถูกเข้ารหัสผ่านระบบความปลอดภัยระดับสี่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำฝั่งตรงข้าม เงียบงันและนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อสังเกตการณ์ เธอกอดอก หลุบตามองลงต่ำเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจากหน้าจอเป็นประกายวาววับโดยไม่มีรอยไหวติม เธอไม่ได้ห้ามปราม ไม่ได้เอ่ยปากถามว่าเขากำลังทำอะไร ทั้งที่เขากำลังละเมิดอำนาจหน้าที่เพื่อเจาะเข้าถึงประวัติส่วนตัวของเธอก "คุณกำลังเสียเวลา, สารวัตร" เสียงหวานเยือกเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้าสู่กรงที่นางพญาเตรียมไว้ "ผมไม่เคยเสียเวลาให้กับการไขปริศนา, คุณรินรดา" กรณ์ตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ เสียงทุ้มต่ำของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ "โดยเฉพาะเมื่อปริศนานั้น... นั่งหายใจอยู่ตรงหน้าผมทุกวัน และมีประวัติที่ถูกลบหายไปอย่างไร้ร่องรอยจากระบบฐานข้อมูลกลาง" บนหน้าจอแสดงผล แฟ้มประวัติของ 'รินรดา พงศ์สุวรรณ' ปรากฏขึ้นมาแล้ว ครึ่งหนึ่งของข้อมูลถูกถมดำด้วยหมึกดิจิทัลทึบแสง แต่ด้วยทักษะการสืบสวนเชิงลึกที่เคยใช้แกะรอยอาชญากรระดับประเทศ กรณ์ใช้คำสั่งชุดคำสั่งดึงข้อมูลดิบ (Raw Data) ย้อนหลังกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ข้อมูลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ชั้นรหัสผ่านซับซ้อนค่อยๆ หลุดร่วงออกมาทีละบรรทัด รินรดายังคงนิ่ง เธอไม่สะท้านแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวที่คล้ายกลิ่นฝนแรกบนผืนดินลอยแตะจมูก เธอยื่นมือเรียวลงไปกดปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยปลายนิ้วก้อยอย่างนิ่มนวล แต่หนักแน่นพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเขาได้ "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักสืบ, สารวัตร... แต่บางครั้ง ความจริงที่คุณพยายามขุดคุ้ย อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณมีศักยภาพพอแบกรับไหว" เธอกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากลงข้างใบหูของเขาจนกรณ์รู้สึกถึงไออุ่นที่เย็นเยียบ กรณ์หันขวับกลับมาสบตา เธออยู่ใกล้เสียจนเขาสามารถมองเห็นเงาของตัวเองในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำ แต่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "ถ้าผมไม่มีศักยภาพพอ แล้วใครจะมี?" กรณ์สวนกลับ น้ำเสียงจริงจังและเด็ดเดี่ยว "คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 'เงาสีชาด' เมื่อห้าปีก่อน... คดีที่เหยื่อทุกรายถูกควักหัวใจออกไปพร้อมกับทิ้งสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบสีดำไว้ที่เกิดเหตุ ชื่อของคุณ... รินรดา พงศ์สุวรรณ ปรากฏอยู่ในฐานะ 'ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ' ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งสุดท้าย!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสืบสวนอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวราวกับลดต่ำลงจนจุดเยือกแข็ง กรณ์จ้องมองปฏิกิริยาของหญิงสาวอย่างไม่กะพริบตา เขารอคอยความตื่นตระหนก รอยยิ้มฝืนๆ หรือแม้แต่การแก้ตัว แต่สิ่งที่เขาได้รับ... คือเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รินรดาถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว เธอยกมือขึ้นจัดปะكเสื้อสูทสีเทาเข้มของตนเองอย่างใจเย็น แววตาที่มองเขากลับมาในตอนนี้ ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเวทนา... และความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "คุณคิดว่าฉันเป็นฆาตกรหรือครับ... อ้อ ไม่สิ คุณสารวัตร" เธอยิ้มเยาะ "คุณคิดว่าฉันคือฆาตกรต่อเนื่องคนนั้นจริงๆ งั้นเหรอ? ถ้าฉันเป็นคนลงมือฆ่าคนห้าคนนั้นอย่างไร้ความปรานี ทำไมฉันถึงต้องมานั่งช่วยคุณแกะรอยคดีฆาตกรรมเลียนแบบในปัจจุบันล่ะ? ทำไมฉันถึงต้องยอมเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในตึกกรมตำรวจแห่งนี้?" "เพื่อหลบหนี หรือเพื่อจับตาดูตำรวจไม่ให้สาวมาถึงตัว" กรณ์ตอบทันควัน ไหวพริบของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว "อาชญากรที่มีความฉลาดระดับคุณ มักจะเลือกที่ที่อันตรายที่สุดเพื่อซ่อนตัว... ใกล้ชิดกับผู้พักษ์สันติราษฎร์ที่สุด เพื่อควบคุมสถานการณ์" รินรดาถอนหายใจยาวนาน เธอยื่นมือไปแตะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ก่อนที่ระบบจะทำการปลดล็อกไฟล์ลับสุดยอดขั้นสุดท้ายโดยอัตโนมัติ รหัสผ่านที่ถูกต้องไม่ได้มาจากแฮกเกอร์ฝีมือฉกาจอย่างกรณ์ แต่มันถูกป้อนด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยระดับปรมาจารย์ที่รินรดาเป็นคนกดมันลงไปด้วยตัวเอง ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ภาพของฆาตกรโรคจิต แต่เป็นภาพของห้องทดลองจิตวิทยาใต้ดินแห่งหนึ่ง ภาพของเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้กับเก้าอี้ พร้อมกับสายระโยงระยางที่เชื่อมต่อสมองของเธอกับเครื่องมือทางการแพทย์ และเหนือร่างของเด็กสาวคนนั้น มีเงาร่างของชายสวมหน้ากากปริศนาถือมีดผ่าตัดยืนอยู่ กรณ์เบิกตากว้างเมื่อสังเกตเห็นรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังมือขวาของเหยื่อในภาพ... รอยแผลเป็นเดียวกับที่รินรดามักจะสวมถุงมือปกปิดไว้เสมอ "ฉันไม่ได้เป็นฆาตกร, สารวัตรกรณ์..." เสียงของรินรดาแผ่วเบาลงราวกับเสียงกระซิบจากความฝันที่แตกสลาย "ฉันคือ... 'เหยื่อรายเดียว' ที่รอดชีวิตมาจากห้องทดลองของมันต่างหาก และตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตเพื่อตามล่าไอ้สารเลวคนนั้น... คนที่ฆ่าครอบครัวของฉัน และกำลังใช้คุณเป็นหมากตัวใหม่ในกระดานของมัน" ก่อนที่กรณ์จะได้ประมวลผลข้อมูลอันน่าตกใจนี้ เสียงแจ้งเตือนจากระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของสถานีตำรวจก็ดังลั่นขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตึก ไฟฉุกเฉินสีแดงสลับขาวกะพริบวาบสาดส่องไปทั่วห้องสืบสวน หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกลำดับในตึกดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพสัญลักษณ์รูป "ดอกกุหลาบสีชาด" ขนาดใหญ่โตที่กินพื้นที่หน้าจอทั้งหมด พร้อมกับข้อความเสียงสังเคราะห์ที่ดังขึ้นจากระบบกระจายเสียงภายใน... *[ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย, สารวัตรกรณ์... และนักจิตวิทยาผู้ไร้เงา หมากบนกระดานเดินมาถึงตาเดินสำคัญแล้ว จงเลือกว่าจะรักษาความยุติธรรม หรือจะรักษาชีวิตของคนที่คุณรัก]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับสารวัตรกรณ์และรินรดานะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%