"สารวัตร... ถ้าสมมติฐานทางกายภาพของคุณถูกต้อง จุดนั้นต้องมีร่องรอยของการกดทับอย่างน้อยสองร้อยนแรงบิด แต่มันว่างเปล่าอย่างไร้เหตุผล"
เสียงกระซิบเรียบนิ่งของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บเอกสารเก่า ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารคดีค้างเก่าผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงไฟนีออนสีตุ่นๆ สารวัตรกรณ์ชะงักมือที่กำลังถือหลอดบรรจุผงคาร์บอนแม่เหล็ก เขาหันไปสบตากับหญิงสาวผู้ยืนกอดอกพิงชั้นเหล็กสนิมเขรอะ แววตาของเธอภายใต้กรอบแว่นทรง The Row สะท้อนความเฉียบคมที่มักจะมองทะลุปรุโปร่งเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะคาดเดาได้
"มันไม่ได้ว่างเปล่าอย่างไร้เหตุผลหรอกครับคุณริน" กรณ์แย้มยิ้มบางๆ บนมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่นักสืบหนุ่มมักใช้เวลาเผชิญหน้ากับความท้าทายยากจะแก้ไข เขาวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยอย่างระมัดระวัง "ธรรมชาติของคนร้ายที่พยายามปกปิดร่องรอย มักจะพลาดในจุดที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดเสมอ และห้องเก็บเอกสารหมายเลขสี่นี้ คือจุดบอดที่กล้องวงจรปิดมุมอับไม่สามารถสาดส่องมาถึง... แต่ไม่ใช่สำหรับกฎของแรงโน้มถ่วงและคราบไขมันจากผิวหนังมนุษย์"
กรณ์หยิบไฟฉายคลื่นความถี่พิเศษขึ้นมาเปิดใช้งาน แสงสีฟ้าอมม่วงถูกสาดส่องไปยังขอบด้านในของชั้นวางเอกสารเหล็กชั้นที่เจ็ด ซึ่งอยู่สูงจากพื้นเกือบสองเมตร เป็นจุดอับสายตาที่หากไม่เขย่งเท้าขึ้นไปสำรวจอย่างละเอียด ไม่มีทางสังเกตเห็นได้เลย
ภาพที่ปรากฏขึ้นภายใต้แสงฟลูออเรสเซนต์พิเศษ ทำให้รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—รอยนิ้วมือแฝงรูปโค้งก้นหอยครึ่งซีก ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาบนผิวเหล็กเคลือบสีเทาที่เริ่มลอกร่อน คราบไขมันบางๆ จากปลายนิ้วมนุษย์ถูกปฏิกิริยากับสารเคมีเรืองแสงจนส่องประกายสีเขียวมรกตจางๆ
"น่าสนใจมาก..." รินรดากล่าวพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เจือความทึ่ง "ตำแหน่งของการวางน้ำหนักบ่งบอกว่า คนร้ายเอื้อมมือมาจากด้านข้างในมุมหักสิบห้าองศา แสดงว่าเขาไม่ได้เปิดตู้เพื่อค้นหาเอกสาร แต่เขาใช้มันเป็นจุดยันตัวเพื่อหลบซ่อนบางสิ่งบางอย่าง... หรือใครบางคน"
"ถูกต้องครับ" กรณ์พยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เขาหยิบแว่นขยายภาคสนามขึ้นมาส่องดูรายละเอียดของลายนิ้วมืออย่างละเอียดรอบคอบ "ลักษณะของลายนิ้วมือนี้มีความผิดปกติบางอย่าง แกนกลางของลายนิ้วมือบิดเบี้ยวเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการกดน้ำหนักลงไปแรงกว่าปกติเพื่อทรงตัว และที่สำคัญ..."
สารวัตรหนุ่มใช้แปรงปัดฝุ่นคาร์บอนปัดเบาๆ บริเวณรอบรอยนิ้วมือ เพื่อเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นฝุ่นหนาเตอะ
"...มันไม่ใช่รอยนิ้วมือของเจ้าหน้าที่ในกรมตำรวจแม้แต่คนเดียว และไม่ใช่ของเหยื่อในสำนวนคดีเก่า" กรณ์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่จริงจัง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "รอยนี้มีความสดใหม่ไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง หมายความว่า ในขณะที่เรากำลังประชุมเครียดเรื่องรูปคดีที่ชั้นบน มีใครบางคนกำลังเดินย่องเข้ามาใช้มุมอับนี้เป็นจุดซ่อนตัวเพื่อฟังความเคลื่อนไหวของเรา"
บรรยากาศในห้องเก็บเอกสารพลنينเย็นเยียบลงทันตาเห็น ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบหายไปทีละน้อย รินรดากวาดสายตามองไปตามแนวชั้นวางเอกสารยาวเหยียดที่ทอดยาวออกไปในความมืด ภาษากายของเธอบ่งบอกถึงสัญชาตญาณการระแวดระวังภัยขั้นสูงสุด
"กรณ์... ระวัง" รินรดาเอ่ยเตือนพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของสารวัตรหนุ่มไว้เบาๆ
แต่ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้ตอบสนอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นผิดปกติก็ดังขึ้นที่ปลายทางเดินมืดทึบหลังชั้นเอกสาร เสียงนั้นหยุดกึกทันทีเมื่อรู้ว่าถูกจับไต๋ได้ ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ คล้ายกับเข็มขัดนิรลายหรืออุปกรณ์บางอย่างกระทบกับโครงเหล็ก
กรณ์ไม่รอช้า เขาใช้ทักษะภาคสนามที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน พุ่งตัวเข้าไปหลบหลังเสาปูนพร้อมกับชักอาวุธปืนพกประจำกายออกมาในท่าเตรียมพร้อม สายตาคุมเชิงนิ่งสงบ ร่างกายยืดหยุ่นพร้อมปะทะทุกสถานการณ์
"ใครอยู่ที่นั่น! แสดงตัวออกมาซะ" กรณ์ตะโกนก้อง เสียงทุ้มต่ำทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงอับทึบ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางฮือในความมืด ทว่า... กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นฝนแรก ก็ลอยมาแตะจมูกของนักจิตวิทยาหญิง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที สมองของเธอประมวลผลข้อมูลทางจิตวิทยาและกลิ่นกายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่า กลิ่นนี้เธอคุ้นเคยดี มันคือกลิ่นเดียวกับบันทึกประจำวันของเหยื่อรายแรกในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อน
"กรณ์... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" รินรดาตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน "นั่นไม่ใช่คนร้าย... แต่มันคือ..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะพูดจบ ไฟนีออนกะพริบไหวสามครั้งติดต่อกันก่อนจะดับสนิทลงอย่างกะทันหัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว มีเพียงแสงไฟฉายจากมือถือของกรณ์ที่สาดส่องไปข้างหน้า และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนส่วนตัวของสารวัตรหนุ่มก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษที่ดังลั่นทะลุความเงียบ
[ตรวจพบสัญญาณชีวภาพของเป้าหมายระดับ SSS: "เงาไร้หน้า" กำลังเข้าประชิดในระยะ 3 เมตร]
[คำเตือน: วัตถุพยานในมือท่านคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะเปิดโปงความจริง หรือนำไปสู่กับดักมรณะ]
ก่อนที่กรณ์จะทันได้อ่านข้อความทั้งหมดจนจบ เสียงกระซิบเย็นเยียบกระซิบชิดริมใบหูของเขาจากความมืดสนิทเบื้องหลัง...
"สารวัตร... คุณมาช้าไปก้าวหนึ่งเสมอนะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับสารวัตรกรณ์และรินรดานะครับ
แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 8
รอยนิ้วมือและเงาปริศนา
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!