แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา•ตอนที่ 2

มุมมองที่แตกต่าง

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
คราบเขม่าดินปืนสี่มิลลิกรัมบนบานพับหน้าต่าง กับรอยนิ้วมือแฝงที่จางหายไปครึ่งหนึ่งเนื่องจากความชื้นในอากาศ—นี่คือความจริงอันเที่ยงตรงที่สารวัตรกรณ์เชื่อมั่นมาตลอดเจ็ดปีในอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ "รอยตัดนี้เกิดจากคีมปากจระเข้เบอร์แปด แรงกดประมาณสี่สิบนิวตัน ทิศทางทำมุมเฉียงสามสิบองศาจากซ้ายไปขวา... คนร้ายถนัดมือขวา และมีความรู้เรื่องโครงสร้างกลไกวงกบหน้าต่างพอสมควรครับคุณรินรดา" กรณ์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักของเหยื่อรายล่าสุด แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องลงบนรอยขีดข่วนเล็กๆ บนโลหะราวกับนักอัญมณีที่กำลังตรวจสอบตำหนิของเพชรเม็ดงาม ในฐานะสารวัตรผู้ยึดมั่นในนิติวิทยาศาสตร์และการคำนวณเชิงกายภาพ ทุกรายละเอียดที่เป็นวัตถุคือคำตอบที่ไร้ซึ่งอคติ มันไม่เคยโกหก และไม่เคยมีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเจือปน ทว่า รินรดาซึ่งยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ห่างออกไป กลับไม่ได้มองไปที่รอยขีดข่วนนั้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบกำลังจดจ้องไปยังตำแหน่งที่วางแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียง—แก้วน้ำที่มีรอยลิปสติกสีแดงเข้มทับซ้อนกันถึงสามครั้ง แต่น้ำข้างในกลับพร่องไปเพียงจิบเดียว "คุณกำลังมองหาหลักฐานที่สามารถนำไปใช้เป็น 'วัตถุพยาน' ในชั้นศาลได้อีกแล้วนะครับสารวัตรกรณ์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เยือกเย็น และชวนให้ผู้ฟังต้องฉุกคิด เธอขยับตัวเข้ามาช้าๆ รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นไม้ปาร์เกต์เกิดเสียงก้องกังวานในห้องที่ไร้ผู้คน "แต่คุณกำลังมองข้าม 'เจตนา' ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยขีดข่วนเหล่านั้น" กรณ์ชะงักมือที่กำลังหยิบถุงเก็บหลักฐานขึ้นมา เขาหันกลับมามองสหายสาวร่วมไขคดีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามเชิงวิเคราะห์ "คุณหมายความว่ายังไงครับรินรดา? หลักฐานทางกายภาพบอกชัดเจนว่านี่คือการงัดแงะโดยมืออาชีพ" "มืออาชีพเหรอครับ?" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นความรู้เท่าทันบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า "ถ้าเขาเป็นมืออาชีพจริง ทำไมรอยตัดบนบานพับถึงมีความลึกไม่เท่ากันในช่วงสามมิลลิเมตรสุดท้าย? ทำไมเขาต้องทิ้งรอยนิ้วมือไว้ตรงขอบหน้าต่างที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขนาดนั้น? และ... ทำไมเขาถึงทิ้งแก้วน้ำที่เพิ่งแตะริมฝีปากไว้ในจุดที่เด่นชัดที่สุดในห้องนี้" เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะข้างเตียง ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ขอบแก้วน้ำใบนั้น โดยไม่ทำลายร่องรอยใดๆ "เพราะเขาไม่ได้ต้องการเข้ามา 'ขโมย' หรือ 'ทำลายล้าง' ตั้งแต่แรกครับ" รินรดาหันกลับมาสบตากับกรณ์ แววตาคู่นั้นสะท้อนประกายคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "เขาต้องการ 'สื่อสาร'... เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยากับคุณ สารวัตรกรณ์ เขารู้ว่าคุณจะพุ่งเป้าไปที่รอยเขม่าดินปืนและรอยตัดบนหน้าต่าง เขากำลังจูงจมูกคุณให้เดินตามแผนที่เขาวางไว้ทีละก้าว เหมือนกับคำพูดทิ้งท้ายเมื่อคืนนี้... 'เป้าหมายต่อไปไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวคุณเอง'" บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ กรณ์ขบกรามแน่น สมองส่วนหน้าประมวลผลข้อมูลมหาศาลอย่างรวดเร็ว เขาย้อนนึกถึงคดีเก่าๆ ที่ผ่านมา ทุกร่องรอย ทุกคราบเลือด และทุกศพ... หากสิ่งที่รินรดากล่าวเป็นความจริง นั่นหมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขากำลังเดินอยู่ในเขาวงกตที่ฆาตกรออกแบบไว้ให้เขาเดินวนเวียนอยู่เพียงลำพัง "ถ้าอย่างนั้น..." กรณ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ น้ำเสียงของเขากลับมาจริงจังและมั่นคงอีกครั้ง "ตามมุมมองทางจิตวิทยาของคุณ คนร้ายคนนี้มีลักษณะนิสัยแบบไหน และเราจะคาดเดาก้าวต่อไปของเขาได้อย่างไรครับ?" รินรดาหุบยิ้ม สีหน้าของเธอกลับมาเคร่งขรึม เธอเดินเข้าไปใกล้สารวัตรหนุ่มจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับความเยือกเย็นของอากาศยามค่ำคืนลอยแตะจมูก "เขาเป็นพวกที่มีความหลงตัวเองสูง (Narcissist) มีปมด้อยในวัยเด็กที่เกี่ยวข้องกับการถูกเพิกเฉย และต้องการการยอมรับผ่านความเหนือกว่าทางสติปัญญา" รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงทีละน้อย "เขาไม่ได้เกลียดคุณ สารวัตรกรณ์... แต่เขากำลัง 'หมกมุ่น' กับคุณ เขามองว่าคุณคือนักสืบเพียงคนเดียวที่คู่ควรจะมาเป็น 'ผู้เล่น' ในกระดานนี้" ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่กับการวิเคราะห์พฤติกรรมอันซับซ้อนนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากวิทยุสื่อสารบนปกเสื้อของกรณ์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *แกร๊ก— "ศูนย์ควบคุมแจ้งเหตุ... พบความเคลื่อนไหวผิดปกติที่ห้องทำงานส่วนตัวของสารวัตรกรณ์ ระบบรักษาความปลอดภัยถูกแฮก และมีพัสดุปริศนาถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของคุณ... ย้ำ! มีพัสดุปริศนาจ่าหน้าถึงสารวัตรกรณ์โดยเฉพาะครับ!"* กรณ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการกดปุ่มใดๆ หน้าจอสีดำสนิทปรากฏตัวอักษรวิ่งช้าๆ ทีละตัวด้วยฟอนต์ดิจิทัลสีแดงฉาน [ ตรวจพบผู้เล่นเข้าสู่พื้นที่เชื่อมต่อระดับ 2 ] [ เงื่อนไขพิเศษ: เปิดกล่องพัสดุภายใน 3 นาที มิฉะนั้นหลักฐานทั้งหมดจะถูกทำลายด้วยระบบเพลิงไหม้อัตโนมัติ ] [ คะแนนความเคารพจากเป้าหมาย: 85% — สถานะปัจจุบัน: ตกเป็นรอง ] รินรดาหันขวับมามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของกรณ์ สีหน้าที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับปรากฏรอยระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกขึ้นเป็นครั้งแรก เธอยกมือขึ้นคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่นทันที "สารวัตร... อย่าเพิ่งขยับไปไหน!" รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด "นั่นไม่ใช่แค่พัสดุธรรมดา... แต่มันคือ 'กับดัก' ที่คำนวณเวลามาอย่างแม่นยำเพื่อต้อนคุณให้จนมุม!" ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยปากโต้แย้ง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้น ใกล้เข้ามาทุกที... และมันไม่ได้มีแค่เสียงเดียว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขคดีไปพร้อมกับพวกเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีเงียบของสารวัตรหนุ่มกับนักจิตวิทยาไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%