"คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ... คุณธันวา"
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักกลับไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของเดิม แรงกระแทกเบาๆ นั้นไม่ได้ทำให้กระดาษขยับมากนัก แต่มันเพียงพอที่จะสร้างรอยร้าวในความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานกฎหมาย ‘รินรดาแอนด์พาร์ทเนอร์’ กลิ่นอายของความตึงเครียดลอยอวลปะปนไปกับกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ที่ยังคงไออุ่น
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สีหน้าของเธอเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาไม่ได้ฉายแววความอาลัยอาวรณ์ หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวให้เห็นแม้แต่น้อย มันว่างเปล่า... และความว่างเปล่านั้นเองที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองกุมความรู้สึกของเธอไว้ได้ทั้งหมด
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น สันจมูกโด่งเป็นคมขยับตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด ผู้ชายที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ชายที่เคยใช้สายตาดูแคลนมองภรรยาตัวเองราวกับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน วันนี้เขากำลังนั่งอยู่ตรงนี้ ในฐานะ 'ลูกความ' ที่ไร้ทางเลือก และกำลังก้มหัวให้อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจ
"ผมไม่ได้เข้าใจผิด... ริน" เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย นิ้วมือหนาที่เคยเกี่ยวพันกับความสำเร็จบัดนี้กลับประสานกันแน่นบนตักเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง "ตอนนี้ผมเหลือคุณเป็นที่พึ่งสุดท้ายจริงๆ คดีฉ้อโกงที่ดินแปลงใหญ่ในภาคใต้... มีคนจงใจจัดฉากใส่ร้ายผม หลักฐานทุกอย่างถูกบิดเบือนจนผมแทบไม่เหลือทางสู้ และทนายคนไหนก็ปฏิเสธเพราะกลัวอิทธิพลของฝั่งนั้น... ยกเว้นคุณ"
"แล้วทำไมฉันต้องช่วยคุณด้วยล่ะคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราวนำใบมีดมาจ่อคอหอย "ในเมื่อคุณก็รู้ดีว่าอดีตระหว่างเรามันจบลงอย่างไร และที่สำคัญที่สุด... สำนักงานกฎหมายของฉันมีสิทธิ์เลือกลูกความค่ะ เราไม่รับทำคดีให้คนที่มีมลทินโดยไม่จำเป็น... โดยเฉพาะคนชื่อธันวา"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในอกของธันวาจนเขาต้องหลับตาลงชั่วขณะ ภาพย้อนอดีตในวันที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่เธอน้ำตานองหน้าขอร้องให้เขาหันมามองสักนิด แต่วินาทีนั้นเขากลับเลือกที่จะหันหลังให้และบอกว่าเธอเป็นตัวถ่วงชีวิต... วันนี้ กรรมตามสนองเขาอย่างสาสมแล้ว ทุกอย่างที่เขาเคยทำลายด้วยมือตัวเอง กำลังย้อนกลับมาทุบทำลายเขาในวันที่เขาอ่อนแอที่สุด
"ผมรู้ว่าผมเคยเลวกับคุณแค่ไหน ริน... ผมรู้ว่าคำขอโทษเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดในตอนนี้" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคมเข้มที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้ไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและยอมจำนน "แต่ถ้าคุณรับคดีนี้... ไม่ใช่เพื่อช่วยผมในฐานะอดีตสามี แต่เพื่อพิสูจน์ความจริง เพื่อกระชากหน้ากากคนที่มันโกงกินและเหยียบย่ำคนอื่น... ผมรู้ว่ามีแค่ทนายมือฉมังอย่างคุณเท่านั้นที่ทำได้"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย ทว่าแววตากลับเยียบเย็น "ยกย่องฉันเสียเหลือเกินนะคะ... ตอนที่คุณไล่ฉันออกจากบ้าน คุณเคยคิดไหมคะว่าสักวันหนึ่ง คุณจะต้องมานั่งก้มหัวขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงที่คุณมองเป็นแค่อากาศธาตุ?"
"ผมสมควรโดนคุณเกลียด... สมควรโดนคุณเหยียบซ้ำด้วยซ้ำ" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขายอมรับทุกความเจ็บปวดที่เธอสาดใส่ เพราะมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาทำกับเธอในอดีต "แต่ริน... ได้โปรด พิจารณามันอีกครั้งเถอะนะ นี่คือข้อเสนอเดียวที่จะทำให้ผมล้างมลทินได้ และ..." เขาเว้นจังหวะ เลื่อนซองเอกสารอีกซองหนึ่งขึ้นมาวางทับ "นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมเพิ่งได้มา มันคือรายชื่อบัญชีลับของคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด... ถ้าคุณรับคดีนี้ หลักฐานชิ้นนี้จะเป็นของคุณทันที"
รินรดาก้มมองซองเอกสารสีน้ำตาลนั้น หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เป็นเพราะชื่อที่ปรากฏอยู่บนมุมซองเอกสาร มันคือศัตรูตัวฉกาจที่เธอเองก็ต้องการลากคอมันมาลงโทษทางกฎหมายมานานเช่นกัน
เกมนี้... ไม่ใช่แค่เรื่องของการช่วยเหลืออดีตสามี แต่มันคือโอกาสทองในการปิดบัญชีแค้นที่เธอรอคอยมานานนับปี
รินรดานิ่งเงียบไปนาน บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เธอประสานมือเข้าหากัน ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติและความแข็ง
"ตกลงค่ะ... ฉันจะรับทำคดีนี้"
คำพูดนั้นทำให้ธันวาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าประโยคต่อมาของเธอกลับทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"แต่มีข้อแม้... ว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณต้องทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง ไม่มีข้อแม้ ไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง และถ้าคุณกล้าตุกติกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันนี่แหละค่ะที่จะเป็นคนส่งคุณเข้าคุกด้วยมือของฉันเอง!"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำยอม "ผมตกลง..."
ก่อนที่รินรดาจะเอ่ยปากไล่เขาออกจากห้อง เสียงเคาะประตูกประชิดก็ตามมาด้วยการเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของเลขาหน้าห้อง
"ท่านทนายคะ! ขอโทษด้วยค่ะที่ต้องรบกวน มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณที่ห้องรับแขกด้านนอก... เขาบอกว่าเป็น..." เลขาหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก "เป็นผู้ชายที่อ้างว่าเป็นญาติสนิทของคุณ และ... และเขาพาเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาด้วยค่ะ"
รินรดานิ่งงัน สีหน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า 'เด็กผู้ชาย' ในขณะที่ธันวาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ ห้าขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องโดยมีผู้ชายแปลกหน้าเดินตามหลังมาติดๆ
และเมื่อเด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวาที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน...
ลมหายใจของธันวาก็แทบสะดุดกレイ ดวงตากลมโต จมูกรั้นเชิด และโครงหน้าของเด็กชายคนนั้น... ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ไม่มีผิดเพี้ยน!
"คุณแม่ครับ... น้าคนนี้บอกว่านี่คือคุณพ่อเหรอครับ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว รินรดาลุกขึ้นยืนพรวด มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี กำลังจะพังทลายลงตรงหน้าในวินาทีนี้เอง!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- กระจกเงาสะท้อนใจ -
ทนายหญิงมือฉมังกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือฉมังกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!