เสียงกระจกใสกระทบกับเนื้อเค้กช็อกโกแลตหนาแน่นในตู้แช่เย็น ไม่ดังเท่าเสียงหัวใจของมินตราที่กำลังเต้นโครมครามด้วยความระส่ำระสายยามเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนทาบทับลงมาบนบานประตูห้องครัว กลิ่นอายของความคุ้นเคยที่เธอพยายามฝังกลบมันลงในหลุมศพแห่งกาลเวลาเมื่อหลายปีก่อน กลับลอยวนกลับมาแตะจมูกอีกครั้งพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง
คณิน... ทนายความหนุ่มผู้เคยใช้อำนาจทางกฎหมายและวาจาดุจคมมีดกรีดแทะหัวใจเธอให้แหลกสลาย บัดนี้เขายืนอยู่ ณ เบื้องหน้า ธรณีประตูครัวของห้องอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายสร้างมันขึ้นมาจากเศษซากความพังทลายของชีวิต
"คุณเข้ามาในนี้ไม่ได้นะคะ คณิน! ที่นี่คือเขตหวงห้ามสำหรับแขก"
มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าสำหรับทำขนมกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอ ร่างของเขาดูสง่างามและทรงพลังในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต ทว่าแววตาคู่คมกริบที่ทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
"มีน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องครัวที่พนักงานคนอื่นต่างพากันหลบฉีกตัวออกห่างด้วยความเกรงกลัวบารมีของอดีตสามีเจ้าของฉายามือพิฆาตแห่งศาลยุติธรรม "ผมแค่อยากคุยกับคุณ... ให้เวลาผมสักห้านาที"
"เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ" มินตราตอกกลับทันควัน นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง "เอกสารหย่าเราเซ็นกันไปนานแล้ว และคุณก็เป็นคนเลือกเองที่จะเดินออกไปจากชีวิตฉัน... ตอนนี้ฉันกำลังยุ่ง กรุณาออกไปจากร้านของฉันด้วยค่ะ ไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไป"
ท่าทีที่เย็นชาและไร้เยื่อใยของหญิงสาวเปรียบเสมือนคมหอกที่ปักฉึกลงกลางใจของคณิน ทนายความหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อคดีความใดในศาล กลับต้องมาจนมุมต่อหน้าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในเกมแก้แค้น
คณินก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้มินตราสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่เธอกลัวที่สุด เขาสוบฉีดความกดดันออกมาจากทุกอณูของร่างกาย แต่มินตราในวันนี้ไม่ใช่เด็กสาวผู้เปราะบางคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับความชอกช้ำอีกต่อไปแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่แผลเป็นเก่ากำลังถูกกระชากให้เปิดออก
"คุณเกลียดผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ มีน..." คณินถามเสียงพร่า แววตาไหววูบชั่วขณะเมื่อกวาดสายตามองใบหน้าหวานที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและห่างเหินอย่างชัดเจน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... คุณไม่เคยคิดถึงวันเก่าๆ ของเราเลยหรือไง"
"วันเก่าๆ?" มินตราแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยันและรอยร้าวรานในจิตวิญญาณ "คุณกล้าดียังไงมาพูดถึงวันเก่าๆ คณิน? วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน วันที่คุณโยนใบหย่าใส่หน้าพร้อมกับคำพูดดูถูกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่เงิน... คุณลืมมันไปหมดแล้วหรือยังไงคะ?"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิม คณินชะงักงัน ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายปีพวยพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะอธิบายเรื่องราวความเข้าใจผิดทั้งหมดในอดีตที่เขาตกเป็นเหยื่อของเกมการเมืองทางธุรกิจโดยมี ภากร เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่ทว่า... ทิฐพและศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่รวมถึงความจริงที่ว่าเขายังไม่สามารถสะสางปัญหาทั้งหมดให้จบลงได้ ทำให้คำพูดเหล่านั้นติดอยู่แค่ริมฝีปาก
"ผมรู้ว่าผมทำเลวร้ายกับคุณไว้มาก มีน..." คณินพยายามก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้งด้วยความเวทนาและโหยหา "แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ภากรมันกำลังเล่นงานคุณ... ร้านนี้ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ถอนตัวไปกะทันหัน... ทุกอย่างเป็นฝีมือมัน ผมมาที่นี่เพื่อปกป้องคุณนะ"
"ปกป้องฉันงั้นเหรอ?" มินตราสวนกลับทันที น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ "คนที่ทำลายชีวิตฉันคนแรกก็คือคุณ! และคนที่ปล่อยให้คนอื่นมาทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือคุณเหมือนกัน! คณิน... ฉันดูแลตัวเองและลูกได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ ออกไปจากที่นี่ซะ!"
คำว่า "ลูก" หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของมินตราโดยที่เธอไม่ทันได้ระวังตัว ทันทีที่คำนั้นลอยเข้าหู คณินก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความงงงันระคนตกใจฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่คม เขานิ่งงันไปชั่วอึดใจ สมองที่เคยเฉียบคมประมวลผลคำพูดของเธอย่างรวดเร็ว
"ลูก..." คณินทวนคำเสียงแผ่วเบา หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรัวราายกับกลองศึก สายตาคมกวาดสำรวจใบหน้าของอดีตภรรยาอย่างพิจารณาอีกครั้ง "คุณ... หมายความว่ายังไง มีน? คุณมีลูกอย่างงั้นเหรอ? ลูกใคร..."
มินตราหน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห้อเลือด ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต กำลังจะถูกเปิดโปงต่อหน้าผู้ชายที่อันตรายที่สุดในโลกสำหรับเธอ
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ!" เธอกระแทกเสียงใส่ด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบหันหลังเพื่อเดินหนีออกไปจากห้องครัว ทว่ามือหนากลับคว้าข้อแขนของเธอเอาไว้ได้ทัน แรงบีบที่ไม่หนักไม่เบาแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นทำให้เธอสะบัดไม่หลุด
"บอกผมมาเดี๋ยวนี้ มีน!" คณินเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความสงสัยและสัญชาตญาณบางอย่างที่กำลังกรีดร้องอยู่ในอก "เด็กคนนั้น... อายุเท่าไหร่? เขาใช่... ลูกของผมหรือเปล่า!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังเข้ามาทางประตูด้านหลังห้องครัว พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ตะโกนเรียกหาผู้เป็นแม่ด้วยความคุ้นเคย
"มัมมี่ฮะ! น้องพีร์หิวน้ำ... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้เป็นใครเหรอฮะ ทำไมหน้าตาบึ้งจัง เหมือนยักษ์ในนิทานที่มัมมี่เคยเล่าให้ฟังเลย"
เสียงนั้นทำให้ทั้งคณินและมินตราแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน คณินค่อยๆ หันขวับไปมองตามเสียงใสๆ นั้น ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักนั้น... มันคือหลักฐานชิ้นเอกที่ตะโกนบอกความจริงทั้งหมดอย่างชัดเจนยิ่งกว่าผลตรวจ DNA ใดๆ บนโลกใบนี้
คณินทรุดตัวลงมองเด็กน้อยด้วยหัวใจที่หยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงหน้า ในขณะที่มินตราบดบังความตื่นตระหนกด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าอย่างจนมุม
กุหลาบอาบแสงจันทร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงมืดแห่งความลับนี้นะคะ
ทนายหนุ่มสายดุดันกับเชฟสาวดีกรีแชมป์•ตอนที่ 2
ศึกในห้องอาหาร
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหนุ่มสายดุดันกับเชฟสาวดีกรีแชมป์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!