แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เสียงกระดาษพลิกเสียดสีกันเบาๆ ในห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ คณินทอดสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนมองภาพถ่ายขาวดำใบเก่าในมือ ภาพของสองสามีภรรยาผู้เป็นบิดามารดาที่นอนไร้ลมหายใจเคียงข้างกันในซากปรักหักพังของโรงงานอาหารขนาดใหญ่ เมื่อยี่สิบปีก่อน รอยยิ้มของพวกท่านในภาพถ่ายช่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวัง ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความจริงอันโหดร้ายที่ว่า ทั้งหมดถูกพรากไปเพียงเพราะลายเซ็นบนกระดาษแผ่นเดียวและความโลภอย่างไร้ขอบเขตของคนกลุ่มหนึ่ง... ที่มีชายชื่อ ‘ภากร’ เป็นหัวโจก
"ท่านพ่อ... ท่านแม่" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากเรียวปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเยือกเย็นและเฉียบขาดในห้องพิจารณาคดี กลับไหวระริกด้วยไฟแห่งความแค้นที่สุมอกมาเนิ่นนานนับทศวรรษ
นิ้วแกร่งลูบไล้กรอบรูปใบเล็กบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม สัมผัสความเย็นเยียบของกระจกไม่ต่างอะไรกับหัวใจของเขาในยามนี้ คณินจำความรู้สึกในวันที่สูญเสียทุกอย่างได้แม่นยำ วันที่เด็กชายวัยสิบขวบต้องยืนมองโลงศพสองโลงถูกกลบด้วยดินทราย พร้อมกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองในความมืดมิด—เขาจะใช้กฎหมายทุกมาตรา ทนายความทุกหยดหยาดความรู้ และลมหายใจทุกวินาทีที่เหลืออยู่ ทวงคืนความยุติธรรมและกระชากหน้ากากคนชั่วพวกนั้นลงมาเหยียบย่ำให้จมดิน
"คุณคิมคะ กาแฟดำได้แล้วค่ะ"
เสียงเคาะประตูก่อนจะถูกผลักเปิดเข้ามาเบาๆ ทำให้คณินต้องละสายตาจากอดีตอันเจ็บปวด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน ขณะที่มินตราก้าวเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มในมือ เชฟสาวผู้มีแววตาดุดันและหัวใจที่แข็งแกร่งไม่แพ้ใครในห้องครัว วันนี้เธอกลับสวมชุดลำลองสบายๆ ทว่าแววตาที่มองตรงมายังเขากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความระมัดระวัง
มินตราวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างเงียบๆ สายตาเผลอเหลือบไปเห็นภาพถ่ายใบบางที่กระจายอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความเจ็บแปลกประหลาด แม้เธอจะไม่เคยเอ่ยปากถามถึงอดีตอันดำมืดของทนายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้ แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า รอยแผลเป็นในใจของคณินนั้นลึกและกรีดกรายลงไปถึงรากเหง้าของจิตวิญญาณ
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทมองเอกสารของคุณนะคะ... แต่แววตาของคุณตอนนี้ มันเหมือนเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหลงทางอยู่ในพายุฝนเลยค่ะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นพอที่จะทะลวงผ่านกำแพงน้ำแข็งที่คณินสร้างขึ้นมาห่อหุ้มตัวเอง
คณินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความดุดันผสมผสานกับความเปราะบางที่หาดูได้ยากยิ่ง เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณคิดว่าความเห็นอกเห็นใจของคุณ จะช่วยล้างเลือดที่ติดอยู่บนมือของคนที่ทำลายครอบครัวผมได้งั้นเหรอ มินตรา?"
"ฉันไม่ได้จะล้างให้ใครทั้งนั้นค่ะคิม!" มินตราโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นมาบ้าง เธอวางมือลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อสบตาเขาตรงๆ "ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่า... การมีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้นอย่างเดียว มันทำให้คุณลืมไปหรือเปล่าว่าบนโลกนี้ยังมีอย่างอื่นที่มีค่ามากกว่าความเกลียดชัง"
บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก คณินจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกไหวอย่างรุนแรง ภาพของมินตราในยามที่เธออยู่กับเด็กๆ หรือยามที่เธอบรรจงสร้างสรรค์เมนูอาหารด้วยความรักและความใส่ใจผุดขึ้นมาในหัว มันช่างเป็นความอบอุ่นบริสุทธิ์ที่ตัดกับความมืดมนในใจเขาอย่างสิ้นเชิง... ความรัก ความผูกพัน และสายใยครอบครัวที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต บัดนี้มันกำลังสะท้อนอยู่ในเงาตาของเชฟสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใครคนนี้
"คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก... ว่าความรู้สึกของการสูญเสียทุกอย่างในพริบตาเดียวมันเป็นยังไง" คณินกระซิบเสียงพร่า ความดุดันในน้ำเสียงเจือด้วยความร้าวรานที่ไม่อาจปิด
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยรื้นด้วยหยาดน้ำใสเธอก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปวางทับลงบนหลังมือหนาที่กำหมัดแน่นของเขา สัมผัสอุ่นซ่านจากเธอนิดหน่อยทำเอาคณินถึงกับสะท้อนเฮือก
"ฉันอาจจะไม่เข้าใจความแค้นของคุณทั้งหมดหรอกค่ะคิม... แต่ฉันเข้าใจความเจ็บปวดของการไม่มีใครสักคนรออยู่ที่บ้าน" มินตราเอ่ยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว "และถ้าคุณยังดึงดันจะเดินหน้าล้างแค้นโดยไม่สนใจหัวใจตัวเอง วันหนึ่งคุณจะไม่เหลือใครเลยแม้แต่คนเดียว... แม้กระทั่งตัวฉัน"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของคณิน เขานิ่งงัน ปลายมือสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความปรารถนาที่จะปกป้องผู้หญิงคนนี้ตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ขณะที่เขากำลังจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาเพื่อทำลายกำแพงความเงียบงัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ขัดจังหวะห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งของคนทั้งคู่ ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหนุ่มสีหน้าตื่นตระหนก มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองยื่นเข้ามาด้วยความเร่งรีบ
"ท่านทนายครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณจากสำนักงานอัยการสูงสุดครับ เป็นหลักฐานชิ้นใหม่ในคดีของบริษัทคุณพ่อคุณ... และที่สำคัญที่สุด..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองมินตราและคณินสลับกัน "ในซองนี้ มีสำเนาสูติบัตรและผลตรวจ DNA ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ระบุชื่อคุณเป็น... บิดาผู้ให้กำเนิดครับ!"
กุหลาบอาบแสงจันทร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงมืดแห่งความลับนี้นะคะ
ทนายหนุ่มสายดุดันกับเชฟสาวดีกรีแชมป์•ตอนที่ 3
รอยแผลเป็นในอดีต
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหนุ่มสายดุดันกับเชฟสาวดีกรีแชมป์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!