เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 21

เมื่อหัวใจเริ่มทำงานมากกว่าสมอง

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"คุณกำลังทำลายหลักการออกแบบเชิงโครงสร้างทั้งหมดที่ผมใช้เวลาสามเดือนเต็มในการคำนวณ ขวัญข้าว" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเจือความเยርชาเป็นกิจวัตรในยามปกติ ทว่าในเวลานี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดทับไว้ใต้ท่าทีนิ่งขรึม ธันวายืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องประชุมโครงการ โครงหน้าคมคายเคร่งเครียดจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน ดวงตาคู่คมจ้องมองผังภูมิทัศน์ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิมบนจอแท็บเล็ตด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้ระหว่างความหงุดหงิดกับความพ่ายแพ้ ขวัญข้าวไม่ได้ก้มหน้ายอมรับความผิดเช่นทุกครั้ง หญิงสาวยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง แสงไฟสีส้มจากภายนอกอาคารสำนักงานสาดกระทบกรอบหน้าเรียวสวยและดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววดื้อรั้นอย่างเต็มพิกัด เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มบางๆ ที่เคลือบด้วยความท้าทายมาให้ "หลักการคำนวณของคุณมันแม่นยำจนไร้ที่ติครับ คุณสถาปนิก... แต่เสียดายที่มันไม่มีหัวใจ" ขวัญข้าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกอณู "คุณมองต้นไม้ใบหญ้าพวกนั้นเป็นแค่ตัวเลขพิกัด เป็นบล็อกคอนกรีตสีเขียวที่ต้องวางให้ลงตัวตามล็อก แต่คุณไม่เคยถามเลยว่า ถ้าคนที่มานั่งพักตรงนั้นเหนื่อยล้าจากโลกข้างนอกจริงๆ เขากำลังมองหาตารางกริดที่สมบูรณ์แบบ หรือเขาแค่อยากได้ร่มไม้ใหญ่ที่โอบกอดเขาไว้ได้จริงๆ กันแน่" ธันวาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ คำพูดของหญิงสาวไม่ใช่แค่การถกเถียงเรื่องงาน แต่มันพุ่งเป้าตรงเข้ามายังใจกลางปมปัญหาที่เขาเพียรสร้างกำแพงเหล็กกล้าปกป้องมาตลอดชีวิต ความสมบูรณ์แบบที่เขาโหยหา ความไร้ที่ติที่ต้องไม่ยอมให้มีรอยด่างพร้อย นั่นคือเกราะป้องกันที่ครอบครัวมอบเป็นมรดกตกทอดให้เขาต้องแบกรับ ทว่าในวินาทีนี้ เกราะเหล็กนั้นกลับสั่นคลอน เพียงเพราะสายตาจริงจังที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเจือความดื้อรั้นของผู้หญิงตรงหน้า ธันวาขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างลืมตัว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศแทรกผ่าน กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกระดาษร่างแบบลอยวนอยู่ในห้วงความคิดของเขา มันไม่ใช่กลิ่นที่เย้ายวน แต่เป็นความสดชื่นที่ทำให้สติสัมปชัญญะของสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดเริ่มรวนเร "คุณกำลังก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผม ขวัญข้าว" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนหน้านี้ "พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันคะ... เอ๊ย! หมายถึง... พื้นที่ทำงานต่างหากเล่า" ขวัญข้าวหลุดปากแก้ตัวเสียงหลง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าใบหน้าคมคายอยู่ใกล้เธอแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ถอยไปเลยนะคุณธันวา พูดเรื่องงานอยู่ดีๆ ทำไมต้องทำหน้าดุใส่ใกล้ขนาดนี้ด้วยเล่า" "ผมไม่ได้ดุ" ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่มือหนากลับเอื้อมไปยันขอบหน้าต่างด้านหลังตัวเธอไว้โดยอัตโนมัติ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ "ผมแค่กำลังทบทวนว่า... ระหว่างสมองที่คิดคำนวณมาอย่างดี กับความรู้สึกบ้าๆ ที่คุณพยายามยัดเยียดให้ผมตอนนี้น่ะ อันไหนมันเชื่อถือได้มากกว่ากัน" หัวใจของธันวากำลังส่งเสียงเตือนภัยดังลั่น มันดังกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง และดังกว่าเสียงเตือนจากเหตุผลที่เขาสั่งสมมาสามสิบปี เขารู้ดีว่าความรู้สึกที่เขามีต่อขวัญข้าวในยามนี้มันเกินเส้นคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" หรือ "คู่กัดในโปรเจกต์" ไปไกลโขแล้ว ความหึงหวงตอนที่เห็นพศินพยายามเข้ามาตีสนิท ความกังวลยามที่เธอป่วยไข้ และความโหยหาที่จะได้ยินเสียงเถียงคำไม่ตกฟากในทุกเช้า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตรรกะทางสถาปัตยกรรม แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีที่ควบคุมไม่ได้ ขวัญข้าวชะงักไป ดวงตากลมโตไหวระริกยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่แฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนเกินบรรยาย ความดื้อรั้นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนพวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "ถ้าคุณใช้สมองคิด... คุณคงไล่ฉันออกไปจากโปรเจกต์นี้ตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะค่ะ" ขวัญข้าวพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่ราวกับจะแผดเผาความลับทั้งหมดในใจเธอให้มอดไหม้ "แต่ถ้าคุณใช้หัวใจ... คุณคงรู้คำตอบอยู่แล้วว่าทำไมฉันถึงต้องดื้อกับคุณนัก" ประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบทำลายกำแพงสุดท้ายในใจของธันวาจนพังครืน สถาปนิกหนุ่มนิ่งอึ้ง ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว สัมผัสนุ่มมือทำให้หัวใจที่เคยด้านชาอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงไปเพื่อปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยวิธีของตนเอง บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน ทว่าในวินาทีที่ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันนั้นเอง— *ปัง!* เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอמהขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน "คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ พศินมันเล่นสกปรก ส่งข้อมูลแบบแปลนโครงสร้างของเราไปให้สื่อสายอสังหาฯ แล้วตอนนี้ข่าวหลุดออกไปทั่ว..." เลขาหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งพรวดพราดเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นภาพนายจ้างหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบ กำลังกักตัวสถาปนิกสาวคนเก่งไว้ในท่าทางที่ล่อแหลมและชวนเข้าใจผิดเสียเหลือเกิน ธันวาผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนเลขาหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขวัญข้าวรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าแดงก่ำหันไปมองทางอื่นด้วยความกระดากอาย ธันวาปรายตามองเลขาด้วยแววตาดุดัน ก่อนจะหันกลับมามองหน้าหญิงสาวที่ยืนหายใจหอบสะท้อนอยู่ข้างกาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ไม่ได้มาจากเรื่องงานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป "เรื่องของพศิน... เดี๋ยวเราเคลียร์กันทีหลัง" ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "แต่เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ ขวัญข้าว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครทุกตัว ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%