"ถ้าคุณยังยืนกรานจะวางหินก้อนนั้นเอียงองศานี้อีกแค่เซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมสวนหย่อมโครงการนี้ และผมจะหักค่าขนม เอ้ย... ค่าออกแบบของคุณครึ่งหนึ่ง ข้อหาทำลายสุขภาพจิตสถาปนิกครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจดังขึ้นเหนือศีรษะของขวัญข้าว หญิงสาวชะงักมือที่กำลังถือคีมจัดแต่งกวางเรน디어โครงสร้างไม้เลื้อย เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปัดเศษดินออกจากฝ่ามือแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ถ้าส่งกระแสจิตได้ ต้นไม้รอบตัวคงเหี่ยวเฉาตายไปนานแล้ว
ธันวา... สถาปนิกผู้เพียบพร้อมและปากคอเราะร้ายที่สุดในสามโลก
"คุณธันวานี่ว่างมากเหรอครับ ถึงได้มาเดินตรวจงานละเอียดยิบทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้ หรือว่าโปรเจกต์ฝั่งคุณมันไม่มีปัญหาอะไรให้แก้แล้ว เลยต้องมาเดินหาเรื่องคนอื่นเขาไปทั่ว" ขวัญข้าวสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่เคยคิดจะยอมจำนนให้ความดุของอีกฝ่ายอยู่แล้ว
"ผมไม่ได้หาเรื่อง ผมกำลังทำหน้าที่ควบคุมงานให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด" ธันวาขยับแว่นเล็กน้อย ก้าวเข้าไปประชิดขอบกระบะปลูกต้นไม้ใหญ่จนขวัญข้าวต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ "แล้วก็ไม่ได้ว่างด้วย ถ้าไม่เพราะเห็นว่าคุณกำลังจะทำลายทัศนียภาพฝั่งตะวันตกพินาศ ผมคงไม่อยากเสียเวลามาต่อปากต่อคำกับคนดื้อรั้นอย่างคุณหรอกครับ"
"ดื้อรั้นเหรอ?" ขวัญข้าวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะต่างกันพอสมควรแต่ความมั่นใจของเธอนั้นไม่มีวันเป็นรอง "ในฐานะนักจัดสวน ฉันรู้ว่าอะไรควรอยู่ตรงไหน ธรรมชาติมันมีความพริ้วไหวของมัน ไม่ใช่ทุกอย่างต้องกางไม้บรรทัดวัดองศาแบบที่คุณชอบหรอกนะคะ... เอ๊ย แบบที่คุณชอบหรอกครับ!" เธอเกือบหลุดปากคำลงท้ายตามความคุ้นเคย แต่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบจับผิด จึงรีบเปลี่ยนคำให้ทันท่วงที
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างได้ใจ "เมื่อกี้เกือบหลุดแล้วนะครับคุณนักออกแบบ... ระวังหน่อยสิครับ ปากไวแบบนี้ระวังจะเผลอพูดอะไรที่ตัวเองจะมานั่งเสียใจทีหลัง"
"ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่พูดหรอกค่ะ... ครับ! ฉันหมายถึง ครับ!" ขวัญข้าวเม้มปากแน่นด้วยความขัดแย้งในใจ เผลอค้อนวงใหญ่ใส่คนตรงหน้าจนธันวาถึงกับหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยของนักออกแบบสาวกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เวลาหัวเราะเยาะคนอื่นมันน่าหมั่นไส้เป็นบ้า แต่ทำไมพอมองนานเข้า มันถึงได้ดูมีเสน่ห์จนน่ากลัวแบบนี้ล่ะ
สงครามประสาทที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ตั้งแต่วันแรกที่ต้องมาร่วมงานกันในโปรเจกต์รีสอร์ตหรูริมเขา กำลังเดินทางมาถึงจุดที่ขวัญข้าวเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่า ความรู้สึกหงุดหงิดยามที่ถูกเขาต่อปากต่อคำ มันคือความเกลียดชัง หรือแท้จริงแล้วมันคืออาการของหัวใจที่เต้นผิดจังหวะกันแน่
ธันวาเองก็ไม่ได้ละสายตาไปไหน เขากวาดสายตามองใบเนียนที่เปื้อนฝุ่นดินนิดหน่อยตรงแก้มของหญิงสาว ความตั้งใจที่จะต่อว่าเรื่องการจัดวางหินเมื่อครู่พลันเลือนหายไปจากหัวสมองจนหมดสิ้น เขารู้ดีว่าเขากำลังใช้ข้ออ้างเรื่องงานเพื่อเข้ามาใกล้เธอให้มากที่สุด เดินวนเวียนอยู่รอบตัวเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเด็กผู้ชายที่แกล้งดึงเปียเด็กผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบ
แต่วิธีแสดงออกของเขามันช่างห่างไกลจากความโรแมนติกเสียเหลือเกิน
"มองอะไรคะ... มองอะไรครับ?" ขวัญข้าวทักขึ้นเมื่อรู้สึกว่าสายตาคมกริบคู่นั้นมองเธอด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะรับมือไหว "ถ้าไม่มีอะไรจะตรวจแล้ว ก็เชิญไปเคลียร์กับพวกผู้รับเหมาฝั่งโครงสร้างต่อเถอะค่ะ ทางนี้ฉันจัดการเองได้"
"ผมยังไปไม่ได้หรอกครับ" ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นไอดินลอยละลิ่วเข้าจมูก ขวัญข้าวเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เพราะผมยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องสะสางกับคุณ"
"เรื่อง... เรื่องอะไรอีก งานเอกสารส่งงวดหน้าฉันเคลียร์ให้หมดแล้วนี่"
"ไม่ใช่เรื่องงานครับ..." ธันวาหรี่ตามองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากโหมดการทำงานเป็นความนุ่มลึกที่จู่โจมหัวใจคนฟังอย่างไร้ทางป้องกัน "แต่เป็นเรื่องที่คุณชอบกวนประสาทผมทุกครั้งที่เราเจอกัน... คุณทำแบบนี้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งผม หรือว่า..."
เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงกระซิบพร่าต่ำทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"...หรือว่าคุณกำลังเขินผมกันแน่ครับ ขวัญข้าว"
คำถามนั้นพุ่งชนเป้าหมายอย่างจัง ขวัญข้าวหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเขินอายจนพูดไม่ออก เธอยกมือขึ้นเตรียมจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่าธันวากลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ถอยหนี ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบลงถนัดตา
ใครจะทนเกมประสาทนี้ได้นานกว่ากัน... คำตอบดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในใจของคนทั้งคู่
"ใครจะไปเขินคุณกันล่ะคะ... ครับ! หลงตัวเองชะมัด!" ขวัญข้าวเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหน้าที่แดงก่ำถึงใบหูนั้นได้ทรยศเธอไปเสียแล้ว
ธันวายิ้มกริ่ม นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู เขากำลังจะเอאยคำพูดบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ลึกที่สุดออกมาเพื่อทำลายกำแพงความซึนของตัวเอง แต่ทว่า...
"อุ๊ย! ขอโทษครับ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเอ่ย พอดีผมเอาแบบแปลนแก้ไขด่วนมาให้คุณธันวาดูครับ"
เสียงแหลมสูงของพศิน คู่แข่งทางธุรกิจตัวแสบที่โผล่พรวดพราเข้ามาทางประตูหลังของเรือนเพาะชำ ทำเอาบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวพังทลายลงในพริบตา ธันวาถอนหายใจพรวดด้วยความหัวเสียสุดขีดในขณะที่ขวัญข้าวรีบดึงมือตัวเองกลับด้วยความตกใจ
ธันวาหันขวับไปมองพศินด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนให้ตายได้ในรัศมีสามเมตร ขณะที่พศินยังคงส่งยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวโดยถือม้วนกระดาษแปลนเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นกั้นนี้ด้วยกันนะครับ
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 22
ใครจะทนใครได้นานกว่ากัน
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!