เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 8

ความเปราะบางที่พยายามซ่อน

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ตัวอาคาร จนกระจกเทมเปอร์บานใหญ่ของสตูดิโอสั่นสะเทือนระรัว ขวัญข้าวสะดุ้งสุดตัว ทำแฟ้มแบบแปลนในมือร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้องเสียงดังลั่น แต่เสียงนั้นยังไม่น่าตกใจเท่ากับสภาพของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ ธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบเสมอในทุกตารางนิ้ว เชิ้ตสีขาวราคาแพงบัดนี้เปียกโชู่ลู่แนบลำตัว เส้นผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างดีหลุดลุ่ยปรกหน้าผาก ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกักคือแววตา... แววตาที่ว่างเปล่าและสั่นไหวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณธันวา..." ขวัญข้าวครางเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องทำงานอย่างไร้การควบคุม ฝ่ามือใหญ่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับคนกำลังเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บระดับจุดเยือกแข็ง ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องไม่ได้เปิดต่ำขนาดนั้น "อย่าเข้ามา..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมา มันแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่พยายามกดทับไว้ "บอกให้... ออกไปไง ขวัญข้าว" "ออกไปไหนล่ะคะคุณ ดูสภาพตัวเองตอนนี้สิ เปียกเป็นลูกแมวตกน้ำแถมยังนั่งตัวสั่นอยู่กับพื้นเนี่ยนะ" เธอบ่นอุบด้วยความไม่สบอารมณ์ ปากไวตามนิสัยเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก แต่ร่างกายกลับขยับเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา เอื้อมมือจะแตะไหล่หนา "บอกว่าอย่าแตะ!" ธันวาตวาดลั่น ดวงตาคมกริบตวัดมองขึ้นมา ประกายตาคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ—หวาดกลัวที่ถูกมองเห็นด้านที่อ่อนแอที่สุด ขวัญข้าวชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจกระตุกวูบ เธอไม่เคยโดนเขาขึ้นเสียงใส่ด้วยโทนอารมณ์แบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดแบบที่เขาชอบใช้เวลาเถียงเรื่องงาน แต่มันคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่กำลังจะจมน้ำตาย แต่วางฟอร์มจนวินาทีสุดท้าย "ฉันไม่ได้จะซ้ำเติมคุณนะธันวา" ขวัญข้าวสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงที่เคยติดประชดประชันเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด "ฝናตกฟ้าผ่าแค่นี้ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนโลกจะแตกด้วยล่ะคะ หรือว่าคุณ... กลัวเสียงฟ้าผ่า?" คำพูดจี้ใจดำทำให้ธันวานิ่งงัน ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาเบือนหน้าหนี หลบสายตาที่พยายามอ่านความรู้สึกของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระจกภายนอกราวกับจะกลบเสียงรอบตัวทั้งหมด "ผมไม่ได้กลัว" เขาเค้นเสียงตอบทีละคำอย่างยากลำบาก "ผมแค่เกลียด... เกลียดความผิดพลาด เกลียดเสียงที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย..." ขวัญข้าวขมวดคิ้วมุ่น มองผู้ชายจอมเผด็จการที่ยืนหนึ่งเรื่องความเพอร์เฟกต์มาตลอด ตอนนี้กลับเหลือเพียงเศษเสี้ยวความเปราะบางที่พยายามก่อกำแพงป้องกันตัว สิ่งที่ธันวาแบกรับไม่ใช่แค่โปรเจกต์งานก่อสร้างมูลค่าร้อยล้าน แต่เป็นมาตรฐานบ้าคลั่งที่ครอบครัวและสังคมยัดเยียดให้เขาต้องเป็น "คนสมบูรณ์แบบ" ตลอดเวลา "ไม่มีใครควบคุมทุกอย่างบนโลกนี้ได้หรอกค่ะคุณธันวา" ขวัญข้าวขยับเข้าไปใกล้doesอีกนิด จนเข่าของเธอชนกับเข่าของเขา ร่างบางเอื้อมมือออกไปช้าๆ คราวนี้ธันวาไม่ได้ปัดป้อง ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นของเธอแตะลงบนหลังมือที่กำแน่นของเขา สัมผัสนั้นทำให้ธันวาสสะท้านเยือก แรงต้านทานในตัวลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย "ถ้าควบคุมไม่ได้... ผมก็จะไม่มีค่าในสายตาใครเลย" เสียงกระซิบของธันวาแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงฝน มันคือคำสารภาพที่หลุดรอดออกมาจากซอกหลืบมืดมนในจิตใจ ปมในวัยเด็กที่ต้องทำคะแนนให้เป็นอันดับหนึ่ง ต้องไร้ที่ติ เพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับจากคนเป็นพ่อ ขวัญข้าวฟังแล้วรู้สึกหนับหน่วงในอก ความรู้สึกหมั่นไส้หรืออยากเอาชนะก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เธอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากคู่กัดปากร้าย กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจ และลึกซึ้งกว่านั้น... ความรู้สึกบางอย่างที่เต้นรัวอยู่ในจังหวะเดียวกับหัวใจของเขา "โง่จังนะคะ" ขวัญข้าวฝืนยิ้มบางๆ ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว "ถ้าความสมบูรณ์แบบมันแลกมาด้วยการที่คุณต้องนั่งหนาวอยู่คนเดียวแบบนี้... ฉันว่าการเป็นคนธรรมดาที่ทำอะไรพลาดบ้าง อาจจะมีความสุขกว่าเยอะ" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะปนกัน ความเงียบงันระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากกว่าคำพูดใดๆ ในโลก แววตาของธันวาที่มองเธอนั้นไม่มีความหยิ่งผยองเหลืออยู่เลย มีเพียงความเวิ้งว้างที่โหยหาความอบอุ่น มือใหญ่ที่เคยสั่นเทาพลิกกลับมาจับมือของขวัญข้าวไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวเกี่ยวประสานเข้าหากัน ไออุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความเย็นเยียบในร่างกายของเขาให้ทุเลาลง "ขวัญข้าว..." เสียงเรียกชื่อเธอนุ่มนวลกว่าครั้งไหนๆ จนขนลุกซู่ ธันวาขยับตัวเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ทีละนิด ระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นโครมครามจนกลบเสียงฟ้าฝนภายนอก เขากำลังจะทำในสิ่งที่ขัดกับหลักการทุกข้อของตัวเอง—นั่นคือการเปิดประตูใจให้คนอื่นเข้ามาเห็นมุมที่อ่อนแอที่สุด และขวัญข้าวก็ไม่ได้ถอยหนี เธอกลับหลับตาลงช้าๆ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะกระโดดออกมานอกอก เคมีที่เคยประทะกันด้วยคารมคมคาย บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่รุนแรงและห้ามไม่อยู่ ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร... *กริ๊ก!* เสียงปลดล็อกประตูสตูดิโอด้านหน้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามด้วยแสงไฟสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอמהะโหล่ดังขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ "ธันวา! นายยังอยู่เคลียร์แบบงานนี้ใช่มั้ยวะ ฉันเอาเอกสารแก้ไขโปรเจกต์มาให้—เฮ้ย!" ธันวาผละออกจากขวัญข้าวราวกับโดนไฟช็อต สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดขีดสุดทันที ส่วนขวัญข้าวสะดุ้งสุดตัวรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนหน้าแดงก่ำหันไปมองทางต้นเสียง ร่างสูงของ "พศิน" คู่แข่งตัวฉกาจยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับเอกสารในมือที่หล่นร่วงลงพื้นเมื่อเห็นภาพบาดตาตรงหน้า --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%