“นี่คือแบบสวนที่ผมต้องการ ไม่ใช่การเอาวัชพืชมาแปะรวมกันเพื่อโชว์ความติสต์แตกครับคุณขวัญข้าว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องประชุม เขาขีดเส้นแดงลงบนพิมพ์เขียวที่ผมตั้งใจบรรจงวาดมาตลอดทั้งสัปดาห์ด้วยปากกาเคมีด้ามถนัด เส้นสีแดงนั้นกรีดทับลงบนกลุ่มพรรณไม้ที่ผมตั้งใจเลือกเฟ้นเพื่อให้เข้ากับโครงสร้างคอนกรีตเปลือยที่เขาออกแบบไว้อย่างเลือดเย็น
ผมกอดอกแน่น สบตาเขม็งมองใบหน้าคมสันที่ดูจะสมบูรณ์แบบเกินไปเสียจนน่าหมั่นไส้ “ถ้าคุณธันวาอยากได้สวนที่ตัดแต่งจนเหมือนพลาสติก ผมว่าคุณไปซื้อต้นไม้ปลอมจากห้างมาประดับดีกว่าครับ ไม่ต้องจ้างนักออกแบบสวนหรอก”
ธันวาเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม “คุณเข้าใจคำว่า ‘ฟังก์ชัน’ ไหม? การวางตำแหน่งต้นไม้แบบที่คุณทำ มันทำให้ทัศนวิสัยของโถงทางเข้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผมไม่ได้ต้องการสวนไว้เพื่อชมแมลงวัน แต่ผมต้องการพื้นที่ที่ส่งเสริมดีไซน์ของผม”
“แต่สวนคือชีวิตครับ ถ้ามันไร้จิตวิญญาณ มันก็แค่กองดินที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ” ผมสวนกลับทันควัน ขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ “คุณเป็นสถาปนิกที่เก่ง แต่คุณมองโลกผ่านแค่ตัวเลขและมุมองศา ผมว่าคุณกำลังลืมไปว่าคนที่อยู่อาศัยเขาต้องการ ‘อากาศ’ ไม่ใช่ ‘เขาวงกตคอนกรีต’”
“ปากเก่งจังนะครับ” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดอากาศรอบตัวดูจะเปลี่ยนไปทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้จนผมต้องขยับถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเหล็กที่รองโต๊ะ “หวังว่าฝีมือของคุณจะคมเหมือนฝีปาก ถ้าไม่ได้มีไอเดียที่คุ้มค่ากับเวลาของผม ก็เชิญเก็บของกลับไปทำสวนในฝันของคุณที่อื่นเถอะครับ”
“คุณมันก็แค่คนขี้ขลาด” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ไม่ยอมหลบสายตาที่พยายามจะกดดันให้ผมก้มหัว “กลัวความผิดพลาด กลัวธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ เพราะในหัวคุณมีแต่ความเป๊ะที่น่าอึดอัดจนคุณเองก็ยังหาความสุขไม่เจอเลยด้วยซ้ำ”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบคล้ายกับความลับที่ถูกกระชากออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็กลับมาตีหน้านิ่งสนิทเหมือนหน้ากากที่ไร้ความรู้สึก
เขาก้มลงมาจนปลายจมูกเราห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษคาร์บอนทำให้ผมหายใจติดขัด “คุณรู้เรื่องผมดีเกินไปหรือเปล่า คุณขวัญข้าว... หรือจริงๆ แล้วคุณก็แค่พยายามหาจุดอ่อนของผม เพื่อจะเล่นเกมปั่นประสาทให้ผมหลุดจากโปรเจกต์นี้?”
“ผมไม่ได้อยากเล่นเกมกับคุณ และผมก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณ” ผมพยายามประคองน้ำเสียงให้มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนแทบบ้า “แต่ถ้าคุณยังยึดติดกับสมการที่ไม่มีวันลงตัวแบบนี้ สวนนี้ก็พังตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้าง”
ผมคว้าพิมพ์เขียวกลับมา วางแผนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องทำงานที่เต็มไปด้วยความกดดันนี้ แต่ทว่า—
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
“ธันวา ผมเข้ามานะ”
เสียงคุ้นเคยที่มาพร้อมกับการปรากฏตัวของพศินทำเอาบทสนทนาที่กำลังเดือดพล่านหยุดชะงักลงทันที พศินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ดูเสแสร้ง เขามองสลับระหว่างผมกับธันวาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเลศนัย
“ขอโทษทีที่ขัดจังหวะนะ แต่ดูเหมือนว่าคุณสถาปนิกผู้เก่งกาจจะกำลังมีปัญหากับคู่ขา... เอ้ย คู่คิดเรื่องสวนคนใหม่สินะ?” พศินเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ ก่อนจะเหลือบเห็นรอยขีดเขียนสีแดงบนกระดาษของผม “ว้าว... นี่มันลายเส้นของคนที่จะทำลายโครงการสำคัญของเราเลยนี่นา ธันวา นายแน่ใจนะว่าจ้างคนมาทำงาน ไม่ใช่จ้างมาเพื่อหาเรื่อง?”
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่เคยจ้องมองผมด้วยความกรุ่นโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขายกมือขึ้นแตะไหล่ผมเบาๆ เป็นเชิงว่าให้หยุด—สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ชวนให้สับสนจนผมขนลุกวาบ
“เธอเป็นเด็กดื้อครับพศิน แต่ผมมั่นใจว่าผมจะ ‘จัดการ’ เธอได้” ธันวาพูดพร้อมกับหันมามองหน้าผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ในแบบที่ผมถนัด”
ก่อนที่ผมจะทันได้โต้ตอบ ประตูห้องทำงานอีกบานที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านนอกก็เปิดผางออก พร้อมกับชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มอีกคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก—เลขาของธันวานั่นเอง
“คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ไซต์งานที่โซน A มีคนเข้าไปรื้อทำลายโครงสร้างสวนที่วางรากฐานไว้จนเสียหายหมดเลยครับ!”
ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขาวางปากกาลงทันทีแล้วหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและข้อสงสัย ผมเองก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะนั่นคือส่วนที่ผมวางแผนจะเริ่มลงมือทำในวันพรุ่งนี้... ใครกันที่กล้าทำเรื่องแบบนี้?
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ขณะที่ธันวาเดินตรงมาที่ผม แววตาของเขาที่เคยปากร้ายใส่ผมเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนเป็นประกายของความระแวงที่ทำเอาผมเริ่มใจคอไม่ดี
“ตอบผมมาขวัญข้าว...” เขากดเสียงต่ำจนน่ากลัว “เมื่อกี้คุณบอกว่าใครกันแน่ที่กลัวความผิดพลาด... หรือจริงๆ แล้วคุณนั่นแหละที่เป็นคนเปิดช่องให้ ‘ใครบางคน’ เข้าไปทำลายงานของผมตั้งแต่แรก?”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันซับซ้อนของตัวละครเหล่านี้และร่วมเดินทางไปกับผมครับ - โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 2
สมการที่ไม่มีวันลงตัว
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!