เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักบนโต๊ะประชุมไม้โอ๊กตัวยาว ไม่ได้ดังพอจะกลบความเงียบงันที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ธันวาสถาปนิก
“ตอบผมมาขวัญข้าว…” เขากดเสียงต่ำจนน่ากลัว “เมื่อกี้คุณบอกว่าใครกันแน่ที่กลัวความผิดพลาด... หรือจริงๆ แล้วคุณนั่นแหละที่เป็นคนเปิดช่องให้ ‘ใครบางคน’ เข้าไปทำลายงานของผมตั้งแต่แรก?”
ธันวาจ้องมองหญิงสาวตรงข้ามด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกน ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือหนาวางทราบลงบนพื้นโต๊ะเพื่อกดดัน ขณะที่กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สถาปนิกผู้สมบูรณ์แบบกำลังจะระเบิดออกมา
รอบโต๊ะประชุม บรรดากรรมการบริหารและทีมงานร่วมสิบชีวิตต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว ทุกสายตาจับจ้องไปที่จุดปะทะระหว่างเสือหนุ่มปากร้ายกับนักออกแบบสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
ขวัญข้าวไม่ได้ถอยหนี เธอไม่แม้แต่จะกระพริบตา
หญิงสาวในชุดสูทลำลองสีเอิร์ธโทนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียวสวย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ
“คุณธันวานี่เก่งเรื่อง ‘โยนขี้’ ให้คนอื่นสมกับเป็นสถาปนิกมือหนึ่งจริงๆ นะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ เอ๊ย... ขอโทษทีค่ะที่เผลอใช้คำไม่เป็นทางการ” ขวัญข้าวแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดปากด้วยท่าทางกวนประสาท “แต่คุณกำลังเสียมารยาทและใช้อารมณ์นำเหตุผลมากเกินไปในฐานะ ‘ผู้นำ’ ของโปรเจกต์นี้นะครับ”
คำพูดที่จงใจย้อนเกล็ดและล้อเลียนสำนวนของเขาทำให้ธันวาถึงกับชะงัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาแบบนี้กลางที่ประชุมใหญ่ ต่อหน้าบอร์ดบริหารและทีมงานนับสิบ
“คุณว่ายังไงนะ...” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ดิฉันบอกว่า สมองส่วนเหตุผลของคุณกำลังทำงานบกพร่องเพราะความทระياءตัวต่างหากล่ะคะ” ขวัญข้าวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือทั้งสองข้างทาบลงบนโต๊ะเพื่อประกาศศักดา สายตาของเธอสบประสานกับเขาอย่างไม่มีทีท่าเกรงกลัว “คุณกล่าวหาว่าดิฉันเปิดช่องให้ใครบางคนเข้าไปทำลายงาน... คุณมีหลักฐานไหมคะ? หรือว่าไอ้ความสมบูรณ์แบบงี่เง่าของคุณมันกำลังสร้างภาพหลอนขึ้นมาเองว่า ‘ทุกคน’ จ้องจะแทงข้างหลังคุณตลอดเวลา!”
ฉับพลัน ความเงียบกริบก็กลับมาครอบงำห้องประชุมอีกครั้ง บรรดากรรมการถึงกับอ้าปากค้าง ขวัญข้าวตอกกลับได้เจ็บแสบและตรงจุดจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง
หน้าของธันวาชาดิก ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ใบหู แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความโกรธ คือความจริงที่ถูกกระชากออกมาอย่างไม่ไว้หน้า ความกลัวความผิดพลาด ความระแวง และความกดดันที่เขาแบกรับไว้จากครอบครัว ถูกผู้หญิงคนนี้อ่านทะลุปรุโปร่งในประโยคเดียว
“คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาสתดแบบนี้...” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนตามจนความสูงของเขากดดันเธอกลับ แต่ขวัญข้าวกลับเชิดหน้าขึ้นสูงกว่าเดิม
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์คะ ในเมื่อแบบแปลนสวนหย่อมที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างหลักของคุณ มันถูกแก้แบบโดยที่ดิฉันไม่ได้เป็นคนอนุมัติ!” ขวัญข้าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอทรงพลังและชัดถ้อยชัดคำ “และไอ้ ‘ใครบางคน’ ที่คุณว่า... ก็คือ ‘พศิน’ คู่แข่งทางธุรกิจของคุณที่แอบอ้างชื่อดิฉันเข้าไปแก้ไฟล์งานในระบบส่วนกลางเมื่อคืนนี้ต่างหากล่ะคะ!”
ชื่อของพศินทำเอาบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในพริบตา ธันวาชะงักกึก ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง เขาหรี่ตาลงมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์
“คุณพูดว่าอะไรนะ... พศินเหรอ?”
“ใช่ค่ะ พศิน” ขวัญข้าวหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา ปัดหน้าจอสองสามครั้งก่อนจะหมุนหน้าจอเข้าหาตัวเขาและบอร์ดบริหาร ภาพบันทึกประวัติการเข้าสู่ระบบและไฟล์เปรียบเทียบถูกฉายขึ้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ “ถ้าคุณมัวแต่ใช้อารมณ์มานั่งจับผิดดิฉัน เผด็จการใส่ทีมงาน และเอาแต่ตะโกนใส่หน้าคนอื่น แทนที่จะเช็ค ‘Log File’ ในระบบเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่วันแรก คุณก็คงไม่ต้องมาหน้าแตกกลางที่ประชุมแบบนี้หรอกนะคะ ‘คุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ’!”
หมัดฮุกน็อคเอาต์ถูกปล่อยออกมาราวกับมืออาชีพ ขวัญข้าวทิ้งท้ายด้วยการยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความสะใจเต็มเปี่ยม เธอเก็บแท็บเล็ตใส่กระเป๋า สะพายกระเป๋าหนังขึ้นบ่า แล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมด้วยท่าทีสง่างาม
“ถ้าไม่มีอะไรจะซักถามเพิ่มเติมแล้ว... ดิฉันขอตัวไปทำงานในส่วนที่เหลือให้ ‘เสร็จสมบูรณ์’ ตามมาตรฐานเพี้ยนๆ ของคุณต่อดีกว่าค่ะ เชิญพวกคุณเคลียร์กันตามสบายนะคะ”
พูดจบ ขวัญข้าวก็หันหลังก้าวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ธันวายืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก ใบหน้าคมคายชาหนึบจนแทบไม่รู้สึกอะไร เสียงซุบซิบของกรรมการบริหารเริ่มดังขึ้นเบาๆ แต่ธันวาไม่ได้ยินมันอีกแล้ว
ในหัวของเขามีเพียงภาพรอยยิ้มเยาะและคำพูดเชือดเฉือนของหญิงสาววนเวียนซ้ำไปซ้ำมา
*ยัยผู้หญิงปากเก่ง... กล้าดียังไงถึงทำให้เขาหน้าหงายกลางที่ประชุมได้ขนาดนี้!*
ธันวากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกอับอายผสมปนเปกับความรู้สึกบางอย่างที่ประหลาดล้ำ... ความทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของเธอ และความรู้สึกผิดที่พุ่งจีบขึ้นมาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ผ่านไปอึดใจใหญ่ ธันวาหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่เลขาหน้าห้องที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงประตู
“ไปเรียกตัวพศินมาพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมด้วยความเร็วสูงเพื่อตามล่าตัวการที่แท้จริง
ทว่า เมื่อเขาเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองพรวดพราดเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่คุ้นเคยก็ลอยแตะจมูก ธันวาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อพบว่า บนโซฟาหนังราคาแพงกลางห้องทำงานของเขา มีร่างบางของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับนี่คือห้องของเธอเอง
ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟ ส่งยิ้มพรายเจ้าเล่ห์มาให้เขา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก
“ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาพศินหรอกค่ะคุณธันวา... เพราะฉันมีข้อเสนอ ‘ล้างตา’ ที่คุณปฏิเสธไม่ได้ รออยู่ตรงนี้แล้ว”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 3
ใครกันแน่ที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!