กลิ่นกระดาษไขราคาแพงผสมกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวยามเที่ยงคืน โต๊ะเขียนแบบไม้สักทองตัวใหญ่รกเรื้อไปด้วยม้วนกระดาษแปลนอาคารและแท็บเล็ตที่เปิดหน้าจอทิ้งไว้ ธันวานวดขมับตัวเองเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการแก้แบบรอบที่สี่สิบห้าทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน เขากำลังหงุดหงิด—ไม่ใช่เพราะงานไม่เดินหน้า แต่เป็นเพราะไอ้ "ความเพอร์เฟกต์" ที่เขาขีดเส้นตายให้ตัวเองมันดันกลายเป็นกรงขังที่คอยบีบรัดคอหอยให้หายใจไม่ออก
"แก้ใหม่อีกสิธันวา... ถ้าแค่นี้ยังเนี๊ยบไม่พอ แกก็เป็นได้แค่สถาปนิกเกรดสาม" เขากระซิบเยาะเย้ยตัวเองในความเงียบ
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งดังขึ้นสั้นๆ ก่อนที่บานประตจะถูกผลักเปิดโดยไม่ต้องรออนุญาต ขวัญข้าวในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก ก้าวเข้ามาพร้อมแก้วชามะนาวเย็นเจี๊ยบในมือ หล่อนทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยตามนิสัยเวลาเห็นคนดื้อเงียบไม่ยอมพักผ่อน
"เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วกินนี่ซะค่ะ... เอ๊ย กินนี่ซะเถอะครับ" ขวัญข้าวเกือบหลุดปากใช้คำพูดเคยชิน แต่รีบแก้เกี้ยวด้วยการวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปังจนกาแฟในแก้วของธันวา
ธันวาปรายตามองแก้วชามะนาวสลับกับใบหน้ายุ่งๆ ของนักจัดสวนสาว มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะตามสไตล์คนปากคอเราะร้าย
"ขอบใจ... แต่ถ้าหวังจะวางยาพิษให้ผมตายคากองแบบแปลนล่ะก็ บอกไว้ก่อนนะว่ามรดกบริษัทผมยกให้การกุศลหมดแล้ว คุณไม่ได้สักบาทหรอกคุณขวัญข้าว"
"อุบาทว์ปากจริงนะคะ... ครับ! พูดจาแบบนี้เดี๋ยวก็โดนเอาต้นตีนเป็ดน้ำไปปลูกประจานไว้หน้าสำนักงานซะหรอก" ขวัญข้าวเท้าสะเอว ตาโตใสจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง "หวังดีหรอกนะถึงเอามาให้ กลัวว่าสถาปนิกเทวดาแถวนี้จะช็อกตายคาโต๊ะซะก่อนที่โปรเจกต์รีสอร์ทจะประมูลเสร็จ แล้วใครจะมารับหน้ากับลูกค้าล่ะคะ... ครับ"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาพินิจพิเคราะห์ท่าทางฮึดฮัดของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูอย่างประหลาด เขาชอบเวลาที่ผู้หญิงตรงหน้าเถียงสู้ ตาเป็นประกายและไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ความเผด็จการทางความคิดของเขาเลยสักครั้ง
"ปากเก่ง..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนขวัญข้าวต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะทะเข้ากับปลายจมูก "แล้วที่ยืนทำหน้ายكاยอยู่ตรงนี้ คือหมดธุระเรื่องจัดสวนแล้ว หรือแค่อยากมาหาเรื่องทะเลาะกับผมแก้เหงากันแน่ล่ะครับ"
"ใครอยากมาหาเรื่องคุณกัน!" ขวัญข้าวเสมองไปทางอื่น ใบเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิดเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว "ฉันแค่จะมาทวงเอกสารสรุปพรรณไม้ที่คุณบอกว่าจะเช็คให้ตั้งแต่เมื่อวานต่างหากเล่า หลบไปเลยนะ ตัวสูงเป็นเสาไฟฟ้าหรือไงถึงชอบเดินมาขวางทางคนอื่นอยู่เรื่อย"
ธันวาไม่ถอย แถมยังโน้มใบลงมาใกล้กว่าเดิมจนขวัญข้าวต้องกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามราวกับกลองชุด
"ถ้าผมเป็นเสาไฟฟ้า คุณก็คงเป็นแมลงเม่าที่บินมาชนหลอดไฟซ้ำๆ สินะครับ... รนหาที่ตายแท้ๆ"
"ไอ้...!"
ก่อนที่ขวัญข้าวจะได้พ่นคำด่าทออะไรที่เผ็ดร้อนไปมากกว่านั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ซอกตู้เอกสารด้านหลังธันวา ลายเส้นดินสอEEที่คุ้นเคยสะดุดตาจนเธอต้องขมวดคิ้ว มันไม่ใช่แปลนรีสอร์ทหรูหราที่ใช้พรีเซนต์งาน และไม่ใช่แบบก่อสร้างมาตรฐานทั่วไป
ธันวาชะงักเมื่อเห็นสายตาของขวัญข้าวเปลี่ยนไป ร่างสูงรีบหันขวับกลับไปมองตาม แต่ช้าเกินกว่าที่มือเรียวเล็กของหญิงสาวจะฉวยกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาได้ทัน
"เฮ้! เอาคืนมานะขวัญข้าว!" เสียงของธันวาเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างกะทันหัน ความเยือกเย็นและมาดกวนประสาทหายวับไปกับตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้กรอบแว่น
ขวัญข้าวถอยหลังไปสองก้าว กางกระดาษแผ่นนั้นออกดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อกวาดสายตาไล่ตามลายเส้น
มันไม่ใช่พิมพ์เขียวของอาคาร... แต่มันคือภาพร่างของบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ ตั้งอยู่กลางสวนป่าดิบชื้นที่ร่มรื่น ด้านข้างมีแปลงผักสวนครัวและเก้าอี้ไม้ตัวยาวใต้ต้นไม้ใหญ่ รายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วเต็มไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างที่สถาปนิกปากจัดคนนี้ไม่เคยแสดงออกมาให้ใครเห็นเลยสักครั้ง และที่มุมกระดาษด้านล่าง มีลายมือเขียนด้วยลายเส้นหวัดๆ แต่หนักแน่นว่า
*‘เซฟโซนของฉัน... วันที่ฉันกล้าพอที่จะหยุดวิ่ง’*
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวาที่ยืนนิ่งค้าง สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มตอนนี้ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ มีเพียงความอับอายและความเปราะบางที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น
"คุณ..." ขวัญข้าวอ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดจิกกัดทั้งหมดหายเกลี้ยงจากหัว สมองกำลังประมวลผลไม่ทันกับภาพลักษณ์ "ปีศาจน้ำแข็ง" ที่เธอรู้จัก
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนายื่นออกไปหมายจะแย่งกระดาษคืน แต่ขวัญข้าวกลับดึงมันแนบอกไว้แน่น พร้อมกับจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา
"นี่มัน... อะไรกันคะธันวา" น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ไม่มีความเยาะเย้ยถากถาง เหลือเพียงความสงสัยใคร่รู้และความเห็นอกเห็นใจที่ไหลล้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้อ้าปากอธิบายความลับที่เขาเก็บซ่อนมาตลอดชีวิต ประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ถูกผลักเปิดผางด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับเสียงปรบมือดังแปะๆ และน้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นหูจนน่ารำคาญ
"โอ้โห... ดึกดื่นป่านนี้ยังอยู่กันสองต่อสอง วาดภาพอนาคตวาดวิมานในอากาศกันอยู่เหรอครับเนี่ย... คุณธันวาผู้แสนเพอร์เฟกต์"
พศินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสารโปรเจกต์คู่แข่ง ส่วนอีกข้างคือกาแฟยี่ห้อดัง สายตาคมปลาบกวาดมองไปที่กระดาษในมือของขวัญข้าวสลับกับสีหน้าตื่นตระหนกของธันวาด้วยความเจ้าเล่ห์
"แกเข้ามาทำไมพศิน..." ธันวาหันขวับไปหาคู่ปรับตัวฉกาจ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
ขวัญข้าวสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือภาพร่างลับกำลังสั่นน้อยๆ พศินยิ้มกริ่ม สายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่เธอก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเดือดพล่าน
"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย? ไหนดูซิว่าสถาปนิกมือหนึ่งเขาวาดรูปอะไรซ่อนไว้ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะถูกประหารชีวิตแบบนี้" พศินพุ่งสายตาคมกริบมาที่กระดาษในมือขวัญข้าว พร้อมกับยื่นมือออกหมายจะกระชากมันมาดูให้เห็นกับตา!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 5
พิมพ์เขียวที่ไม่เคยมีใครเห็น
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!