เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 19

ถ้าปากร้ายนัก ก็โดนย้อนบ้าง

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
กระดาษเอกสารในแฟ้มสีน้ำเงินเข้มสะท้อนแสงไฟนีออนบนเพดานสำนักงานจนเกิดเงาวาววับ ทว่าความเย็นเยียบของมันยังเทียบไม่ได้เลยกับบรรยากาศที่ถูกแช่แข็งด้วยประโยคทิ้งท้ายของพศิน ชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มมุมปากที่มักปรากฏในงานสังคมสถาปัตยกรรมด้วยภาพลักษณ์ของคนเจ้าเล่ห์ ธันวามือแข็งค้างอยู่กลางอากาศ เขายังไม่ทันได้ดึงขวัญข้าวให้ออกจากรัศมีวงแขนด้วยซ้ำ เมื่อครู่เขากับเธอเพิ่งยืนประจันหน้ากันด้วยระยะห่างที่ใกล้จนเกินความจำเป็น—ใกล้จนได้กลิ่นไอแดดจางๆ จากเส้นผมของเธอ และใกล้พอจะทำให้หัวใจที่ปกติเต้นเป็นจังหวะงานระบบโครงสร้าง เกิดรวนเรขึ้นมาดื้อๆ แต่ทว่าวินาทีนี้ ความอบอุ่นที่เกือบจะก่อตัวขึ้นกลับถูกความเย็นชาของธุรกิจเข้าบดขยี้จนแหลกละเอียด "คุณว่าอะไรนะ พศิน" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือของคู่แข่งตัวฉกาจด้วยความระแวง สันกรามของสถาปัตยกรรมหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ปลายนิ้วเรียวยาวกำแฟ้มเอกสารแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ "หูหนวกหรือไงครับคุณธันวา หรือว่ามัวแต่ใช้เวลาไปกับการเคลียร์พื้นที่สวนจนลืมเช็คข่าวสารบ้านเมือง" พศินหัวعในลำคออย่างผู้เหนือกว่า เขากวาดสายตามองธันวาและขวัญข้าวสลับกันด้วยแววตาสمเพชเจือความเยาะเย้ย "โปรเจกต์คอมเพล็กซ์ริมน้ำของกลุ่มทุนเอส.เค. กำลังจะถูกพับฐาน... และเหตุผลหลักก็มาจากความล่าช้าในการส่งมอบแบบแปลนโครงสร้างเฟสแรก รวมถึงงบประมาณที่บานปลายจนคณะกรรมการบริหารส่ายหัว" ขวัญข้าวที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ข้างกายธันวา เม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะกระตุกวูบเพราะโปรเจกต์นี้คือหยาดเหงื่อและแรงกายที่เธอทุ่มเทออกแบบจัดวางภูมิทัศน์มาหลายเดือน "คุณพูดเกินไปหน่อยไหมคะ—เอ๊ย... ครับ!" ขวัญข้าวเผลออุทานตามความคุ้นชินเกือบหลุดคำลงท้ายเดิม แต่เธอก็เบรกตัวเองฉับพลันเมื่อเหลือบไปเห็นหางตาของธันวาที่ส่งสัญญาณปราม แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน เธอก็ไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้คนปากจัดข้างตัว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพศินตรงๆ "โปรเจกต์นี้ไม่ได้ล่าช้าเพราะพวกเรา ทีมของคุณต่างหากที่พยายามตัดงบส่วนระบบนิเวศน์จนทำให้แบบมันขัดแย้งกันเอง อย่ามาโยนความผิดให้ฝั่งเราน่าจะดีกว่านะครับ!" พศินเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจที่เห็นนักจัดสวนสาวลุกขึ้นมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงฉะฉานและใช้คำลงท้ายแบบแมนๆ เขาหัวเราะหึๆ "โอ้... ดูเหมือนคุณนักออกแบบสวนจะอินกับงานเกินหน้าที่ไปหน่อยนะครับ หรือว่าอินกับตัวสถาปัตยกรรมหนุ่มแถวนี้กันแน่ ถึงได้ออกตัวปกป้องซะขนาดนั้น" ธันวาขยับตัวบังขวัญเอาไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของสถาปัตยกรรมหนุ่มเปรียบเสมือนเกราะกำบังที่แฝงไปด้วยความดุดัน รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อน "เรื่องของเราจะจัดการกันอย่างไร มันก็เรื่องของบริษัทผม ไม่มีความจำเป็นต้องมารายงานให้หมาป่าหางจุกอย่างคุณรับรู้" ธันวาแค่น ❝ยาพิษ❞ ออกมาจากริมฝีปากหยักลึก น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "และถ้าคุณคิดจะมาใช้แผนสกปรกปล่อยข่าวลือเพื่อให้หุ้นตกแล้วฮุบโปรเจกต์นี้ละก็... เชิญกลับไปนั่งฝันกลางวันต่อที่โต๊ะทำงานของคุณเถอะครับ เพราะผมไม่มีวันยอมให้บริษัทต๊อกต๋อยของคุณมาชุบมือเปิบเด็ดขาด" พศินหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธ เค้าลางความสุภาพหลุดหายไปจากใบหน้าของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน "ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณธันวา อีกสามวันจะมีประชุมบอร์ดบริหารนัดพิเศษ... หวังว่าคุณจะมี 'แผนสำรอง' ดีๆ ไปแก้ตัวต่อหน้าท่านประธาน ไม่อย่างนั้น เซฟโซนที่คุณอุตส่าห์สร้างขึ้นมา อาจจะพังทลายลงมาทับหัวคุณเอง!" พูดจบ พศินก็สะบัดหน้าเดินหนีออกไปจากห้องทำงานของธันวาอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันและกลิ่นอายความตึงเครียดที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ ปัง! เสียงประตูปิดลงอย่างแรง ดึงสติของคนทั้งคู่ให้กลับมาสู่ความเป็นจริง ขวัญข้าวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่บางลู่ลงเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า เธอหันไปมองธันวาที่ยืนนิ่งเป็นหิน มือยังคงกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน "ธันวา..." ขวัญข้าวเรียกชื่อเขาเบาๆ น้ำเสียงไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใน "คุณ... ไหวไหม" ธันวาไม่ตอบ เขาโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองช้าๆ ความสมบูรณ์แบบที่เขาเพียรพยายามรักษามาตลอดชีวิตกำลังถูกสั่นคลอนด้วยตัวเลขและปัญหาที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ปมในวัยเด็กที่เคยถูกกดทับไว้ว่า "ห้ามผิดพลาด ห้ามล้มเหลว" เริ่มกัดกินจิตใจของเขาอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวธันวามืดมนเสียจนขวัญข้าวรู้สึกอึดอัดแทน เธอมองผู้ชายปากจัดที่ชอบทำตัวเย็นชาใส่เธอเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่ในยามที่เขากำลังเผชิญกับวิกฤต กลับเลือกที่จะยืนรับแรงกระแทกไว้คนเดียว สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ดวงตาคู่คมหลุบลงมองพื้นพรมราวกับคนหมดแรง เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "ทุกอย่างมันต้องสมบูรณ์แบบสิ... ทำไมมันถึงพลาดตรงจุดนี้ได้" ขวัญข้าวยืนมองภาพนั้นแล้วความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาในอก ความซื่อตรงและความไร้เดียงสาในแบบของเธอไม่เคยเก่งเรื่องการปลอบใจคนด้วยคำพูดสวยหรู แต่เธอกลับเก่งมากในการทำให้คนปากแข็งต้องยอมจำนนด้วยความจริงใจ ก้าวเรียวเล็กเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนหันหลังให้อยู่ ขวัญข้าวไม่ได้พูดอะไร เธอยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของธันวาที่กำลังกำแน่นไว้ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เขาหันกลับมา "เฮ้ย... คุณจะทำอะไร" ธันวาชักสีหน้าใส่ตามสัญชาตญาณ ปากยังคงทำฟอร์มดุกลบเกลื่อนความอ่อนแอ "ผมไม่มีอารมณ์มาเล่น..." "เงียบไปเลยครับคุณสถาปนิก" ขวัญข้าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอแม้จะนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมองตรงเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ไหวระริก "เลิกทำตัวเป็นพระเอกแบกโลกสักวันจะได้ไหมคะ... เอ๊ย! ได้ไหมครับ!" ธันวาชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกเธอย้อนเกล็ดด้วยการใช้คำลงท้ายแบบเดียวกัน แถมยังกล้าสั่งให้เขาเงียบใส่ด้วยสีหน้าจริงจัง "คุณ..." "ฟังผมก่อนนะครับธันวา" ขวัญข้าวขยับเข้าไปประชิดตัวขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันแทบจะหายใจรดต้นคอ ดวงตากลมโตฉายแววความมุ่งมั่นที่ทรงพลัง "ปัญหาไม่ได้แปลว่าทางตัน และความผิดพลาดก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตพัง โปรเจกต์นั้นไม่ใช่ความผิดของคุณคนเดียว เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว... และถ้าคุณยังมัวแต่ยืนเครียดอยู่แบบนี้ ผมนี่แหละจะจับคุณมัดแล้วโยนลงน้ำให้อุดตลิดไปเลย!" คำขู่ที่ฟังดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบ ความเย็นชาที่เกาะกุมหัวใจมานานนับปีค่อยๆ ละลายหายไปทีละน้อยภายใต้รอยยิ้มสดใสและแววตาที่จริงใจเกินร้อยของหญิงสาวตรงหน้า ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดกั้นมาตลอดเริ่มทะลักทลายออกมาจนควบคุมไม่อยู่ มือหนาที่เคยกำแน่นเปลี่ยนเป็นฝ่ายยื่นออกไปรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งรับ พรึบ! ขวัญข้าวอุทานเบาด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของสถาปนิกหนุ่มอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วจางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอเผลอกลั้นหายใจ "นี่คุณ! จู่ๆ มาดึง..." ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นต่อว่า แต่คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนกลับลงคอไปทันที เมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของธันวาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนแก้มเนียน ธันวาโน้มใบหน้าลงมาดวงตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากบางที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธอตรงๆ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและทำให้หัวใจคนมองสั่นสะเทือน "พูดมากจังนะครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ ริมฝีปากของเขาเคลคลออยู่ใกล้กลีบปากนุ่มจนแทบจะสัมผัส "ถ้าปากเก่งนัก... ทำไมไม่ลองพูดต่อหน้าผมในระยะนี้ดูล่ะครับ ว่าคุณจะยังกล้าดุผมอยู่อีกไหม" ขวัญข้าวสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ความซื่อที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเขארจนหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอพยายามจะถอยหนีแต่วงแขนที่โอบเอวเธอไว้กลับเหนี่ยวแน่นราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยเลยนะ... ธันวา คุณฉวยโอกาส..." ขวัญข้าวอึกอัก เสียงสั่นพร่าอย่างคนหมดทางสู้ ธันวาหัวعเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ความเครียดเรื่องโปรเจกต์มหาภัยเมื่อครู่ปลิวหายไปจากหัวสมองจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงปากเก่งคนนี้ที่กำลังทำให้โลกอันสมบูรณ์แบบของเขารวนเรอย่างสิ้นเชิง ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน และริมฝีปากของธันวาโน้มต่ำลงไปใกล้จนเกือบจะแตะกลีบปากนุ่มนั้นเอง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต! "คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ! แบบแปลนโครงสร้างเฟสสองที่อยู่ในคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ถูกแฮก และตอนนี้ไฟล์ทั้งหมดกำลังถูกลบออกทีละไฟล์ครับ!" ธันวาและขวัญข้าวผละออกจากกันแทบไม่ทัน ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อหันไปมองหน้าประตู เขาก็พบกับเลขาหนุ่มที่ยืนหอบหายใจโยนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงนั้น ขณะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของเขาก็ส่งเสียงเตือน 'Danger Warning' สีแดงฉานกระพริบวับวาบ! [โครโนสทริกเกอร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครทุกตัว ณ ที่นี้ด้วยนะครับ]
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%