เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น กลบเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานเงียบเชียบในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานสถาปนิกธันวา ร่างสูงโปร่งของธันวายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองตัวเลขในรายงานงบประมาณที่ถูกแก้ไขใหม่ด้วยหมึกสีแดงฉาน มันไม่ใช่แค่การท้วงติงทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างโจ่งแจ้ง
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ พศิน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรัยบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ติดลบ
พศินยักไหล่ รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างเหนือกว่า เขานั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงราวกับเป็นเจ้าของสถานที่เสียเอง "ผมก็แค่เข้ามาช่วยจัดระเบียบให้โปรเจกต์ 'The Botanica' มันเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุดก็เท่านั้นครับคุณธันวา หรือว่าคุณกำลังร้อนตัว เพราะแบบแปลนจัดสวนเฟสแรกของคุณ มันกำลังจะพังไม่เป็นท่าเพราะตัวเลขงบประมาณที่บานปลายกันแน่"
ขวัญข้าวที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้อง ขยับตัวก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างอารมณ์คุกรุ่นของสองสถาปนิกหนุ่ม ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "แปลนสวนของฉันไม่มีทางพังค่ะ...เอ้ย...ไม่มีทางพังหรอกค่ะ...เอ่อ ไม่มีทางพังแน่นอนครับ!" ขวัญข้าวเผลอหลุดเสียงสูงด้วยความหัวเสียจนเกือบหลุดสรรพนามผิด เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความนิ่งสงบกลับคืนมาก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ "แบบที่ฉันออกแบบไว้ คำนึงถึงระบบนิเวศและความยั่งยืนเป็นหลัก ไม่ใช่เอาแต่ตัดแปะตัวเลขผลกำไรแบบที่คุณกำลังทำอยู่ เพื่อหวังจะฮุบงบประมาณส่วนต่างเข้ากระเป๋าตัวเอง"
พศินหันไปมองหญิงสาวด้วยแววตาพิจารณา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "คุณคือนักจัดสวนคนเก่งที่ธันวาจ้างมาสินะครับ หน้าตาก็น่ารักดี แต่ไม่รู้ว่าฝีมือจะเก่งเหมือนปากหรือเปล่า ข้อเสนอที่ผมถือมาวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อต่อรอง แต่ผมมาเพื่อซื้อโปรเจกต์นี้ทั้งหมด ทั้งตัวแบบอาคารและพื้นที่สีเขียว...ในราคาที่พวกคุณปฏิเสธไม่ลง"
ธันวาแค่น "หึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงผละออกจากโต๊ะ ก้าวเข้าไปประชิดตัวพศินด้วยระยะห่างที่บีบคั้นจนอีกฝ่ายต้องหุบยิ้ม "คุณคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างสินะพศิน...แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของคนเป็นสถาปนิก"
"มันไม่ใช่ศักดิ์ศรีหรอกธันวา มันคือความจริงทางธุรกิจ โครงการนี้ถ้าไม่มีเงินทุนหนาพอ มันก็เป็นแค่ภาพฝันลมๆ แล้งๆ ของคนโลกสวยสองคน" พศินลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความสูงของทั้งคู่ไล่เลี่ยกันจนเกิดเป็นสนามแม่เหล็กขั้วลบที่ดึงดูดความตึงเครียดเข้ามาปะทะกันอย่างจัง
"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณเอาเงินสกปรกของคุณไสหัวออกไปจากบริษัทของผมซะ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความโกรธขอดเกลียวอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะกลัวข้อเสนอของพศิน แต่เพราะไอ้สารเลวนี่กำลังเหยียบย่ำหยาดเหงื่อและแรงกายที่เขาและขวัญข้าวร่วมกันสร้างมาตลอดหลายเดือน
ขวัญข้าวเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวา มือเล็กๆ เอื้อมไปสัมผัสชายเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แม้เธอจะปากเก่งแค่ไหน แต่สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้วกลับทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบอย่างประหลาด ความเกรี้ยวกราดในแววตาของชายหนุ่มอ่อนลงชั่วขณะเมื่อก้มลงสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"เราไม่ขายค่ะ" ขวัญข้าวประกาศกร้าว เธอขยับเข้าไปยืนเคียงข้างธันวา ไหล่บางแนบชิดกับอกแกร่งของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว "และต่อให้คุณเอาเงินมาวางกองตรงหน้าเป็นภูเขาเลี่ยงสาร ถ้ามันต้องแลกกับการทำลายธรรมชาติที่เป็นหัวใจของโปรเจกต์นี้...ฉันกับคุณธันวาไม่มีวันยอมก้มหัวให้เด็ดขาด"
พศินหัวเราะในลำคออย่างขบขัน "ปากดีทั้งคู่สมกันจริงๆ นะครับ เอาล่ะ...ผมจะให้เวลาพวกคุณคิดดูใหม่อีกสามวัน ก่อนที่บอร์ดบริหารชุดใหญ่จะลงมติปลดคุณออกจากตำแหน่งหัวหน้าสถาปนิก...ธันวา"
พูดจบ พศินก็คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องประชุมด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องยังคงหลงเหลือความกดดันและกลิ่นอายความพ่ายแพ้ที่ถูกปัดป่า
ประตูกระจกปิดสนิทลงแล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด มือหนายกขึ้นถอดแว่นสายตาออกแล้วนวดคลึงหว่างคิ้วเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
ขวัญข้าวแอบมองท่าทางของคนข้างกาย หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ยื่นมือออกไปแตะแขนแกร่งเบาๆ "ไหวไหมคะ...เอ๊ย...ไหวไหมครับคุณสถาปนิกปากร้าย"
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยาก เขายื่นมือหนาไปกุมมือเล็กของเธอที่วางอยู่บนแขนของตนไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วอุ่นจัดลูบหลังมือบางแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดถางถางมาตลอด
"ผมไม่เป็นไรหรอกครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนคนฟังต้องหลบสายตา "แต่ขอบคุณนะ...ที่ยืนอยู่ข้างผมเมื่อกี้"
"ใครยืนข้างคุณกัน ฉันแค่ปกป้องงานของฉันต่างหากเล่า" ขวัญข้าวแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิดในยามที่ปลายนิ้วอุ่นๆ ของอีกฝ่ายยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ
ทว่า... ก่อนที่โมเมนต์หัวใจเต้นแรงจะได้ดำเนินต่อไปนานกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งติดกัน ตามด้วยการเปิดเข้ามาของเลขาหน้าห้องที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลด่วนพิเศษเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คุณธันวาคะ...เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! มีคนปล่อยคลิปเสียงการประชุมลับของบริษัทเราออกสู่สื่อสาธารณะ ตอนนี้หุ้นของโปรเจกต์กำลังดิ่งลงเหว และ...และคนที่ปล่อยคลิปออกไปคือ..." เลขาหยุดชะงัก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คือคุณพศิน ที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่นี้ค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้พี่ธันวาและน้องขวัญข้าวเสมอนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า รับรองว่าเข้มข้นสะใจแน่นอนครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 13
ศัตรูหัวใจหรือคู่แข่งทางธุรกิจ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!