"หากก้าวพ้นธรณีประตูนี้ไปแล้ว ต่อให้เป็นเงาของพวกมัน ก็อย่าได้เหลือให้แผ่นดินต้าเฉิงได้จดจำ"
น้ำเสียงของเซียวจ้านราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากหยักลึกกลับหนักแน่นราวกับประกาศิตจากยมโลก อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรทะยานเมฆสะท้อนกับแสงคบเพลิงวับวามที่ถูกจุดเรียงรายตลอดแนวระเบียงทางเดินของพระราชวังหลวง กลิ่นอายโลหะคาวคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายฝนที่กำลังตั้งเค้า ลมหายใจของราตรีนี้ไม่อาจเรียกว่าอากาศบริสุทธิ์ได้อีกต่อไป มันคือกลิ่นอายของความตายที่ลอยอบอวลรอวันชำระบัญชี
หลี่มู่เหยาไม่แม้แต่จะชายตามองกองซากศพขององครักษ์เงาที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่เบื้องล่าง นิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างกำลังบรรจงใช้เข็มเงินขนาดเท่าเส้นผมปัดเป่าคราบสีดำคล้ำที่ปลายเข็มออกอย่างใจเย็น นางอยู่ในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับขอบปักลายดอกโบตั๋นสีชาด ท่ามกลางความโกลาหลและการนองเลือด ร่างเพรียวบางนี้กลับยืนหยัดอยู่อย่างสง่างามดั่งเทพเซียนผู้ลงมาทัณฑ์มนุษย์
"ท่านอ๋องทรงตรัสราวกับว่าหม่อมฉันเป็นสตรีอ่อนแอที่ต้องให้คอยปกป้องเช่นนั้นแหละค่ะ" มู่เหยาเอ่ยขึ้นเบาๆ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแผ่นดินกระตุกวาบ "จำได้ว่าเมื่อสามปีก่อน ใครกันนะที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดบนเตียงโอสถของหม่อมฉัน หากไม่ใช่เพราะวิชาแพทย์แผนปัจจุบันที่ท่านมองว่าเป็นมารยา ...ป่านนี้ดวงวิญญาณของท่านคงล่องลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วกระมังเพคะ"
เซียวจ้านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความระทึกใจ ความลุ่มหลง และความดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่กล้าแตะต้องนาง มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของนางมากุมไว้แน่น ผิวเนื้ออุ่นร้อนที่ส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงทำให้มู่เหยาชะงักไปชั่วขณะ
"เจ้าก็รู้ว่าเป้าหมายของพวกมันในคืนนี้ ไม่ใช่บัลลังก์ของเสด็จพี่... แต่คือหัวใจของข้าที่มีเจ้าเป็นเจ้าของต่างหาก" เซียวจ้านกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความคลั่งไคล้อย่างไม่ปิดบัง "หากวันนี้เจ้าต้องหลั่งเลือดแม้แต่หยดเดียว ข้าจะลากไส้คนทั้งตระกูลหลิวมาเซ่นสังเวยแท่นบูชาให้จงได้"
*เคร้ง! ฉับ!*
เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวตัดบทสนทนาอันตระเตรียมความหวานล้ำ องครักษ์เงาตระกูลเซียวสิบกว่านายพุ่งทะยานเข้าปะทะกับกองกำลังลึกลับนับร้อยที่สวมชุดดำสนิทปิดบังใบหน้า แสงประกายจากคมดาบวาบวับไปทั่วลานกว้างหน้าพระตำหนักใหญ่ เงาดำมหึมาเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งภูตผี ทว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันกลับมีกลิ่นไออันเป็นเอกลักษณ์—กลิ่นหอมหวานเอียนของสมุนไพรหายากจากแดนใต้
ดวงตาของหลี่มู่เหยาหรี่แคบลงทันที สัญชาตญาณศัลยแพทย์ตื่นตัวถึงขีดสุด
"ยาพิษผีเสื้อเหมันต์..." มู่เหยาพึมพำเบาๆ สมองคำนวณโครงสร้างทางเคมีและฤทธิ์ของตัวยาในเสี้ยววินาที "พวกมันใช้พิษสกัดจากต่อมของแมลงปีกแข็งผสมกับยางไม้กฤษณาพิษ ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาทส่วนกลางภายในสามลมหายใจ... ท่านอ๋อง ระวังธนูอาบยาพิษทางทิศหรัด!"
สิ้นเสียงเตือน ร่างของเซียวจ้านก็เคลื่อนไหวราสายฟ้า มือหนึ่งกระชับกระบี่คู่กายวาดออกเป็นวงโค้ง ปัดป้องลูกศรนับสิบดอกที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาได้อย่างแม่นยำรา3จับวาง คมศรปักลงกับพื้นหินแกรนิตจนเกิดควันสีม่วงพวยพุ่งส่งกลิ่นเหม็นไหม้น่าสะอิดสะเอียน
"ฉลาดเฉลียวเช่นนี้... สมกับเป็นหมอเทวดาผู้เลื่องชื่อ"
เสียงปรบมือดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหน้า ท้องพระโรงใหญ่ที่ควรจะปิดเงียบ บัดนี้ประตูบานคู่แกะสลักลายวิจิตรค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาในชุดขุนนางชั้นสูง ทว่ารอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวและอำมหิต
"เสนาบดีหลิว..." มู่เหยาเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตระหนกตกใจ ราวกับนางรอคอยเวลานี้มานานแล้ว
"ท่านอ๋อง พระชายา... พวกท่านช่างบังอาจนักที่บังAาญมาขัดขวางราชกิจสำคัญ" เสนาบดีหลิวแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม มือโบกสะบัดเป็นสัญญาณ กองกำลังนับร้อยจากด้านหลังจึงกรูกันเข้ามาล้อมรอบทั้งคู่ไว้ในวงจำกัด "คิดไม่ถึงเลยว่า สตรีผู้นี้จะมีความสามารถในการรักษาอาการประชวรของฮ่องเต้ได้ทันเวลา... น่าเสียดายจริงๆ ที่ความฉลาดมักสั้นอายุ"
เซียวจ้านก้าวออกไปบังร่างของมู่เหยาไว้ครึ่งหนึ่ง กระบี่ในมือหยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงบนพื้นหินทีละหยด เสียงฝีเท้าของเขานิ่งสนิทแต่น่าเกรงขามดั่งพญายม "หลิวฮào เจ้าคิดว่าการโค่นล้มราชบัลลังก์มันง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ? เจ้าคิดว่าองครักษ์ในวังหลวงมีเพียงแค่ที่เจ้าเห็นรึ?"
"ฮ่าๆๆๆ ท่านอ๋องผู้ปรีชา นึกว่าท่านจะรู้เท่าทันทุกเรื่องเสียอีก!" เสนาบดีหลิวหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ "พระราชโองการสละราชสมบัติถูกร่างขึ้นเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้... ฮ่องเต้เสด็จสวรรคตด้วยพระโรคชราเรียบร้อยแล้วเช่นกัน! ไม่มีใครช่วยพวกท่านได้อีกแล้ว!"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ลมหนาวพัดกรรโชกจนชายอาภรณ์ของทั้งสองฝ่ายสะบัดไหว มู่เหยาแอบลอบอมยิ้มที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน นางก้าวออกมาจากด้านหลังของเซียวจ้านเล็กน้อย สบตากับเสนาบดีหลิวอย่างไม่เกรงกลัว
"เสนาบดีหลิว ท่านกล่าวว่าฮ่องเต้สวรรคตแล้วอย่างนั้นหรือเพคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น ราวกับกำลังสนทนากลางสวนดอกไม้ "ช่างน่าแปลกเสียจริง เมื่อครู่ตอนที่หม่อมฉันถวายการฝังเข็มครั้งสุดท้าย พระองค์ยังทรงมีพระกระแสรับสั่งให้หม่อมฉันมาทูลถามท่านอยู่เลยว่า... ยาพิษที่ท่านแอบใส่ไว้ในถ้วยชาอี้ปิ่นเมื่อสามวันก่อน รสชาติเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?"
สีหน้าของเสนาบดีหลิวเปลี่ยนสีฉับพลัน รอยยิ้มเย่อหยิ่งแข็งค้างบนใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!"
"หม่อมฉันพูดความจริงต่างหาก" มู่เหยาขยับยิ้มพราย หยิบขวดหยกสีขาวขนาดเล็กออกจากแขนเสื้อ โยนขึ้นลงในมือเล่นอย่างไม่ใส่ใจ "สารพิษชนิดนั้นเป็นสูตรเฉพาะของแคว้นหลี มีฤทธิ์กัดกระเพาะอาหารอย่างช้าๆ หม่อมฉันเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีการล้างพิษด้วยถ่านกัมมันต์และน้ำเกลือล้างท้องให้ฝ่าบาทเมื่อคืนนี้... และบังเอิญว่า ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังทรงประทับยืนทอดพระเนตรการกระทำอันอัปยศของท่านอยู่หลังม่านมุกนั้นพอดี!"
*ตึง!*
เสียงประตูด้านหลังพระตำหนักถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของโอรสสวรรค์ในฉลองพระองค์สีทองอร่าม แม้พระพักตร์จะยังมีความซีดเซียวอยู่บ้าง แต่พระเนตรคู่นั้นกลับเปล่งประกายด้วยอำนาจแห่งกษัตริย์อย่างเต็มเปี่ยม
"หลิวฮào! เจ้าคนอกตัญญู คิดจะกบฏต่อแผ่นดินตระกูลเซียวอย่างนั้นรึ!"
เสนาบดีหลิวหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แผนการนับสิบปีพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยแผนการอันแยบยลของสตรีเพียงนางเดียว
"จับตัวกบฏไว้!" เซียวจ้านคำรามลั่น องครักษ์หลวงกรูเข้ามาควบคุมตัวเสนาบดีหลิวและพรรคพวกทันที ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของการกวาดล้างครั้งใหญ่
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกสายตากำลังพุ่งเป้าไปที่การจับกุมตัวกบฏ มู่เหยาที่ยืนอยู่เคียงข้างเซียวจ้านกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ต้นคอ
ความเย็นยะเยือกของคมดาบซ่อนเร้นที่ทาบลงบนชีพจรบริเวณลำคอระหง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นจากเงาดำปริศนาที่โผล่มาจากไหนก็ไม่มีใครล่วงรู้
"หมอเทวดาหลี่... ฝีมือท่านยอดเยี่ยมมาก แต่น่าเสียดายที่ท่านลืมคำนวณตัวแปรชิ้นสุดท้ายไป"
เซียวจ้านชะงักกึก หันขวับกลับมามองด้วยดวงตาที่แดงก่ำราวกับซาตานหลุดจากขุมนรก เมื่อพบว่าร่างของมู่เหยาถูกแขนแกร่งของมือสังหารลึกลับคนหนึ่งรวบไว้ พร้อมกับมีดสั้นอาบยาพิษสีเขียวเข้มจ่อติดผิวเนื้อเนียนละเอียดจนมีหยดเลือดซึมออกมาเล็กน้อย!
"ปล่อยนาง!" เซียวจ้านคำรามลั่นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจากความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต
มือสังหารหัวเราะเยาะในลำคอ ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างลงบนพื้นตรงหน้าเซียวจ้าน
*กริ๊ง...*
มันคือป้ายคำสั่งทองคำของแคว้นศัตรู... และพร้อมกันนั้น ประตูเมืองหลวงด้านทิศเหนือก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับกองทัพปริศนานับหมื่นนายที่จุดคบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาว มุ่งตรงมายังพระราชวังหลวงในยามวิกาล!
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟัน คมดาบและเล่ห์กลอันมืดมิดในค่ำคืนนี้ไปพร้อมกับมู่เหยาและท่านอ๋องนะคะ*
ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 25
จุดชี้ขาดที่หน้าประตูวัง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!