ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 23

กบฏล้อมเมือง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
คมกระบี่เย็นเฉียบแนบชิดอยู่กับผิวเนื้อบริเวณลำคอของหลี่มู่เหยา ความเย็นยะเยือกของเหล็กกล้าผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามกระแสลมภายนอกหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศในห้องทรงอักษรตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว นางเพียงปรายตามองปลายกระบี่ที่สั่นระริกเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ของบุรุษตรงหน้า ก่อนจะเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของอ๋องเซียวจ้านผู้เลื่องชื่อ "ท่านอ๋องจะทรงใช้กระบี่เล่มนี้ ปลิดชีพคนที่กำลังจะช่วยชีวิตแผ่นดินของท่านจริงๆ หรือเพคะ" น้ำเสียงของมู่เหราราบเรียบ ทว่ากังวานก้องและเฉียบคมราلยอดศัสตรา นางไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ปลายจมูกเกือบจะชนกับคมกระบี่อยู่รอมร่อ เซียวจ้านขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาที่มักเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปีบัดนี้กลับไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขากดปลายกระบี่ให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนผิวเนื้อปรากฏรอยแดงเรื่อ แต่กระนั้น... เขาก็ไม่กล้ากดมันลงไปให้ลึกกว่านั้น มือที่ถือกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความหวาดหวั่นที่จะสูญเสียนาฃผู้เป็นดั่งดวงใจไปชั่วนิรันดร์ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งเพลิงสงคราม "เจ้าช่างใจกล้ายิ่งนัก มู่เหยา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น "ข้างนอกนั่น... กองทัพกบฏตระกูลหลี่นำกำลังพลนับแสนนายบุกประชิดประตูเมืองชั้นในแล้ว กำแพงทิศเหนือแตกยับเยิน ประชาชนกำลังหนีตาย ข้าต้องออกไปนำทัพด้วยตนเอง แต่เจ้า... กลับบอกให้ข้าเชื่อใจแผนการบ้าบิ่นของเจ้าเนี่ยนะ!" "หากท่านไม่ออกไปนำทัพในตอนนี้ต่างหาก ถึงเรียกว่าบ้าบิ่นตัวจริง" มู่เหยาเอ่ยสวนขึ้นทันควัน ดวงตาฉายแวววับดุจนักวางกลยุทธ์ผู้กุมชัยชนะไว้ในกำมือ นางยกมือขึ้นเรียวเล็กแตะลงบนคมกระบี่อย่างไม่เกรงกลัว แล้วค่อยๆ ใช้นิ้วดันมันออกห่างจากลำคอของตนอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง "ท่านต้องออกไปเซียวจ้าน... ออกไปเผชิญหน้ากับพวกมัน ปล่อยให้พวกมันเหิมเกริมและคิดว่าพวกเราจนมุม" นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ร่างอรชรในชุดอาภรณ์ปักลายบุปผาตระการตาแต่เปื้อนฝุ่นควันยืนหยัดเคียงข้างบุรุษผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนประจำตัวผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามรอบกาย ทำให้เซียวจ้านสงบจิตใจที่ร้อนรุ่มลงได้อย่างน่าประหลาด "แล้วเจ้าเล่า?" เซียวจ้านคว้าข้อมือนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ นางจะสลายหายไปกับสายลม "หากข้าออกไป แล้วกองกำลังอารักขาที่นี่ไม่พอ เจ้าจะทำอย่างไร? พิษที่เจ้าเตรียมไว้ในหอโอสถยังปรุงไม่เสร็จไม่ใช่หรือ" "ใครบอกว่ายังไม่เสร็จกันล่ะเพคะ" มุมปากของมู่เหยาจุดรอยยิ้มเย้ายวนใจที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม นางดึงข้อมือกลับอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีชาขนาดเล็กออกจากแขนเสื้อ ยื่นส่งให้เขา "นี่คือ 'ยาสลายกระดูกสลายจิต' สูตรเฉพาะของหมอเทวดา หากกองทัพกบฏบุกเข้ามาถึงตำหนักในและดื่มน้ำจากบ่อน้ำกลางวัง... พวกมันจะสูญเสียเรี่ยวแรงภายในสามลมหายใจ และท่าน... ก็แค่รอจังหวะตลบหลังพวกมันในยามที่พวกมันอ่อนแรงที่สุด" เซียวจ้านมองขวดกระเบื้องในมือสลับกับใบงดงามที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของสตรีตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยอำนาจและการนองเลือด กลับถูกความอบอุ่นและความเด็ดเดี่ยวของนางหลอมละลายจนหมดสิ้น เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอก อ้อมแขนที่เคยโอบอุ้มแผ่นดินและจับกระบี่ฆ่าฟันศัตรู บัดนี้กอดกระชับนางราวกับต้องการหลอมรวมร่างเป็นหนึ่งเดียว "หากข้าพลาดพลั้ง... เจ้าต้องหนีไป มู่เหยา" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหูของนาง เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่ยากจะเอ่ย "หมอเทวดาเช่นข้า ไม่เคยยอมจำนนต่อความตาย... และท่านเอง ก็ไม่มีสิทธิ์ตายก่อนที่ข้าจะอนุญาตเหมือนกันเพคะ" มู่เหยาซบหน้าลงกับอกแผ่นกว้างของเขา ซึมซับไอPอุ่นสุดท้ายก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ทันใดนั้น เสียงกลองศึกจากภายนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า เปลวเพลิงสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ย้อมบรรยากาศภายในห้องให้กลายเป็นสีโลหิต เซียวจ้านผละออกจากอ้อมกอด ดวงตากลับมาคมกริบดุจพญาอินทรีผู้พร้อมจะล่าเหยื่อ เขาตวัดผ้าคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองสวมทับบ่ากว้าง หยิบดาบประจำกายขึ้นมาถือไว้มั่น "ข้าจะไปกวาดล้างพวกสุนัขป่าเหล่านั้นให้สิ้นซาก" เขากล่าวเสียงเข้ม ก่อนจะหันมามองนางเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร "ดูแลตัวเองให้ดี จนกว่าข้าจะกลับมา" ร่างสูงสง่าของท่านอ๋องก้าวเดินออกจากห้องทรงอักษรไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดุจเสียงก้าวเดินของเทพสงคราม ทิ้งให้มู่เหยายืนหยัดอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความกดดันอันมหาศาล นางหันกลับมามองแผนที่ยุทธศาสตร์บนโต๊ะ พร้อมกับจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์และขวดพิษนับสิบขวดเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ เสียงการต่อสู้ภายนอกเริ่มเบาบางลง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักอึ้งจำนวนมากที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตำหนักในเรื่อยๆ... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทว่ามันไม่ใช่จังหวะของทหารองครักษ์ผู้ภักดี และไม่ใช่ฝีเท้าของเซียวจ้าน! มู่เหยาชะงักมือที่กำลังผสมสมุนไพร นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองประตูไม้แกะสลักที่ปิดสนิท ในขณะที่กลิ่นอายความตายแปลกประหลาดลอยทะลุผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันคุ้นเคยที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก—เสียงของคนที่ควรจะตายไปในคุกหลวงเมื่อสามเดือนก่อน! กราบขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับหมอเทวดาและท่านอ๋องผู้คลั่งรักมาจนถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ดอกโบตั๋นพันปี
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%