ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 28

รุ่งอรุณหลังสงคราม

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่เหนือแผ่นกระเบื้องเคลือบสีชาดของท้องพระโรงใหญ่ ทว่าบัดนี้ ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าพรั่นพรึงราวกับป่าช้าไร้สุสาน ร่างขององค์ชายรองผู้เคยยโสโอหัง บัดนี้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแท่นมังกร อาภรณ์ปักดิ้นทองเลอะเปื้อนคราบฝุ่นผงและรอยเลือดกระเซ็น แว่นแคว้นที่เขาเคยหมายมั่นจะครอบครองด้วยเล่ห์เพทุบายและหยาดโลหิตของพี่น้อง บัดนี้กลับกลายเป็นโซตรึงพันธนาการชีวิตของตนเองไว้จนมุม หลี่มู่เหยายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านโปร่งสีมรกต ร่างระหงในชุดคลุมยาวปักลายบุปผาเหมันต์ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องราวน้ำนม นิ้วเรียวเรียวดั่งลำหญ้าคาบรรจงเช็ดปลายเข็มเงินชุบยาชาด้วยผ้าแพรขาวสะอาดอย่างไร้ความเร่งรีบ ท่าทีสุขุมเยือกเย็นดุจเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์นั้น ขัดแย้งกับบรรยากาศเดือดพล่านเบื้องล่างอย่างสิ้นเชิง "เจ้า... เจ้ามันนางปีศาจสารเลว!" เสียงแหบพร่าขององค์ชายรองเค้นลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้นเคืองจ้องมองทะลุผ่านม่านโปร่งมายังร่างระหง "หากไม่ใช่เพราะพิษประหลาดของเจ้าที่ออกฤทธิ์ขัดขวางชีพจรข้าในวินาทีสุดท้าย ราชบัลลังก์นี้ย่อมต้องตกเป็นของข้า!" มู่เหยาชะงักมือเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ นางวางเข็มเงินลงบนถาดหยกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวเท้าข้ามผ่านธรณีประตูม่านโปร่งออกมาด้วยจังหวะจะโคนอันมั่นคง "องค์ชายรองเพคะ..." น้ำเสียงใสดุจระฆังเงินกังวานกังวาลก้องไปทั่วท้องพระโรง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง "ท่านมักเข้าใจผิดเสมอว่าชัยชนะได้มาด้วยกำลังและอำนาจ แต่มนุษย์เรานั้น... แท้จริงแล้วเปราะบางยิ่งกว่ากระจกแก้ว เสັ້ນเลือดแดงใหญ่ที่ลำคอของท่าน หากถูกกดด้วยแรงเพียงน้อยนิดในจุดที่ถูกต้อง ต่อให้มีกองทัพนับแสนนายหนุนหลัง ก็ไม่อาจยื้อลมหายใจที่กำลังจะขาดหวนคืนมาได้หรอกเพคะ" "บังอาจ!" ขุนนางฝ่ายสนับสนุนองค์ชายรองผู้หนึ่งแผดเสียงตวาดด้วยความลนลาน ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง เซียวจ้าน—ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก—ก็กวัดแกว่งกระบี่ประจำกายในมือ พริบตาเดียว คมดาบคมกริบก็จ่อแนบชิดอยู่กับลำคอของขุนนางผู้นั้นโดยไม่มีใครทันตั้งตัว ความกดดันอันหนักอึ้งแผ่ซ่านกดทับบ่าของทุกคนในท้องพระโรงจนแทบหยุดหายใจ เซียวจ้านไม่แม้แต่จะชายตามองเหยื่อใต้คมดาบ ดวงตาหงส์คมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นทอดมองเพียงร่างของหลี่มู่เหยาที่ยืนเคียงข้าง ความดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่พลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงแววตาอ่อนโยนลุ่มลึกที่ซ่อนเร้นความคลั่งรักไว้อย่างมิดชิด ทว่าผู้ใดในที่นั้นก็ล้วนสัมผัสได้ถึงความหวงแหนอันไร้ขอบเขต "ชายาข้าพูดสิ่งใด ล้วนถูกต้องเสมอ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังดั่งอสุนีบาตฟาดกลางใจคน "ผู้ใดกล้าขึ้นเสียงกับนางอีก ก้าวเดียวจากนี้... ศีรษะจะไม่อยู่บนบ่า" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครา บรรดาขุนนางต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง พระราชโองการประกาศความผิดถูกอ่านขึ้นโดยขันทีเฒ่าเสียงสั่นเครือ บทลงโทษสถานหนักสำหรับผู้ทรยศแผ่นดินถูกประทับตรารับรองด้วยพระโลหิตและหมึกดำ การกวาดล้างกลุ่มอำนาจเก่าดำเนินไปอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ทว่าในความเด็ดขาดนั้น กลับมีความแม่นยำทางกฎหมายที่มู่เหยาเป็นผู้คอยทบทวนทีละมาตรา เพื่อมิให้เกิดช่องโหว่ให้ผู้ใดหยิบยกมาครหาได้ในภายหลัง ยามเมื่อแสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแก้วสลักลวดลายวิจิตรลงมากระทบพื้นหินอ่อน ความวุ่นวายทั้งมวลก็สงบลง เหลือไว้เพียงระเบียบวินัยอันเคร่งครัดและอำนาจที่กลับคืนสู่ความถูกต้อง มู่เหยาถอนหายใจยาวออกมาคราหนึ่ง ยามเมื่อภาระอันหนักอึ้งบนบ่าคลี่คลายลง ร่างบางจึงเผลอเซเล็กน้อยด้วยความอ่อนล้าจากการตรากตรำรักษาผู้คนและวางแผนหมากกระดานนี้มาหลายคืนติดต่อกัน ทว่าก่อนที่ร่างของนางจะกระทบกับพื้นเย็นเยียบ อ้อมแขนแกร่งคุ้นเคยก็ตวัดรวบเอวบางไว้ได้อย่างทันท่วงที เซียวจ้านดึงนางเข้าแนบอก กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรล้ำค่าโชยเข้าจมูก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะไร้ความรู้สึกบัดนี้ฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจทั่วร่างนางราวกับกลัวว่านางจะบอบช้ำตรงไหน "เจ้าฝืนตัวเองเกินไปแล้ว มู่เหยา" น้ำเสียงของเขาดุดันเจือความตัดพ้อเล็กน้อย มือใหญ่ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนให้อย่างเบามือ นุ่มนวลราวกับนางเป็นแก้วเจียระไนอันเปราะบางที่สุดในใต้หล้า "หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะท่านอ๋อง..." มู่เหยาแย้มยิ้มเหนื่อยอ่อน ซุกใบหน้าลงกับอกเสื้อกว้างของเขาอย่างหาที่พักพิง ความอบอุ่นจากกายหนาแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาความเหนื่อยล้าในกายจนหมดสิ้น "เพียงแต่... รู้สึกว่าคดีนี้ปิดฉากลงได้อย่างงดงามน่าพึงพอใจยิ่งนัก" "เจ้าเก่งกาจเกินไปแล้ว จนข้าแทบไม่รู้จะเอาสิ่งใดมาตอบแทนความดีความชอบของเจ้าดี" เซียวจ้านกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเว้าวอน "หรือจะให้ข้าสละทรัพย์สินครึ่งแคว้น หรือยกกองทัพทั้งหมดให้เจ้าบัญชาการดีเล่า ยอดดวงใจของข้า" มู่เหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะปลายคางได้รูปของเขาอย่างหยอกเย้า "หม่อมฉันหาใช่คนโลภเช่นนั้นเพคะท่านอ๋อง สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ... มีเพียงความสงบสุข และบุรุษข้างกายที่ไม่สร้างภาระให้หม่อมฉันต้องตามแก้พิษให้อีกก็พอ" เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคออย่างมันเขี้ยว เขาโน้มใบหน้าลงหมายจะกดจุมพิตลงบนริมฝีปากนุ่มที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขาไม่หยุด ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปี่ยมด้วยความผ่อนคลายนั้นเอง— เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของคนทั้งสองลงอย่างกะทันหัน "ท่านอ๋อง! องค์ชาย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจ้านขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ตวัดสายตาคมปลาบมองไปยังประตูตำหนักด้วยโทสะ "มีเรื่องอันใดไยต้องตื่นตูม ถึงขั้นบุกรุกเข้ามาขัดจังหวะเช่นนี้!" องครักษ์เงาคุกเข่าลงตัวสั่นเทา สีหน้าซีดเผือดราวกระดาษไร้สีเลือด สองมือประคองม้วนพระราชโองการลับหุ้มผ้าแพรสีทองอร่ามขึ้นเหนือหัว น้ำเสียงขาดเป็นห้วงๆ ด้วยความหวาดกลัว "ม... มิต้องการความสงบสุขพ่ะย่ะค่ะ... นี่คือพระราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดที่เพิ่งส่งตรงมาจากแดนประจิม... ฝ่าบาททรง... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องและพระชายานำกองกำลังบุกเข้ายึดครองดินแดนตระกูลหลี่ทันที... เพราะมีหลักฐานยืนยันว่า... บิดาบังเกิดเกล้าของพระชายา คือผู้อยู่เบื้องหลังการกบฏตัวจริงพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นคำประกาศนั้น รอยยิ้มอุ่นละมุนบนใบหน้าของหลี่มู่เหยาก็แข็งค้างไปในทันที แววตาสุกสกาววับวามพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่อ้อมแขนแกร่งของเซียวจ้านที่โอบกอดนางไว้ กลับค่อยๆ เยียบเย็นลงดุจถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวและหยาดโลหิตเคียงคู่กันมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ดอกโบตั๋นพันปีซาบซึ้งใจยิ่งนักค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%