รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่มู่เหยาแข็งค้างในทันที ดั่งภาพวาดหมึกจีนที่ถูกสาดด้วยน้ำเย็นเฉียบ
ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมตำหนักอ๋องในยามวิกาลนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศอันเปราะบาง ร่างสูงสง่าของเซียวจ้านที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง บัดนี้กลับมีรอยเลือดซึมผ่านอาภรณ์ผ้าแพรปักลายมังกรสีเข้มบริเวณหัวไหล่ขวา หยดเลือดสีแดงสดหยาดลงกระทบพื้นหินอ่อนทีละหยด... ทีละหยด ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังเดินถอยหลัง
"ท่านอ๋อง!" มู่เหยาอุทานเบาๆ สติที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเฉียบคมดั่งใบมีดผ่าตัดตื่นตัวเต็มพิกัด นางก้าวเข้าไปประคองร่างที่เริ่มเซถลาของเขาไว้อย่างรวดเร็ว ไอร้อนจากร่างกายของเซียวจ้านแผดเผาผ่านฝ่ามือของนาง
"อย่าขยับ..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย เซียวจ้านฝืนยิ้มมุมปาก ฝ่ามือใหญ่ที่เย็นเฉียบเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนของนางแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงมากกว่านี้ภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นควัน "ข้ายังตายไม่ได้... เจ้ายังไม่ได้เอ่ยปากตอบรับคำขอแต่งงานครั้งที่สามของข้าเลย มู่เหยา"
"ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านยังมีแก่ใจมาล้อเล่นอีกหรือคะ!" มู่เหยาเอ็ดเบาๆ แววตาคู่สวยไหววับด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น นางกวาดสายตาสำรวจบาดแผลอย่างรวดเร็ว ลูกธนูอาบยาพิษสีม่วงเข้มปักลึกเข้าที่ใต้ไหปลาร้าเฉียดเส้นเลือดใหญ่แดง (Subclavian artery) เพียงไม่ถึงชุนเดียว! พิษสลายโลหิตกำลังแล่นริ้วเข้าสู่หัวใจ สีหน้าของเซียวจ้านเริ่มซีดเผือดริมฝีปากเขียวคล้ำ
"เรียนพระชายา! คนสนิทขององค์ชายรองซุ่มโจมตีระหว่างทางเสด็จกลับจากท้องพระโรง ลูกธนูนี้อาบพิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี หมอหลวงพยายามแล้วแต่... แต่ไม่อาจหยุดยั้งพิษได้พ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงาคุกเข่าลงแทบเท้า ร่างกายสั่นสะเทือนด้วยความแค้นเคืองและตื่นตระหนก
มู่เหยาไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก นางสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราจารย์แพทย์หญิงมือหนึ่งจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดได้กลับมาจุติใหม่อีกครั้งในร่างนี้ ดวงตาคู่คมฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับเทพเซียนผู้กุมชะตาชีวิต
"เตรียมห้องโถงตะวันตกทันที! จุดคบเพลิงให้สว่างที่สุด ต้มน้ำร้อนให้เดือดจัดเตรียมไว้ เตรียมชุดเข็มทองสุริยัน และ... มีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิมที่ข้าสั่งตีพิเศษ หยิบมาทั้งหมด!" น้ำเสียงของมู่เหยาเฉียบขาด ทรงพลัง และเด็ดเดี่ยว จนทุกคนในห้องชะงักและรีบปฏิบัติงานตามคำสั่งทันทีอย่างไร้ข้อกังขา
ภายในห้องโถงตะวันตก แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าขับไล่ความมืดมิดยามวิกาล เซียวจ้านถูกวางให้นอนราบลงบนเตียงไม้จันทน์หอม เสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นนอกถูกตัดออกจนเผยให้เห็นแผลฉกรรจ์ เลือดสีดำส่งกลิ่นคละคลุ้งน่าสะพรึงกลัว
"มู่เหยา..." เซียวจ้านเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เปลือกตาของเขาเริ่มหนักอึ้ง สติสัมปชัญญะเลือนรางลงทุกที ทว่ามือหนายังคงเอื้อมไปควายชายเสื้อของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะหายลับไปจากครรลองสายตา
"ข้าอยู่ตรงนี้ค่ะ ท่านอ๋อง" มู่เหยาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงอ่อนโยนลงอย่างประหลาด นางใช้มืออีกข้างกุมมือใหญ่ของเขาไว้ "ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่?"
เซียวจ้านมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขา มั่นคง ดุดัน และเปี่ยมด้วยศรัทธายิ่งกว่าขุนพลใดในใต้หล้า มุมปากของบุรุษผู้เย็นชาแย้มยิ้มออกมาได้แม้ในยามวิกฤต "ต่อให้เจ้าควักหัวใจข้าออกมาดู... ข้าก็ยินยอม"
"ไม่ต้องพูดมากความแล้ว เพทานจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!"
มู่เหยาหันกลับมา สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นศัลยแพทย์ผู้ไร้ความปรานีต่อความเจ็บปวด นางใช้เข็มทองฝังลงที่จุดชีพจรหลักรอบบาดแผลเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตและพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจในเวลาอันสั้น จากนั้นใช้มีดผ่าตัดที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้ออย่างไร้ที่ติกรีดลงบนผิวเนื้ออย่างแม่นยำและรวดเร็ว
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ของเหล่าบ่าวไพร่ดังขึ้นเมื่อเห็นคมมีดกรีดลงบนพระวรกายของท่านอ๋อง ทว่ามู่เหยาไม่มีเวลาสนใจสิ่งใด สมาธิทั้งหมดของนางจดจ่ออยู่กับการควบคุมปลายนิ้วไม่ให้สั่นไหว ท่ามกลางหยาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้าผาก
การผ่าตัดใหญ่กลางดึกในยุคจีนโบราณที่ไร้ซึ่งยาสลบสมัยใหม่ อาศัยเพียงพลังจิตและการฝังเข็มระงับความรู้สึกขั้นสูง เซียวจ้านกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความเจ็บปวดจากการกรีดเนื้อควักโลหิตแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทว่าสายตาของเขายังคงจ้องมองใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของสตรีตรงหน้า ดั่งมนต์สะกดที่ทำให้ความตายพ่ายแพ้
"อีกนิดเดียวค่ะ... อดทนไว้" มู่เหยาพึมพำ มือเรียวคีบหัวลูกธนูที่เคลือบพิษออกมาได้สำเร็จ พร้อมกับใช้สมุนไพรสกัดพิเศษล้างแผลเพื่อชะล้างพิษที่ตกค้าง
ทว่า... ในวินาทีที่เลือดสีดำเข้มชุดสุดท้ายทะลักออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกะทันหันจากภายนอกตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้บรรยากาศในห้องแข็งค้าง
"พระราชโองการฮ่องเต้! ท่านอ๋องเซียวจ้านฝ่าฝืนกฎมณเณียรบาล ซ่องสุมกำลังพล และคบคิดกับกบฏ นำตัวมาเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้!"
มู่เหยาชะงักค้าง มือที่ถือผ้าก๊อซหยุดนิ่งสนิท นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเซียวจ้านที่บาดเจ็บสาหัสและยังไม่ฟื้นคืนสติ แววตาของท่านอ๋องฉายประกายอำมหิตวาบผ่านความอ่อนล้า
ตึง! ประตูห้องโถงถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในและองครักษ์หลวงนับสิบชีวิตที่ชักดาบออก
และก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาคือองค์ชายรอง ผู้มีรอยยิ้มเยาะหยันอาบอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งความปรานี
---------------------------------------------
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้ค่ะ "ดอกโบตั๋นพันปี" ซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์และการสนับสนุนอย่างยิ่งค่ะ
ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 27
ร่วงหล่นสู่ความมืด
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!