กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นชาผู่เออร์ชั้นเลิศในห้องรับรองเรือนอี้ถิง แต่บรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ หลี่มู่เหยายนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดขับเน้นผิวพรรณผุดผ่อง ทว่ากิริยาท่าทางที่นางจงใจแสดงออกในยามนี้ช่างตรงกันข้ามกับรูปโฉมวิจิตรดั่งภาพวาดโดยสิ้นเชิง
นางกำลังใช้ปลายเล็บที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต เคาะจังหวะลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงอย่างเสียมารยาท พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยนิ่งระคนความเบื่อหน่าย
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉันคิดทบทวนดูแล้ว การแต่งงานระหว่างเราคงเป็นดั่งกิ่งทองใบหยกที่เอาเศษดินมาปั้นร่วมกัน รังแต่จะสร้างความอัปยศให้แก่เกียรติภูมิแห่งชินอ๋องเสียเปล่าๆ สู้ท่านนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้เพื่อขอพระราชทานราชโองการถอนหมั้นเสียแต่เนิ่นๆ จะไม่เป็นการดีกว่าหรือเพคะ"
คำกล่าวที่สามหาวและจงใจดูถูกตนเองเช่นนี้ หากเป็นสตรีอื่นคงหัวขาดไปหลายรอบแล้ว ทว่าเซียวจ้านกลับเพียงแค่นวดคลึงหว่างคิ้วเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นไอความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำปักดิ้นทอง "เจ้าพยายามทำตัวให้ไร้ค่า ไร้มารยาท และน่ารังเกียจถึงเพียงนี้ เพื่อต้องการให้เปิ่นหวางชิงชังแล้วบอกเลิกการสมรสอย่างนั้นหรือ... คุณหนูหลี่"
มู่เหยาชะงักไปชั่วพริบตา นางมิได้สะดุ้งสะเทือน แต่นัยน์ตากลับหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นางเป็นถึงศัลยแพทย์มือหนึ่งจากยุคปัจจุบัน ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูใหญ่ผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ประโยชน์ เหตุใดแผนการทำลายภาพลักษณ์ของตนเองเพื่อขอถอนหมั้นจึงดูตื้นเขินในสายตาบุรุษผู้นี้เสียได้
"ท่านอ๋องตรรัสสิ่งใดกัน หม่อมฉันเพียงแค่พูดความจริง หม่อมฉันทั้งซุ่มซ่าม ไร้ความสามารถด้านกุลสตรี ทั้งยังมีข่าวลือว่าดวงชะตาพิฆาตสามี... การแต่งเข้าจวนอ๋อง มีแต่จะทำให้กองทัพพยัคฆ์คำรามของท่านต้องอับอายขายหน้า" มู่เหยาแสร้งถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นกุมขมับคล้ายคนปวดหัวเรื้อรัง
เซียวจ้านวางถ้วยชาลงเสียงดังกระทบโต๊ะเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่ทอดเงาบังแสงจากหน้าต่างจนมู่เหยาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและทรงอำนาจพัดพาเข้ามารุกรานพื้นที่หายใจ แต่มู่เหยาหาได้ถอยหลังไม่ นางยังคงสบตาเขาตรงๆ นิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก
"ซุ่มซ่ามหรือ?" เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังแต่เย็นเยียบ "คนที่ซุ่มซ่ามคงไม่สามารถใช้เข็มเงินเพียงสามเล่มกดจุดหยุดการตกเลือดของแม่ทัพตระกูลสือในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปได้หรอกกระมัง... และคนไร้ความสามารถ คงไม่มีปัญญาคิดค้นผงห้ามเลือดที่แม้แต่หมอหลวงยังต้องกราบทูลขอสูตรยาจากเปิ่นหวาง"
หัวใจของมู่เหยาเต้นกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ นางประเมินท่านอ๋องผู้เย็นชาผู้นี้ต่ำเกินไปเสียแล้ว เขาไม่ได้เป็นเพียงแม่ทัพผู้บ้าเลือดในสนามรบ แต่เขามีสายสืบและหูตาที่กว้างไกลยิ่งกว่าตระกูลขุนนางใดในเมืองหลวง
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้ว กระหม่อม เอ๊ย... หม่อมฉันก็แค่บังเอิญอ่านตำราแพทย์โบราณเล่มหนึ่งพบเข้าโดยบังเอิญ..." มู่เหยาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พยายามรักษามาดความเยือกเย็นไว้
"บังเอิญบ่อยเกินไปกระมัง" เซียวจ้านโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง นัยน์ตาคมคราบรอยยبرยลลึกที่ยากจะคาดเดา "เปิ่นหวางไม่เคยสนใจสตรีสำอางที่วันๆ เอาแต่แต่งหน้าประทินโฉม แต่กับสตรีที่ซ่อนพิษสงไว้ภายใต้รอยยิ้มและแสร้งทำเป็นโง่เขลาเช่นเจ้า... ช่างน่าสนใจจนเปิ่นหวางอยากรู้นักว่า เจ้ายังมีลูกเล่นอันใดซ่อนอยู่อีก"
มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แผนการ "ทำให้เขาเกลียดและถอนหมั้น" พังไม่เป็นท่า ซ้ำร้ายเขายังแสดงท่าทีราวกับพบของเล่นชิ้นโปรดที่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งสนุกมือ
"หม่อมฉันไม่ได้เล่นละครเพคะ! หม่อมฉันไม่อยากแต่งงาน! ชีวิตของหม่อมฉัน หม่อมฉันต้องเป็นผู้กำหนดเอง หาใช่ราชโองการสมรสเฮงซวยนี่!" คำพูดที่หลุดปากออกไปด้วยความลืมตัวทำให้มู่เหยาต้องรีบหุบปากฉับ นางเผลอใช้คำพูดแปลกประหลาดหลุดโลกออกไปเสียแล้ว
ทว่าเซียวจ้านกลับมิได้โกรธเคือง ตรงกันข้าม... มุมปากหยักลึกกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มหายยากที่ทรงเสน่ห์จนน่ากลัว
"ราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้... เจ้ากล้าเรียกว่าเฮงซวยเชียวหรือ? เกรงว่าทั่วทั้งแคว้นต้าหลี่คงมีแค่เจ้ากระมังที่กล้าพูดวาจามักใหญ่และอาจหาญถึงเพียงนี้" เขายืดตัวตรง กลับไปยืนสง่างามดังเดิม แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงจ้องมองนางไม่วางตา "ส่วนเรื่องถอนหมั้น... ฝันไปเถอะ"
"ท่านอ๋อง! ท่านทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร ข้าไม่มีใจให้ท่าน และท่านก็ไม่ได้รักข้า เหตุใดต้องดึงดันผูกมัดเราไว้ด้วยกัน!" มู่เหยาผุดลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี
"ใครบอกเจ้าว่าเปิ่นหวางไม่มีใจ?"
คำถามสั้นๆ แต่กลับทรงพลังดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทำให้มู่เหยาถึงกับพูดไม่ออก นางอ้าปากค้าง สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์กลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ
เซียวจ้านก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สะบัดชายเสื้อคลุมอย่างสง่างาม ก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูเรือน ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้มู่เหยาแทบอยากจะลมจับตรงนั้น
"เตรียมตัวให้ดี อีกสามวันเปิ่นหวางจะมารับเจ้าไปร่วมงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมือง... ในฐานะ 'พระชายา' ของชินอ๋อง ห้ามปฏิเสธ เพราะถ้าเจ้ากล้าหนี เปิ่นหวางจะสั่งให้คนกวาดล้างสำนักแพทย์ของท่านพ่อเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง"
ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปจากห้องอย่างมั่นคง ทิ้งให้หลี่มู่เหยายืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจจนเล็บจิกเข้า
"เซียวจ้าน! ไอ้... ไอ้ท่านอ๋องบ้าอำนาจ!" นางเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห
ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะหันกลับไปโต๊ะเพื่อหายาแก้ปมประสาทมารับประทานให้สงบสติอารมณ์ เสียงฝีเท้าฝלפวตตื่นตระหนกของสาวใช้ประจำตัวก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังลั่น
"คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะแย่แล้วเพคะ!" ชุนเซียงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด "มี... มีราชโองการลับจากในวังหลวงส่งตรงมาถึงท่านโดยเฉพาะเพคะ!"
มู่เหยาขมวดคิ้วมุ่น รับม้วนกระดาษสีเหลืองทองประทับตราหยกมังกรมาจากมือสาวใช้ ดวงตากลมโตหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับต้องกระตุกวูบหนักกว่าเดิม เมื่อเนื้อความในราชโองการระบุชัดเจนว่า...
*พระราชทานยาพิษจันทร์เพ็ญแก่คุณหนูหลี่มู่เหยา เพื่อล้างมลทินตระกูล...*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเดินหมากไปพร้อมกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 6
กลลวงถอนหมั้น
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!