ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

ความลับใต้ชุดเกราะ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
“หากข้ากรีดพลาดไปแม้แต่ชุ่นเดียว ท่านก็เตรียมตัวไปยมโลกในฐานะท่านอ๋องผู้พิการได้เลยเพคะ” น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่แต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและควันไฟจากลอบสังหาร หลี่มู่เหยาในอาภรณ์สีขาวเปื้อนคราบโลหิต ดวงตาดำขลับทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับคมมีดผ่าตัดที่นางถืออยู่ ภายใต้แสงสว่างอันน้อยนิดจากเปลวเทียนเล่มเดียวที่วับแวม นางไม่ได้หวาดหวั่นต่อคมดาบที่ซ่อนอยู่รอบกาย หรือบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องหน้า เซียวจ้านขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากกว้าง ชุดเกราะหนักอึ้งถูกถอดออกกองไว้ข้างกาย เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่มีรอยแผลฉกรรจ์จากลูกธอาบยาพิษที่เสียบทะลุกระดูกหัวไหล่ พิษร้ายกำลังกัดกินเส้นประสาทและลุกลามเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว หากเป็นหมอหลวงทั่วไปคงทำได้เพียงสวดมนต์ส่งวิญญาณ แต่นี่คือหลี่มู่เหยา ผู้มีวิชาแพทย์จากโลกที่ไกลโพ้นเกินกว่าจินตนาการของคนยุคนี้จะหยั่งถึง “ลงมือเถอะ… เปิ่นหวางเชื่อใจเจ้า” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน แม้ความเจ็บปวดจะแผดเผาไปทั่วร่าง แต่ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกลับมิได้มองแผลบนตัว หากแต่จดจ้องใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยสมาธิแน่วแน่ของสตรีตรงหน้าอย่างไม่วางตา มู่เหยาไม่เสียเวลาเอื้อnนเอ่ยสิ่งใดอีก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ สมองประมวลผลขั้นตอนการผ่าตัดอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวสวยที่ปราศจากความสั่นเทาจัดการกดจุดเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตรอบบาดแผล ก่อนจะใช้มีดผ่าตัดขนาดเล็กที่หลอมขึ้นเป็นพิเศษกรีดลงบนเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปรานี *กึก…* เสียงเหล็กกระทบกับเศษโลหิตและกระดูกแผ่วเบา ท่ามกลางความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่รอบตำหนักต่างกำกระบี่ในมือแน่น พร้อมจะพุ่งเข้ามาปลิดชีพอินทรีสาวหากนางทำอันตรายผู้เป็นนาย แต่สายตาที่เฉียบคมและท่าทีที่มั่นคงราวกับแม่ทัพในสนามรบของมู่เหยา ทำให้ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่ปลายนิ้ว “อดทนหน่อยนะเพคะ… ตอนนี้กำลังจะเอาหัวลูกศรออกแล้ว” นางกระซิบเสียงนุ่มโดยไม่เงยหน้าขึ้น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมระ2ข้างแก้ม เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด แต่ในใจกลับกระตุกวูบวาบอย่างประหลาด ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเย เย็นชาคู่นั้น ช่างอุ่นซ่านลึกถึงขั้วหัวใจยิ่งกว่ายาสสมานแผลใดๆ ในใต้หล้า *แคว่ก… เคร้ง!* หัวลูกศรอาบยาพิษถูกดึงออกมาและโยนลงใส่ถาดทองสัมฤทธิ์ส่งเสียงดังกระทบกัน คราบเลือดสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง แต่มู่เหยาหาได้ใส่ใจ นางรีบคว้าผงยาสมานแผลสูตรเฉพาะที่ผสมขึ้นเองโรยลงไปบนบาดแผลฉกรรจ์ทันที ก่อนจะหยิบเข็มเงินและด้ายไหมเย็บแผลที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนมาบรรจงเย็บปิดปากแผลอย่างประณีต ทุกฝีเข็มมั่นคงและงดงามราวกับงานปักผ้าไหมชั้นครู ผ่านไปเนิ่นนานราวนับปี ในที่สุดลมหายใจที่ติดขัดของเซียวจ้านก็กลับมาสม่ำเสมอ พิษร้ายถูกสกัดกั้นไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาคมปลาบมองสตรีที่กำลังก무มินเช็ดพระโลหิตบนหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้เกราะแห่งความเย็นชามานานปี พังทลายลงในชั่วพริบตา “เจ้าเป็นสตรีคนแรก… ที่กล้าสั่งให้เปิ่นหวางหุบปาก” เซียวจ้านเอ่ยเสียงแหบพร่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความลุ่มหลงที่ยากจะซ่อนเร้น มู่เหยาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นางเก็บเครื่องมือลงในหีบไม้ก่อนจะสบตาคมคู่นั้นตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว “หากท่านอ๋องสิ้นพระชนม์คาเตียง ข้าที่เป็นชายาผู้ถอนหมั้นคนก่อนหน้าคงไม่พ้นข้อหาฆ่าสามีโดยเจตนา เพื่อรักษาชื่อเสียงของหมอเทวดาอย่างข้า ท่านจึงต้องมีชีวิตรอดต่อไปเพคะ” คำพูดตัดรอนที่แฝงความหยอกเย้าเล็กน้อยทำให้เซียวจ้านหัวเราะในลำคอ แม้แผลจะยังเจ็บแปลบ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน มู่เหยาชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดออก บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง เกราะป้องกันหัวใจของทั้งสองดูเหมือนจะเริ่มร้าวรานลงทีละน้อย ทว่า… ความเงียบสงบในยามวิกาลมักอยู่ได้ไม่นาน *พรึบ!* เสียงฝีเท้าเบาราวกับขนนกเหยียบบนหลังคากระเบื้องดังขึ้นแว่วๆ จากด้านนอก ตามด้วยกลิ่นอายสังหารที่พวยพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษ มู่เหยาหรี่ตาลงทันที นางผุดลุกขึ้นยืนบังพระวรกายของเซียวจ้านไว้ครึ่งหนึ่ง มือเรียวเตรียมซ่อนเข็มพิษไว้ระหว่างง่ามนิ้ว เซียวจ้านขยับกายลุกขึ้นนั่ง แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะยังตึงรั้ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่อย่างฉับพลัน เขากระชับกระบี่ข้างกายที่เพิ่งคว้ามาไว้ในมือ แน่นอนว่ามือสังหารกลุ่มนี้ไม่ได้บังเอิญผ่านมาอย่างแน่นอน แต่นี่คือแผนซ้อนแผนที่ขุดหลุมรอพวกมันอยู่แล้ว ทว่า ก่อนที่คมกระบี่ขององครักษ์เงาจะทันได้ปะทะกับผู้บุกรุก เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังกระหน่ำก้องไปทั่วตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องจากขันทีหน้าพระที่นั่งที่ดังทะลุความมืดเข้ามา “ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้…!” เซียวจ้านชะงักเล็กน้อย ดวงตาดำขลับลึกล้ำราวห้วงมหาสมุทรหันไปสบตากับหลี่มู่เหยาในทันที ในแววตาของท่านอ๋องผู้เย็นชาฉายแววเยียบเย็นเสียดกระดูก ขณะที่มู่เหยาขมวดคิ้วแน่นเมื่อสังเกตเห็นตราประทับสีชาดบนม้วนราชโองการที่สั่นไหวอยู่ในมือของขันทีผู้มาเยือน… มันไม่ใช่ราชโองการปลอบขวัญยามดึก แต่เป็นพระราชอาญาประหารชีวิตด่วนที่ส่งตรงมาจากตำหนักใน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปพร้อมกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%