ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 8

ข้อตกลงบนปลายมีด

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายโชยจางของสนิมเหล็กและกำยานไป๋จือคละคลุ้งหนาทึบอยู่ภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันหอมสีนวลในห้องบรรทมส่วนพระองค์ ประหนึ่งม่านหมอกแห่งความเป็นความตายที่ถูกถักทอขึ้นด้วยเงื้อมมือของพญามัจจุราช หลี่มู่เหยาสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ดวงตาดั่งหงส์คู่คมกริบกวาดมองแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีดำคล้ำ บาดแผลจาก "กระบี่อัคคีทมิฬ" ที่อาบยาพิษสลายกระดูกนั้น ลึกล้ำจนน่ากลัว เนื้อเยื่อรอบบริเวณเริ่มเน่าเปื่อยส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ทว่าเจ้าของร่างกลับมิได้ส่งเสียงคร่ำครวญแม้แต่ครึ่งคำ มีเพียงเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย และสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "หากท่านยังดื้อดึงใช้พลังภายในสะกดพิษไว้เช่นนี้ เกรงว่าอีกสามั่วยาม... แม้แต่เซียนโอสถจากแดนสวรรค์ก็มิอาจยื้อชีวิตท่านไว้ได้เพคะ ท่านอ๋อง" น้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าทรงพลังกังวานดั่งระฆังหยกดังขึ้นทำลายความเงียบงัน มู่เหยาเอ่ยขึ้นโดยมิได้เงยหน้าขึ้นมอง ขณะเรียวนิ้วเรียวบางดั่งลำหญ้าคาบรรจงคีบเข็มเงินยาวสามนิ้วด้วยคีมทองคำบริสุทธิ์ นางกำลังคำนวณตำแหน่งเส้นประสาทและจุดชีพจรหัวใจอย่างแม่นยำดั่งศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดหัวใจในห้องไอซียู เพียงแต่ที่นี่... ไร้ซึ่งเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ มีเพียงมีดผ่าตัดเล่มบางและคมกริบที่นางตีขึ้นเองจากเหล็กกล้าชั้นดี เซียวจ้านปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันกลับมามองสตรีตรงหน้า ความเยือกเย็นและดุดันที่เคยใช้สยบขุนนางนับร้อยในท้องพระโรงบัดนี้กลับอ่อนแสงลงยามเมื่อทอดมองนาง "เจ้ากล้าต่อรองกับพญายมเช่นเราเชียวหรือ มู่เหยา" "หม่อมฉันมิใช่พญายมเพคะ... แต่เป็นผู้เดียวในใต้หล้าที่สามารถดึงวิญญาณท่านกลับมาจากปรโลกได้ต่างหาก" มู่เหยาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยርหยันที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางขยับกายเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ กลิ่นกายหอมเย็นดั่งบุปผาในเหมันต์ฤดูโชยปะทะนาสิกของท่านอ๋อง จนเซียวจ้านชะงักไปชั่วขณะ "และข้อเสนอของหม่อมฉันก็ยังคงเดิม... การรักษาครั้งนี้แลกกับ "ราชโองการถอนหมั้น" และป้ายอภัยโทษสามครั้งที่จะปลดปล่อยอิสรภาพให้หม่อมฉันหลุดพ้นจากกรงทองแห่งจวนอ๋องนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ บรรยากาศรอบกายตึงเครียดเสียจนองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่บนคานเรือนแทบไม่กล้าหายใจ เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม แม้พิษร้ายจะแผดเผาจนร่างแทบแหลกสลาย แต่หัวใจดวงนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยามเมื่อสตรีตรงหน้ายื่นเงื่อนไขตัดรอนเยื่อใย นางช่างใจกล้าและไร้หัวใจยิ่งนัก ใต้หล้าต่างแย่งชิงกันเข้ามาซุกตัวใต้ร่มเงาพยัคฆ์อย่างเขา แต่นางกลับวิ่งหนีราวกับเขาเป็นอสรพิษร้าย "เจ้าอยากไปจากเราถึงเพียงนั้นเชียว?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถาม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้ชิดจนน่าแปลกใจ ทั้งที่บาดแผลสาหัสปานนั้น มือหนากลับเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แม้จะไร้เรี่ยวแรง ทว่าแววตากลับดุดันและดื้อรั้นดั่งหินผาที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา "ต่อให้เจ้าควักหัวใจเราออกมาดู มู่เหยา... เจ้าก็ไม่มีวันได้ใบถอนหมั้นนั้น" มู่เหยาไม่สะทกสะท้าน นางมิได้ดึงมือกลับ ทว่าปลายนิ้วอีกข้างกลับกดลงบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณต้นคอของเขาอย่างแม่นยำ จนเซียวจ้านรู้สึกชาหนึบไปทั้งร่างและต้องยอมคลายมือออกโดยปริยาย "ท่านอ๋องผู้ปรีชา... ยามนี้ไม่ใช่เวลามาเล่นสนุกกับหม่อมฉันเพคะ" มู่เหยาตวัดสายตาคมปลาบดุจมีดโกนใส่เขา น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนน่าเกรงขาม "หากท่านยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นคนที่วางยาพิษท่านในงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อวาน ก็จงหุบปากแล้วนอนคว่ำลงเสียดีๆ!" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจี้ใจดำ ทำให้เซียวจ้านชะงักงัน นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้นที่ซ่อนเร้นมานาน เขายอมจำนนแต่โดยดี พลิกกายคว่ำลงบนเตียงไม้จันทน์หอมตามคำสั่ง แม้ในใจจะรู้ดีว่าสตรีผู้นี้กุมจุดอ่อนทั้งหมดของเขาไว้ในกำมือเสียแล้ว แสงจากคบเพลิงวับแวมสาดส่องลงบนแผ่นหลังกว้าง มู่เหยาผ่อนลมหายใจเข้ายาวลึกเพื่อตั้งสติ สมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิยมและการเคลื่อนไหว นางจุ่มมีดผ่าตัดลงในอ่างสุราสมุนไพรเพื่อฆ่าเชื้อ ก่อนจะจรดปลายคมมีดลงบนเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อยของท่านอ๋องอย่างไร้ความลังเล *ฉับ!* เสียงเนื้อเยื่อถูกกรีดแยกออก ท่ามกลางเสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวดขององครักษ์ที่แอบมอง แต่เซียวจ้านกลับไม่แม้แต่จะส่งเสียงคราง เขากัดกรามแน่นจนเลือดซึมออกจากมุมปาก เม็ดเหงื่อไหลย้อยท่วมแผ่นหลัง ทว่าสายตากลับยังคงจดจ้องใบหน้างามที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความมุ่งมั่นของมู่เหยาไม่วางตา เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวนับปี ในที่สุดปลายมีดเรียวก็เขี่ยก้อนโลหิตสีดำคล้ำขนาดเท่าเมล็ดพุทราออกมาได้สำเร็จ พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่จางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรสมานแผลที่มู่เหยาบรรจงโรยลงไปอย่างรวดเร็ว นางใช้ด้ายไหมทองคำแท้เย็บปิดปากแผลด้วยความประณีตบรรจงดั่งงานปักผ้าปักจักรพรรดิ ทุกฝีเข็มมั่นคงและงดงามไร้ที่ติ เมื่อภารกิจอันยาวนานสิ้นสุดลง มู่เหยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอ่อนล้า นางปาดเหงื่อที่หน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะหันมาสบตากับท่านอ๋องที่นอนหอบหายใจรดอยู่บนเตียง "พิษถูกขับออกแล้ว เจ้านกต่อที่ส่งพิษมาในคืนนี้... ข้าจะจัดการมันให้สาสม" เซียวจ้านเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบมองนางด้วยความลึกล้ำยากหยั่งถึง "ส่วนข้อตกลงของเจ้า... มู่เหยา ข้าตกลง" มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย นางมิคาดคิดว่าเขาจะยอมตกลงง่ายดายเช่นนี้ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม "เช่นนั้น... เชิญท่านอ๋องประทับตราลงในหนังสือหย่าและถอนหมั้นที่หม่อมฉันเตรียมไว้ได้เลยเพคะ" นางหยิบม้วนกระดาษที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาคลี่ออกวางบนโต๊ะข้างเตียง ทว่าในวินาทีที่เซียวจ้านเอื้อมมือมารับพู่กันหยกเพื่อจรดลายมือ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอกประตูเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องพลิกคว่ำในพริบตา "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ปิดล้อมจวนอ๋องเซียวจ้านข้อหากบฏซ่องสุมกำลังพล!" เซียวจ้านหรี่ตาลงคมกริบ เขากระชากม้วนกระดาษสัญญาถอนหมั้นนั้นขาดเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตานางทันที ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของมู่เหยามากอดรัดไว้แนบอกด้วยพละกำลังที่ฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็วดั่งปีศาจ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่แฝงความคลั่งไคล้อย่างถึงที่สุด "ดูท่า... อิสรภาพที่เจ้าโหยหา คงต้องรอให้ข้าชิงบัลลังก์มังกรมาให้เจ้าเสียก่อนแล้วกระมัง มู่เหยา!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปพร้อมกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%