ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 13

หมากกระดานแรก

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มสามสิบปีคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายอันเย็นเยียบของค่ำคืนเดือนหงาย เงาตะคุ่มของคานไม้จันทน์หอมสลักลายหงส์ร่อนมังกรทะยานทาบทับลงบนโต๊ะแปดเซียนสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ภายในห้องหนังสือลับของจวนชินอ๋อง บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความกดดันดุจก้อนเมฆฝนยามฤดูร้อนที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก "เส้นสายของเสนาบดีจางในกรมคลังแผ่ขยายรากลึกถึงหัวเมืองทางใต้ การจะถอนรากถอนโคนเขาโดยพึ่งพาราชโองการจากท้องพระโรง... เกรงว่าจะเป็นการตีหญ้าให้งูตื่นเสียเปล่าเพคะ ท่านอ๋อง" สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นดั่งหยกกระทบกันดังขึ้น หลี่มู่เหยาในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นเงินขยับกายเล็กน้อย แสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยส่องกระทบใบหน้างمل็ากลื่นไร้ที่ติ แววตาคู่คมกริบดั่งศัลยแพทย์ผู้กำลังจดจ่ออยู่กับการผ่าตัดใหญ่สะท้อนประกายความเยือกเย็น นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำเทียนหมุนจอกชาในมือช้าๆ ราวกับกำลังพิจารณาชิ้นเนื้อที่ต้องผ่าตัดออกเพื่อรักษาชีวิตของคนทั้งแคว้น ตรงข้ามกับนางคือเซียวจ้าน ชินอ๋องผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์คำรณนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่าดวงเนตรคมกลาบดั่งเหยี่ยวกลับมิได้ละไปจากใบหน้าของสตรีตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนทั้งแคว้น เขาคือเทพสงครามผู้เหี้ยมโหด ไร้หัวใจ และเหยียบย่ำชีวิตคนดั่งผงคลี แต่ในยามนี้... สายตาสีเข้มคู่นั้นกลับทอดมองนางด้วยความลุ่มหลงระคนเทิดทูน ดุจสุนัขป่าผู้ดุร้ายที่ยอมสยบแทบเท้าเจ้าของเพียงผู้เดียว "มู่เหยา..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาในลำคอของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้น "เจ้าอยากให้เสนาบดีจางล่มสลายภายในกี่วันล่ะ? เพียงแค่เป่าลมหายใจเดียว... กองกำลังเงาของเปิ่นหวางก็พร้อมจะกวาดล้างตระกูลจางให้หายไปจากเมืองหลวงแล้ว" มู่เหยาปรายตามองเขาด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดูระคนระมัดระวัง นางวางจอกมาลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ "ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ความรุนแรงคืองานของม้าศึกหาใช่งานของกุนซือไม่เพคะ" นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบางเบาที่มุมปาก "การตัดหัวสุนัขบ้าตัวหนึ่งกลางตลาด หากทำโดยไม่มีเหตุผลอันควร ฝ่ายที่จะกลายเป็นเป้าโจมตีของเหล่าบัณฑิตทั่วหล้าคือตัวท่านเอง การจะดึงอำนาจจากขุนนางกังฉินเข้าสู่มือท่าน หาใช่การใช้ดาบฟันลงไปตรงๆ... แต่เป็นการทำให้พวกมันยินยอม ‘คาย’ สมบัติและอำนาจออกมาด้วยความเต็มใจต่างหากเล่า" เซียวจ้านหัวเราะในลำคอ เสียงหัวทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกเสื้อ เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวของนางไว้ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบไล้เบาๆ บนหลังมือเนียนนุ่มอย่างถือวิสาสะ "เช่นนั้น... พระชายาในอนาคตของเปิ่นหวาง มีแผนการอันใดที่จะทำให้สุนัขแก่ตัวนั้นยอมคายกระดูกชิ้นโตออกมาเล่า?" สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาทำให้นางเกือบชักมือกลับ แต่เพราะความจำเป็นทางการเมืองและกลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขานางจึงต้องอดทนไว้ มู่เหยาหรี่ตาลงเล็กน้อยสมองเริ่มคำนวณหมากตานี้อย่างรวดเร็ว "โรคเรื้อรังที่เสนาบดีจางปิดบังมาสามปี... คือก้อนเนื้อร้ายที่ตับอ่อน เพคะ" มุมปากของแพทย์หญิงยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ดั่งปีศาจร้ายในคราบเทพธิดา "ในยุคนี้ ผู้คนต่างเกรงกลัวหมอเทวดา ยิ่งอาการป่วยใกล้ความตายมากเท่าใด จิตใจที่โหยหาความมีชีวิตรอดก็จะยิ่งเปราะบางมากเท่านั้น ข้าได้ส่งเทียบเชิญลับๆ ไปยังอนุภรรยาคนโปรดของเขาแล้ว... นางเป็นโรคสตรีที่ข้าเพิ่งรักษาหายขาดเมื่อเดือนก่อน" เซียวจ้านเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววทึ่งระคนพึงพอใจ "เจ้าใช้สะใภ้หรืออนุภรรยาในจวนศัตรูเป็นหูเป็นตา... มู่เหยา หญิงงามเช่นเจ้า หากไม่ได้มาอยู่ข้างกายเปิ่นหวาง เกรงว่าแผ่นดินนี้คงลุกเป็นไฟด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าเป็นแน่" "ชมเกินไปแล้วเพคะท่านอ๋อง ข้าเพียงแค่ใช้ความรู้ที่ติดตัวมาให้เป็นประโยชน์" มู่เหยาชักมือกลับอย่างนุ่มนวลก่อนจะรินชาถ้วยใหม่ส่งให้เขา "พรุ่งนี้ยามอู่ (11.00-12.55 น.) เสนาบดีจางจะส่งเทียบเชิญข้าเข้าจวนด้วยอาการปวดท้องรุนแรงอันเกิดจากตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน... และในวินาทีที่เขาคุกเข่าร้องขอชีวิตและความเจ็บปวดจากข้า นั่นคือเวลาที่ท่านอ๋องจะก้าวเข้าไปยื่น ‘สัญญาแลกเปลี่ยน’" จังหวะนั้นเอง แสงตะเกียงบนโต๊ะวับแวมสั่นไหววูบหนึ่ง สายลมยามดึกพัดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักเข้ามาพร้อมกับเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวจ้านอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หน่วยเงารายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนลมหายใจขาดห้วง "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... มีคำสั่งให้ย้ายกองกำลังทหารพิทักษ์เมืองหลวงครึ่งหนึ่ง ไปอยู่ภายใต้การบัญชาการขององค์ชายสามทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" บรรยากาศในห้องหนังสือที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นชาและเกมการเมือง กลับกลายเป็นเย็นเยียบขึ้นมาฉับพลัน เซียวจ้านหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างดั่งพยัคฆ์ร้ายที่ถูกลูบคม แต่มู่เหยากลับนิ่งค้างไป นางก้มมองถ้วยชาในมือที่สะท้อนเงาใบหน้าของตนเอง หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ถึงบางสิ่ง องค์ชายสาม... ผู้ที่ควรจะนอนป่วยอยู่บนเตียงด้วยโรคพิษเรื้อรัง กลับขยับหมากตานี้ตัดหน้าพวกนางไปหนึ่งก้าวได้อย่างไร? หรือว่า... ในจวนชินอ๋องจะมี "หนอนบ่อนไส้" ที่คอยส่งข่าวให้ฝ่ายนั้นอยู่ตลอดเวลา! เซียวจ้านหันมาสบตากับมู่เหยา ชั่วพริบตานั้น แววตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ดาบในมือของท่านอ๋องถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เสียงโลหะกระทบฝักดังบาดแก้วหูท่ามกลางความเงียบงัน "ดูท่า... หมากกระดานนี้ จะไม่ได้เล่นกันแค่สองฝ่ายเสียแล้วกระมัง, ชายาของข้า" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปพร้อมกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%