“ข่าวลือมักเดินทางเร็วกว่าความจริงเสมอ โดยเฉพาะข่าวลือที่แต่งแต้มด้วยสีสันแห่งความอิจฉาริษยาเช่นนี้”
หลี่มู่เหยาวางพู่กันในมือลง จรดปลายพู่กันบนกระดาษสาที่เปรอะไปด้วยคราบหมึกหมาดๆ ดวงตาเรียวหงส์ของศัลยแพทย์สาวหรี่ลงเล็กน้อย ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดภายในเรือนรับรองของจวนอ๋อง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยย่างกรายเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่สวมกอดจากด้านหลังทำให้นางสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แฝงมากับกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ
“เจ้าได้ยินมาแล้วใช่หรือไม่” สุรเสียงทุ้มต่ำของเซียวจ้านกังวานอยู่ข้างใบหู ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มใส ก่อนจะเลื่อนไปไล้รอยแผลเป็นจางๆ บนต้นคอของนางด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลาย
“นางมารร้ายที่ใช้มนตร์ดำครอบงำท่านอ๋องผู้เกรียงไกร” หลี่มู่เหยาแค่นหัวเราะ น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงที่ไร้คลื่น “ช่างเป็นข้อหาที่ฟังดูลิเกเสียจริง ข้าเพียงแค่ใช้ความรู้ทางการแพทย์รักษาอาการลมปราณตีกลับของท่าน แต่ในสายตาคนเหล่านั้น ข้ากลับกลายเป็นปีศาจจำแลง”
เซียวจ้านพลิกกายหญิงสาวให้หันมาเผชิญหน้า แววตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นเวลานี้กลับดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคอหอยผู้ใดก็ตามที่ริอ่านมาแตะต้องดวงใจของเขา “พวกมันพยายามใช้คำพูดทำลายเจ้า เพราะรู้ว่าในสมรภูมิการเมือง พวกมันไม่อาจเอาชนะเจ้าได้ ข้าได้สั่งให้องครักษ์เงาจัดการคนปล่อยข่าวที่ตลาดมืดแล้ว แต่อีกไม่นาน… พวกมันคงขยับหมากตากลุ่มใหญ่กว่านี้”
“ปล่อยให้พวกมันพูดไปเถิดเจ้าค่ะ” มู่เหยาเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก มือเรียวสวยหยิบถุงสมุนไพรแห้งขึ้นมาตรวจสอบ “ในทางศัลยกรรม เราเรียนรู้ว่าแผลที่ติดเชื้อย่อมต้องเปิดหนองออกเพื่อให้เนื้อดีได้เติบโต ข่าวลือเหล่านี้ก็เช่นกัน ยิ่งพวกมันปล่อยออกมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ‘หนอง’ ในราชสำนักกำลังถูกบีบออกมาจนถึงจุดแตกหัก”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นกดดันขึ้นทันที เมื่อเสียงฝีเท้าของพ่อบ้านประจำจวนก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงาน เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองที่ยืนเคียงคู่กันราวกับภาพวาดที่งดงามเกินความเป็นจริง
“ท่านอ๋อง... พระสนมซูเฟยมีพระราชโองการให้เชิญพระชายาเข้าวังหลวงเป็นการด่วนพ่ะย่ะค่ะ อ้างว่าท่านอ๋องทรงถูกไสยศาสตร์ครอบงำ จนละเลยราชกิจ จึงขอให้พระชายาไป ‘รับการอบรมสั่งสอน’ เรื่องกิริยามารยาทและหน้าที่ของสตรี”
คำว่า ‘รับการอบรม’ ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด มันคือการกักขังและทรมานในตำหนักเย็นภายใต้ข้อหาอันเป็นเท็จ
เซียวจ้านแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก “นางกล้าดีอย่างไร”
“ให้ข้าไปเถิดเจ้าค่ะ” มู่เหยาเอ่ยแทรกขึ้นมา มือของนางกุมมือหนาของเซียวจ้านไว้แน่น สัมผัสที่เย็นเยียบของนางช่างตรงข้ามกับความเดือดดาลของเขา “หากข้าไม่ไป พวกมันก็จะใช้เหตุผลนี้อ้างว่าข้ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และถ้าถึงตอนนั้น ท่านจะปกป้องข้าได้ยากกว่าเดิม”
“เจ้าจะเข้าไปในรังงูด้วยตัวคนเดียวหรือ?”
“ข้าไม่ได้ไปคนเดียว” มู่เหยาหันไปหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กที่บรรจุเข็มเงินและขวดแก้วใบจิ๋วซ่อนไว้ในแขนเสื้อชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ “ข้าจะพก ‘ยาแก้พิษ’ ไปด้วย หากพระสนมอยากจะสั่งสอนข้า ข้าก็พร้อมจะให้บทเรียนแก่คนในวังหลวงเช่นกัน”
เมื่อรถม้าคันหรูเคลื่อนตัวออกจากจวนมุ่งหน้าสู่ประตูวังหลวง บรรยากาศรอบข้างกลับดูวังเวงแปลกตา เหล่าชาวบ้านที่เคยชื่นชมต่างหลบสายตา บ้างก็นินทาพึมพำเมื่อเห็นใบหน้าของสตรีที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น ‘นางมาร’ มู่เหยาไม่สนสายตาเหล่านั้น นางเพียงแค่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เห็นขบวนทหารชุดเกราะทองคำของกรมอาญาที่ดักรออยู่รอบๆ วังหลวง
เมื่อก้าวเข้าสู่ตำหนักของซูเฟย กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลกลับทำให้มู่เหยารู้สึกคลื่นไส้ มันไม่ใช่กลิ่นหอมธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของ ‘ดอกราตรีพิษ’ ที่จะทำให้อวัยวะภายในค่อยๆ เสื่อมถอยหากสูดดมเป็นเวลานาน
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร?” เสียงแหลมสูงของซูเฟยดังขึ้น นางนั่งอยู่บนแท่นประทับสูงส่ง ดวงตากราดเกรี้ยวจับจ้องมาที่มู่เหยาที่กำลังคุกเข่าทำความเคารพอย่างนิ่งเฉย “หญิงต่ำต้อยที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหาบุตรชายของข้า ทำให้เขาเสียคน บัดนี้ข่าวลือไปทั่วเมืองว่าเจ้าคือปีศาจที่ดื่มเลือดมนุษย์เป็นอาหาร!”
มู่เหยาเงยหน้าขึ้น สบตากับพระสนมด้วยความเยือกเย็น “หากเป็นเช่นนั้นจริง หม่อมฉันคงดื่มเลือดของคนที่พยายามใส่ร้ายหม่อมฉันจนหมดสิ้นไปนานแล้ว เพคะ”
“เจ้า!” ซูเฟยตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะส่งสัญญาณให้เหล่านางกำนัลเข้ามารุมล้อม “จับมันมัดไว้! ตบปากมันให้เลือดกบปาก จะได้รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน!”
นางกำนัลร่างกำยำสองคนกรูเข้ามา แต่มู่เหยากลับไม่ได้ขัดขืน นางเพียงแค่ขยับตัวด้วยความรวดเร็วที่มองไม่ทัน มือเรียวคว้าจับข้อมือนางกำนัลคนหนึ่ง แล้วบิดไปในจุดชีพจรที่ทำให้ร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
“หากพระสนมต้องการบทเรียน ข้ามีเข็มชุดนี้ที่สามารถเปลี่ยนคนปกติให้กลายเป็นคนใบ้ไปตลอดกาลได้” มู่เหยาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนทุกคนในห้องหยุดชะงัก
ทันใดนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง บุรุษในชุดเกราะดำขลับ ใบหน้าเปื้อนรอยเลือดก้าวเข้ามาพร้อมกับขุนนางกรมอาญาที่ดูตื่นตระหนก เซียวจ้านเดินตรงมาหามู่เหยาโดยไม่สนใจกฎระเบียบของวังหลวง เขาโอบกอดนางไว้ในวงแขนปกป้องราวกับไข่มุกอันมีค่า
“ใครที่กล้าแตะต้องตัวนาง... เตรียมตัวรับโทษทัณฑ์จากดาบของข้าได้เลย”
เซียวจ้านกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ถ้วยชาที่ซูเฟยเพิ่งดื่มไปครึ่งหนึ่ง เขาคว้าถ้วยชานั้นขึ้นมา แล้วเทลงบนพื้นหินอ่อน ทันทีที่ของเหลวสัมผัสพื้น หินหินอ่อนก็เกิดเสียงฟู่และรอยไหม้เกรียมเป็นสีดำสนิท
สายตาของเซียวจ้านเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า “พระสนม... ท่านวางยาพิษพระชายาของข้าต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ยังจะเรียกว่าใครเป็นนางมารร้ายอีกหรือ?”
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเหล่าขุนนางที่เพิ่งก้าวตามเข้ามา เสียงหัวเราะแผ่วเบาของหลี่มู่เหยาดังขึ้น นางหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วคลี่ออกช้าๆ
“จดหมายฉบับนี้... คือหลักฐานการสั่งซื้อดอกราตรีพิษจากหอการค้าลับที่นางกำนัลคนสนิทของพระสนมเป็นผู้ลงชื่อไว้” มู่เหยากล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่ได้เป็นนางมารหรอกเจ้าค่ะ แต่คนที่พยายามทำลายความมั่นคงของเมืองผ่านการวางยาพิษอ๋องผู้กุมกองทัพ... คนผู้นั้นต่างหากคือ ‘ศัตรูแผ่นดิน’ ที่แท้จริง”
ขุนนางกรมอาญาหน้าถอดสี พวกเขาไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะพลิกผันไปถึงขั้นกบฏ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงปรบมือเย็นเยียบดังมาจากด้านหลังม่านกั้นกลางห้อง
“เก่งกาจมาก พระชายา... สมกับที่เป็นยอดหมอเทวดาที่แม้แต่ความตายยังต้องหลีกทางให้” เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่าน นั่นคือ ‘องค์ชายสาม’ คู่ปรับที่หายหน้าไปนาน แววตาของเขามีรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว “แต่เจ้าลืมไปหรือไม่... ว่าในเมื่อเจ้าพิสูจน์ได้ว่ามียาพิษในตำหนักนี้ ก็เท่ากับว่า ‘ข้า’ คือผู้ที่ส่งของขวัญนี้มาให้พระสนม... และตอนนี้ ท่านอ๋องที่รักของเจ้า ก็เพิ่งจะดื่มชาชนิดเดียวกันเข้าไปก่อนจะเข้ามาที่นี่ไม่ถึงสองเค่อ”
เซียวจ้านชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปทั่วกระแสเลือด
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปพร้อมกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 16
ข่าวลือที่แสนอันตราย
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!