"หากวันนี้หม่อมฉันต้องสิ้นชื่อลงที่นี่... สิ่งเดียวที่ท่านอ๋องควรตระหนัก คือเงาหัวของท่านเองก็คงอยู่ได้อีกไม่เกินก้านธูปเดียว"
คมกระบี่สีเงินยวดยองพาดผ่านลำคอระหงจนเกิดรอยแดงเรื่อ หยดโลหิตอุ่นๆ ซึมผ่านเนื้อผ้าแพรต่วนสีเขียวมรกต ทว่าแววตาของหลี่มู่เหยาหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางกลับจ้องมองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยนัยน์ตานิ่งสงบดุจผิวน้ำในบึงลึก ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วผืนป่าทึบนอก3เมืองหลวง
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของมือสังหารนับสิบชีวิตที่นอนระเนระนาดอยู่รายรอบ คือเครื่องยืนยันถึงความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อชั่วลมหายใจก่อน
ทว่าความตายระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาอีกครา...
เซียวจ้านมิได้ใส่ใจคมดาบที่จ่ออยู่ใกล้ชีพจรของสตรีในดวงใจ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีของท่านอ๋องผู้เยือกชาดาดาษด้วยเพลิงโทสะ มือหนาที่กุมด้ามกระบี่สั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนโล่งอก เมื่อครู่... หากเขาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ร่างบอบบางนี้คงกลายเป็นวิญญาณไร้ญาติใต้คมดาบของมือสังหารเดนตายจากตำหนักบูรพา
"มู่เหยา... เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันกับแผนการบ้าๆ เช่นนี้!" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว แววตาที่เคยราบเรียบดุจน้ำแข็งนิ่งสนิท บัดนี้กลับสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ
"ถ้าหม่อมฉันไม่เดินหมากตานี้ มีหรือที่สุนัขจนตรอกพวกนั้นจะยอมคายเบาะแสสำคัญออกมา" หลี่มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบา แม้ใบซีดเซียวเนื่องจากเสียเลือด แต่น้ำเสียงกลับราบเรียบเยือกเย็น นางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวคมดาบที่จ่ออยู่ จนเซียวจ้านต้องรีบใช้มืออีกข้างคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสะบัดกระบี่ในมือปลิดชีพมือสังหารที่แอบลอบ
ฉับ! โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนใบไม้แห้ง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจรดรินของคนทั้งสองที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว
เซียวจ้านก้มมองสตรีในอ้อมแขน นางคือความย่อยสลายและคือความรอดพ้นในคราเดียวกัน ในยามปรกติ นางคือหมอเทวดาผู้ถือความเป็นความตายในกำมือ ดั่งเซียนสาวผู้ไร้ความรู้สึก แต่ในยามคับขัน นางกลับกล ้าหาญและบ้าระห่ำยิ่งกว่าแม่ทัพสนามรบเสียอีก
"เจ้าทำให้เปิ่นหวัง... เกือบหัวใจวายตาย" เซียวจ้านเอמהกระซิบชิดริมฝีปากบาง น้ำเสียงนั้นเจือความตัดพ้อและความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปิด
หลี่มู่เหยาสบตาเขา นัยน์ตาสุกสกาวสะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อ นางยกมือเรียวขึ้นแตะแผลลึกบริเวณหัวไหล่ของเขาที่ยังมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด
"ท่านอ๋อง... ปากบอกว่าทรงกริ้ว แต่แผลของท่านเองต่างหากที่จะเอาชีวิตท่าน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อผ่อน ภัยความตึงเครียด ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องสีหยกบรรจุผงห้ามเลือดสูตรเฉพาะจากแขนเสื้อออกมาอย่างคล่องแคล่ว
"อย่าขยับ" นางออกคำสั่งเสียงเข้ม
เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคออย่างยอมจำนน บุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน บัดนี้กลับยอมยืนนิ่งให้สตรีตัวเล็กๆ ทำแผลให้อย่างว่างMง่าย ยามที่ปลายนิ้วเรียวนุ่มสัมผัสโดนผิวเนื้อ ความรู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผลกลับถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์
"พวกมันเป็นคนของใคร?" เซียวจ้านเอ่ยถามทำลายความเงียบ สายตาคมกวาดมองซากศพรอบกาย
"ร่องรอยการฝึกฝนและพิษที่เคลือบบนใบมีด... เป็นของหน่วยเงาทมิฬแห่งตำหนักบูรพาไม่ผิดแน่" หลี่มู่เหยาตอบเสียงเรียบขณะใช้ผ้าแพรพันแผลให้เขาอย่างเบามือ "องค์รัชทายาทคงร้อนรนจนนั่งไม่ติดเก้าแล้วกระมัง เมื่อรู้ว่าบัญชีลับคลังหลวงตกอยู่ในมือเรา"
"มันคิดจะตัดตอนเราก่อนจะถึงงานเลี้ยงฉลองชัยชนะในอีกสามวันข้างหน้า" เซียวจ้านแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาดำขลับฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง "ช่างบังَอาจนัก"
"ความบังَอาจมักมาพร้อมกับความโง่เขลาเสมอเพคะ" หลี่มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ส่งคนมาส่งสาส์นถึงที่ มีหรือที่เราจะไม่สนองไมตรีนี้กลับคืนไปสักหน่อย?"
เซียวจ้านมองรอยยิ้มนั้น หัวใจที่เคยด้านชาพลنينกระตุกวูบ ความรู้สึกพึงพอใจและคลั่งรักพวยพุ่งขึ้นมาจนยากจะควบคุม เขายื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับลืมไปสิ้นว่าเมื่อครู่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ
"ตามใจเจ้า... อยากเล่นสนุกอย่างไร เปิ่นหวังจะคอยถือหางให้อยู่เบื้องหลัง"
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำท่ามกลางกลิ่นคายเลือด ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของศัลยแพทย์สาวก็พลันสะดุดกึกลง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดั่งเสียงใບไม้ไหวที่ดังมาจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลังทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนางเลือนหายไปในพริบตา
"ใครซ่อนอยู่ตรงนั้น!"
หลี่มู่เหยาตวัดสายตาดุดันไปยังความมืด พร้อมกับชักเข็มเงินอาบยาพิษออกจากสาบเสื้อเตรียมพร้อมรับมือ
เซียวจ้านดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังทันที กระบี่ในมือถูกกระชับแน่น รังสีสังหารแผ่ซ่านออกรอบกายจนอุณหภูมิในป่าลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
พุ่มไม้ไหววับ... ก่อนที่ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทจะก้าวออกมา พร้อมกับคุกเข่าลงเบื้องหน้าท่านอ๋องด้วยท่าทีเร่งรีบ หยาดเหงื่อชุ่มโชกใบหน้า
"ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" สายลับหนุ่มรายงานด้วยน้ำเสียงหอบสะท้าน "องค์รัชทายาททูลถวายฎีกาต่อหน้าพระพักตร์ กล่าวหาว่าพระองค์ทรงซ่องสุมกำลังพลและร่วมมือกับหมอหลี่ลอบปลงพระชนม์... บัดนี้ มีพระราชโองการด่วนที่สุดให้ปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน และ... และมีรับสั่งให้จับกุมพระองค์กับหมอหลี่เข้าคุกหลวงทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นเสียงรายงาน... ท้องฟ้าในยามพลบค่ำที่เคยเงียบสงบพลันปรากฏเสียงฝีเท้าและเสียงเกือกม้านับร้อยชีวิตดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทุกสารทิศ แสงคบเพลิงสว่างจ้าดั่งเพลิงผลาญล้อมรอบผืนป่าแห่งนี้ไว้ทุกด้าน
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมดาบมาด้วยกันกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
ปะทะคมดาบในป่าลึก
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!