ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 20

งานเลี้ยงฉลองชัย

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
จอกสุราหยกขาวสลักลายมังกรห้าเล็บร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาอ่อน เสียงแตกกระจายดังสนั่นกังวานไปทั่วตำหนักเหอเซียง กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยปะปนมากับกำยานดอกกุ้ยฮวาดูราวกับจะทวีความเข้มข้นขึ้นในพริบตา ความเงียบงันชนิดที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจเข้าปกคลุมพระราชฐานชั้นใน ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะขยับกาย หลี่มู่เหยายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ อาภรณ์ไหมปักลายดอกโบตั๋นสีเพลิงสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงสำริดวาววับ นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาพระเนตรที่ทอดมองลงมาจากบัลลังก์มังกร ในมือเรียวบางที่สวมปลายนิ้วทองคำประดับไข่มุกราตรีถือหีบไม้จันทน์หอมขนาดเล็กเอาไว้มั่น "มู่เหยา... สิ่งที่เจ้ากราบทูลเมื่อครู่ รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังกล่าวหาผู้ใดอยู่" พระสุสานขององค์จักรพรรดิเซียวอี้เปี่ยมไปด้วยความเยียบเย็น ทว่าแววตาของโอรสสวรรค์กลับสะท้อนระลอกคลื่นแห่งความสั่นไหว เมื่อพระเนตรกวาดผ่านเสนาบดีกรมพิธีการผู้กำลังตัวสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ไผ่ "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันย่อมรู้ดีทุกประการเพคะ" มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจนดั่งเสียงหยกกระทบกัน นางมิได้เร่งรีบ ท่าทีสุขุมเยือกเย็นราวกับศัลยแพทย์ผู้กำลังเตรียมพร้อมจะจรดมีดลงบนอวัยวะสำคัญ "บุคคลที่แอบลักลอบนำผงรากบัวอัคนี ซึ่งเป็นพิษร้ายจากแดนใต้ เข้ามาเจือปนในโอสถบำรุงพระandศอของไทเฮา หาใช่คนอื่นไกล... แต่คือใต้เท้าเฉิน ผู้ซึ่งก้มหน้ารับใช้เบื้องพระบาทมานานนับสิบปีเพคะ" "เหลวไหล! องค์หญิงซูหยวน... เจ้า... เจ้าใส่ร้ายข้า!" ใต้เท้าเฉินหน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มดวงหน้าอวบอิ่ม "ฝ่าบาททรงโปรดเมตตา กระหม่อมมีความจงรักภักดีต่อราชสำนักมาตลอดชีวิต ไฉนเลยจะกล้ากระทำอุกฉกรรจ์เช่นนี้ หม่อมฉันถูกนาง... นางแพทย์หญิงผู้นี้ใส่ความ!" อ๋องเซียวจ้านที่ประทับอยู่ ณ เก้าอี้มุกสลักด้านข้าง ทรงแย้มสรسวลหยันออกมาเบาๆ พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยววولคอยจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของผู้ทรยศ ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีนิลสนิทแผ่รังสีสังหารออกมารอบทิศทาง จนเหล่าขุนนางรอบข้างต้องเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว พระหัตถ์เรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนด้ามกระบี่ประจำพระกาย เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของคนที่กำลังหวาดผวา "ใต้เท้าเฉิน ท่านร้อนรนเกินไปแล้วกระมัง" มู่เหยาปรายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาดุจปีศาจ นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทานั้นช้าๆ กลิ่นอายของความตายและความจริงเคล้าคลออยู่รอบตัวนาง "ท่านบอกว่าข้าใส่ร้าย เช่นนั้น... ข้าคงต้องอธิบายให้ท่านฟังด้วยหลักการที่ท่านไม่มีวันปฏิเสธได้" นางเปิดหีบไม้จันทน์หอม หยิบหลอดแก้วบรรจุของเหลวใสแจ๋วที่สกัดด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนปัจจุบันออกมา ชูขึ้นท่ามกลางแสงไฟ "นี่คือตัวอย่างเลือดที่ข้าสกัดมาจากถ้วยโอสถก้นครัวของท่านใต้เท้าเฉิน ผงรากบัวอัคนีเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทิ้งสารตกค้างสีครามไว้ในเม็ดเลือดแดง แม้ท่านจะล้างมือด้วยน้ำสะอาดร้อยครั้ง หรือดื่มสุรากลบเกลื่อนกลิ่นอายเพียงใด แต่ปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสารละลายกรดเกลือที่ข้าคิดค้นขึ้น... จะเปลี่ยนสีของเลือดผู้เสพพิษให้กลายเป็นสีม่วงเข้มทันที" มู่เหยาหันไปประสานสายตากับขันทีเฒ่าข้างกายพระพักตร์ "รบกวนขันทีหลี่... นำเข็มเงินและถ้วยกระเบื้องมาสักใบเถอะเพคะ" บรรยากาศในท้องพระโรงตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ไม่มีใครกล้าหายใจแรง พระพักตร์ของจักรพรรดิเรียบเฉยแต่ทอดพระเนตรการกระทำของนางอย่างไม่วางตา ขันทีหลี่รีบทำตามคำสั่งอย่างลนลาน เมื่อเข็มเงินถูกแทงลงที่ปลายนิ้วของใต้เท้าเฉิน หยดโลหิตสีแดงสดหยดลงในถ้วยกระเบื้องขาว ทันทีที่มู่เหยาหยดของเหลวใสจากหลอดแก้วลงไป หยดเลือดนั้นก็พลันเดือดปุดๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำราวกับรอยฟกช้ำของศพทันที! "หลักฐานประจักษ์ชัดเช่นนี้... ใต้เท้าเฉิน ท่านยังกล้าปฏิเสธอีกหรือเพคะ?" มู่เหยาเอ่ยเสียงเยียบเย็น นางทอดสายตามองขุนนางผู้ทรยศด้วยความสมเพชเวทนา ขณะที่เซียวจ้านลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวพระบาทเข้ามาโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องและประกาศสิทธิ์อย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าพระพักตร์ "บังอาจนัก! คิดก่อกบฏลอบปลงพระชนม์ไทเฮา โทษนี้รุนแรงถึงขั้นประหารเจ็ดชั่วโคตร!" พระสุระเสียงทรงอำนาจของจักรพรรดิประกาศกร้าว ขุนนางทั้งท้องพระโรงต่างหมอบกราบลงกับพื้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทว่า... ในวินาทีที่ทหารองครักษ์กำลังจะกรูเข้าไปควบคุมตัวใต้เท้าเฉิน ร่างของขุนนางทรยศกลับกระตุกเกร็ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เลือดสีดำสนิทจะทะลักออกจากมุมปากของเขา ดวงเบิกโพลงค้างอย่างไร้สติ "ระวัง! เขาอมยาพิษฆ่าตัวตายอำพรางคดี!" มู่เหยาตวัดเสียงเตือน นางพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วยยื้อชีวิตเพื่อเค้นความลับเบื้องหลัง ทว่าช้าไปเสียแล้ว ร่างของใต้เท้าเฉินล้มฟาดพื้นแน่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งลมหายใจ ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นชั่วขณะ ทหารหลวงต่างวิ่งวุ่นตรวจสอบความปลอดภัยรอบตำหนัก แต่สายตาของหลี่มู่เหยากลับไม่ได้มองศพเบื้องหน้า นางหันขวับไปมองยังมุมมืดของเสาหินสลักลายมังกรเบื้องซ้าย ที่ซึ่งเงาร่างของใครบางคนเพิ่งจะหายลับไป ในจังหวะที่หัวใจของนางกำลังเต้นระรัวด้วยสัญชาตญาณอันตราย ขันทีหน้าพระพักตร์คนหนึ่งก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่า ถือราชโองการลับห่อด้วยผ้าแพรสีทองอร่ามเข้ามาถวาย "ทูลฝ่าบาท... องครักษ์เสื้อแพรส่งม้าเร็วสืบสวนคดีด่วนมาจากชายแดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ! เป็น... เป็นสาส์นลับจากแม่ทัพใหญ่... ที่ระบุว่า... แคว้นตงฉีเตรียมเคลื่อนทัพใหญ่สามแสนนายบุกประชิดชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจ้านขมวดพระขนมเข้าหากันแน่น พระหัตถ์ที่โอบเอวบางของมู่เหยาเผลอกระชับแน่นขึ้นจนร่างของนางแนบชิดกับแผงอกกว้าง พระเนตรคมกริบกวาดมองข้อความในสาส์นที่ขันทีส่งต่อให้ ทว่าก่อนที่ผู้ใดจะได้ทันเอ่ยคำใดออกมา เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวก็กึกก้องขึ้นจากนอกกำแพงวังหลวง พร้อมๆ กับลูกธนูเพลิงนับร้อยดอกที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักลงกลางลานพิธี! "มีมือสังหาร! อารักขาฝ่าบาท!" ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนและเสียงกรีดร้องของผู้คน เงาดำนับร้อยพุ่งทะยานลงมาจากหลังคาตำหนัก พร้อมกับกริชอาบยาพิษในมือที่มุ่งตรงมายังจุดที่มู่เหยาและเซียวจ้านยืนอยู่ และในวินาทีเป็นตายนั้นเอง เซียวจ้านก็ตวัดกระบี่ในมือออกไปสุดแรง พร้อมกับกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา "อยู่ข้างกายเปิ่นหวาง... อย่าได้กลัวสิ่งใด" ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมดาบและห้วงรักมาด้วยกันกับ “ดอกโบตั๋นพันปี” นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดดวงใจหมอเทวดา: ขอถอนหมั้นท่านอ๋องผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%