พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 7

กับดักของคนเจ้าเล่ห์

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถอยไปนะ คุณคิรากร!" น้ำเสียงของพายอาร์ไม่ได้สั่นเครืออย่างที่เจ้าตัวพยายามควบคุมเลยแม้แต่น้อย ทว่าดวงตากลมโตที่จ้องมองตรงมานั้นกลับฉายแววระแวดระวังเสียยิ่งกว่าแมวป่าถูกต้อนจนมุม ระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้แทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายเกือบจะชนเข้ากับปกเสื้อสูทของผมอยู่รอมร่อ หากผมขยับเข้าไปอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว คงเป็นฝ่ายเขาเองที่จะต้องกลืนกินลมหายใจของผมเข้าไปแทน ผมไม่ได้ถอยหลังตามคำบัญชา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยังคงยืนนิ่งสนิท ราวกับภูเขาหินที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุหมุน ยิ่งเห็นดวงหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคืองโกรธ หัวใจเจ้ากรรมที่เคยด้านชามาตลอดหลายปีกลับเต้นรัวเป็นจังหวะกลองเพล... ให้ตายสิ เด็กนี่มีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบของผมเกินไปแล้ว "ถ้าผมไม่ถอย คุณจะทำไมล่ะครับคุณพายอาร์" ผมแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำจงใจทิ้งจังหวะพร่าพร่าให้ชวนสั่นสะท้อน ร้อนจนเห็นขนอ่อนบริเวณต้นคอขาวผ่องลุกชันขึ้นมาทันตาเห็น "คุณ..." พายอาร์กัดริมฝีปากล่างแน่นจนขึ้นสีแดงจัด มือเรียวเล็กที่พยายามยันแผงอกผมไว้เริ่มสั่นน้อยๆ แต่ศักดิ์ศรีและความอวดดีคงค้ำคอเจ้าตัวไว้ไม่ยอมให้ถอยหนี "คุณกำลังใช้อำนาจคุกคามประชาชนนะ ประธานคิรากร! ระวังผมจะฟ้องทนาย..." "เชิญเลยครับ" ผมสวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว มุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาคนตรงหน้าถึงกับสูดหายใจเข้าลึก "แต่ก่อนจะไปถึงมือทนาย... ช่วยกรุณาตอบคำถามผมก่อนดีกว่า ว่าเอกสารลับโครงการประมูลที่อยู่บนโต๊ะของคุณ มันไปโผล่อยู่ในมือคู่แข่งทางธุรกิจของผมได้อย่างไร หืม?" บรรยากาศรอบตัวพลันดิ่งวูบลงทันที ความขี้เล่นในแววตาของผมถูกแทนที่ด้วยความจริงจังเฉียบคม พายอาร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาส่อแววตื่นตระหนกวูบหนึ่งก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ผมไม่รู้เรื่อง!" เจ้าตัวเถียงเสียงแข็ง ทว่าเสียงนั้นกลับสั่นกว่าเดิมเสียจนน่าเอ็นดู "ผมเป็นแค่พนักงานจบใหม่ จะไปรู้เรื่องเอกสารลับอะไรของคุณ บ้าอำนาจแล้วยังพาลใส่คนอื่นอีก!" "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ผมแค่น้ำเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ ไล่ตั้งแต่แพขนตางอนยาว จมูกรั้นเชิด จนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับความตื่นตระหนกกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวผมให้ตื่นขึ้นอย่างเงียบเชียบ ระยะปลอดภัยที่ผมสร้างไว้สำหรับคนรอบตัวถูกพายอาร์พังทลายลงตั้งแต่วินาทีแรกที่เราปะทะคารมกันแล้ว และตอนนี้... ผมก็ไม่อยากจะถอยหลังกลับไปยืนในเขตปลอดภัยนั้นอีกเลย ร่างบางพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่มีหรือที่คนอย่างคิรากรจะยอมปล่อยให้เหยื่อที่เดินเข้ามาในกรงเล็บหลุดมือไปง่ายๆ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปทาบกับกรอบประตูไม้เนื้อแข็ง กักขังร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ขณะที่มืออีกข้างถือวิสาสะเชยคางมนขึ้นให้สบตาตรงๆ "ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงเล่า!" พายอาร์ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกตรึงไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ ฝ่ามือเรียวระดมทุบลงที่อกผมไม่ยั้ง แม้แรงจะไม่ได้หนักหนาอะไรนัก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้หัวใจผมสั่นคลอน "ถ้าผมไม่ปล่อย คุณจะทำอะไรผมล่ะครับ... หอมแก้มผมเหรอ หรือจะจูบผมดี?" ผมแกล้งยั่วประสาทด้วยน้ำเสียงพยศระคนเจ้าเล่ห์ จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากห่างกันไม่ถึงเซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความผัน พายอาร์เบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้แค่ขู่ แต่พร้อมจะทำจริงหากเขาเผลอขยับตัวผิดจังหวะ "คุณมัน... คนบ้า! คนฉวยโอกาส! คนโรคจิต!" คำด่าทอที่พรั่งพรูออกมาไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของผมขยายกว้างขึ้นด้วยซ้ำ ความรู้สึกสนุกสนานผสมผสานกับความปรารถนาบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก มันช่างหอมหวานและเร้าใจเสียจนผมไม่อาจละสายตาจากริมฝีปากที่ขยับขุบขิบต่อว่าผมได้เลย ผมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น อ่านความหวาดหวั่นและความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกระด้าง นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ บนพวงแก้มเนียนใสที่ร้อนผ่าวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนุ่มนวลนั้นทำให้พายอาร์สะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งค้างอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าผมเป็นโรคจิต... งั้นเรามาลองดูกันไหมครับ ว่าผมจะรักษาอาการดื้อรั้นของคุณยังไงดี" ผมกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากเคลื่อนเข้าไปใกล้เป้าหมายช้าๆ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ แต่พายอาร์กลับทำเพียงแค่หลับตาปี๋ หัวใจที่เต้นรัวสะท้อนผ่านหน้าอกที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ความเงียบงันระหว่างเราดำเนินไปชั่วอึดใจ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่เสียงลมหายใจของคนสองคน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท "คุณคีย์คะ! เอกสารจากทาง...อุ๊ย!" เสียงแหลมสูงของเลขาฯ สาวสะดุดกึกทันทีเมื่อก้าวเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า ประโยคที่เหลือกลืนหายไปในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเกลียดการแตะเนื้อต้องตัวผู้อื่น กำลังกักขังพนักงานใหม่หน้าหวานไว้ในท่าทางที่ชวนเข้าใจผิดคิดไปไกลลิบโลก พายอาร์ลืมตาขึ้นพร่ำพร้อมกับสะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการ หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ใบหน้าแดงแจ๋ด้วยความอับอายก่อนจะรีบวิ่งพรวดพราดผ่านร่างเลขาฯ ออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย ผมถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาคมกริบตวัดกลับไปมองเลขาฯ สาวที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวทันทีที่สบตาผม "ใครใช้ให้คุณเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต!" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความโมโหจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "ดิฉัน... ดิฉันขอโทษค่ะคุณคีย์ พอดีมีเรื่องด่วน..." "ออกไป!" ผมคำรามลั่น ขัดจังหวะคำแก้ตัวอย่างไร้เยื่อใย เลขาฯ สาวหน้าซีดเผือดรีบถอยหลังกรูดแล้วปิดประตูห้องลงอย่างรวดเร็ว ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่ความหงุดหงิดในอกผมไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบเหลือบไปมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นพรม ตรงจุดที่พายอาร์ยืนอยู่เมื่อครู่นี้ ผมก้มลงเก็บมันขึ้นมาพลิกดู หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ...นามบัตรสีดำสนิท ประทับตราสัญลักษณ์รูปงูอัคคี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ "คทาธร" ศัตรูคู่อาฆาตทางธุรกิจของผม... และด้านหลังนามบัตรใบนั้น มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำกำกับไว้อย่างชัดเจนว่า... *'งานชิ้นแรก สำเร็จลุล่วงด้วยดี แล้วเจอกันที่เดิม พายอาร์'* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนฟีนิกซ์สีทองเสมือนครอบครัวเดียวกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%