พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 8

อาหารมื้อแรกที่ครัวคอนโด

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี้ยวนานนับชั่วโมง ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีเทาเข้มของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง มันควรจะเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอบอุ่น... ถ้าหากว่าเจ้าของห้องไม่ได้ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธใครมาสามชาติ นามบัตรสีดำสนิทประทับตรางูอัคคี พร้อมลายมือหวัดๆ ของ 'คทาธร' ยังคงวางอยู่บนโต๊ะรับแขกด้านนอก เปรียบเสมือนชนวนระเบิดเวลาที่ถูกจุดทิ้งไว้ และตอนนี้ รัศมีคุกรุ่นจากตัวคีย์ (คิรากร) ก็แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวผมลดต่ำลงฮวบฮาบ "เลิกทำหน้าเป็นยักษ์กินเมืองสักทีได้ไหมครับคุณคิรากร เดี๋ยวอาหารก็เสียรสชาติกันพอดี" ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับตักซุปใส่ชามเซรามิกสีขาวสะอาดตาอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะแอบลุ้นระทึกกับปฏิกิริยาของเจ้าพ่ออสังหาฯ  คนนี้ก็ตามทีเถอะ "หึ! คิดว่าทำอาหารมื้อนี้แล้วจะลบภาพความซุ่มซ่าม... หรือจะเรียกว่า 'ความสะשל' ของเธอที่ไปรับนามบัตรจากไอ้สวะนั่นมาได้งั้นเหรอพายอาร์" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนผมเผลอผถอยหลังไปชนขอบเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ส่วนสูงของเราจะต่างกันอยู่พอสมควรจนผมต้องแหงนขึ้นมองเล็กน้อย แต่เรื่องความมั่นใจ... ผมไม่เคยเป็นรองใคร "ผมไม่ได้ซุ่มซ่ามครับ แล้วผมก็ไม่ได้เต็มใจรับนามบัตรบ้านั่นมาด้วย มันยัดใส่มือผมต่างหาก... อีกอย่างนะ คุณเองต่างหากที่ปล่อยให้ช่องโหว่ในงานปาร์ตี้ธุรกิจนั่นเกิดขึ้น จนปล่อยให้คนของศัตรูเข้าถึงตัวผมได้ง่ายๆ แบบนั้น" ผมย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือนทำเอาคิ้วหนาของอีกฝ่ายกระตุกวูบ "พายอาร์!" คีย์กัดฟันกรอด มือหนาเอื้อมมาบีบเคาน์เตอร์ครัวคร่อมร่างผมไว้ทั้งสองข้าง กักตัวผมให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างอกแกร่งกับเคาน์เตอร์เย็นเฉียบ "คุณกำลังโทษฉัน?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความไม่พอใจ "ผมไม่ได้โทษครับ ผมแค่ 'วิเคราะห์' ตามข้อเท็จจริง" ผมจงใจเน้นเสียงคำว่าวิเคราะห์ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยยาพิษให้เขา "ถ้ารู้ว่าการมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่มันอันตรายและไร้การคุ้มกันแบบนี้... ผมคงคิดทบทวนดูใหม่อีกรอบแล้วล่ะครับ" ประโยคเดียวทำเอาคนตัวโตกว่าถึงกับชะงัก แววตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ไหววูบลงชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้นี่นะ ปากร้ายใจแข็งยิ่งกว่าหินผา แต่เวลากลัวจะเสียผมไป... อาการหวงก้างแบบเงียบๆ ของเขามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจริง "ปากดีนักนะ..." คีย์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ รดอยู่ข้างแก้มผม "คิดว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอเดินหนีไปไหนได้ง่ายๆ งั้นเหรอ อย่าฝันเลยพายอาร์" บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่วิ่งพล่านอยู่บนผิวหนัง ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบือนหน้าหนีสายตาดุร้ายคู่นั้น แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับเอื้อมมาเชยคางผมให้หันกลับไปสบตาตรงๆ "มองหน้าฉัน เวลาฉันพูดด้วย" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่น้ำหนักคำพูดกลับหนักแน่นและทรงพลังจนผมแทบหยุดหายใจ "ไม่ว่าไอ้คทาธรมันจะเล่นตลกอะไร... จำใส่สมองน้อยๆ ของเธอเอาไว้ ว่าเธออยู่ภายใต้การปกป้องของฉัน... และไม่มีใครหน้าไหนแย่งตัวเธอไปจากที่นี่ได้ทั้งนั้น" หัวใจของผมกระตุกวูบอย่างแรง คำประกาศิตที่ฟังดูเผด็จการแต่กลับแฝงความห่วงใยแบบสุดโต่ง ทำเอาความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา ไอ้ผู้ชายคนนี้นี่... ร้ายกาจชะมัด! รู้ทั้งรู้ว่าผมแพ้ทางสายตาแบบนี้ แล้วยังจะขยันใช้มันอยู่เรื่อย "ถ้า... ถ้าห่วงผมขนาดนั้น ทำไมไม่จัดการไอ้คนส่งนามบัตรนั่นซะล่ะครับ มัวแต่มายืนคาดคั้นผมอยู่ได้" ผมแกล้งเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความเขินที่เริ่มลามเลียขึ้นมาถึงใบหู คีย์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ทีจะได้เห็น "จัดการแน่... แต่ไม่ใช่ตอนนี้" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูผม กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง "ตอนนี้... ฉันสนใจ 'อาหารมื้อแรก' ที่เธอตั้งใจทำให้ฉันมากกว่า" พูดจบ มือหนาก็ละจากการกักตัว เปลี่ยนมาโอบเอวบางของผมให้ขยับเข้าไปชิดติดตัวเขาอย่างไร้ช่องว่าง ก่อนที่เขาจะถือวิสาสะหยิบช้อนซุปที่ผมตักเตรียมไว้ขึ้นมาตักชิมคำหนึ่งด้วยท่าทางสบายๆ "อืม... รสชาติใช้ได้" เขาพยักหน้าพึงพอใจ "ฝีมือไม่เลวเลยนี่ สำหรับเด็กจบใหม่" "ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ!" ผมโวยวายพร้อมกับดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของผมจะสะเทือนคนตัวโตได้ เขากลับรวบตัวผมแน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก "เด็กในสายตาฉัน... ก็คือเด็กวันยันค่ำนั่นแหละครับ" คีย์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากผม "โดยเฉพาะเด็กดื้อที่ต้องถูกทำโทษ..." ติ๊ง! เสียงสัญญาณเตือนจากลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายในห้องครัวลงทันที คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันไปมองทางประตูห้องด้วยแววตาที่เยียบเย็นลงในพริบตา ยังไม่ทันที่พวกเราจะได้ขยับตัวแยกออกจากกัน เสียงเคาะประตูดังปังๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่คุ้นหูอย่างยิ่งก็ดังทะลุเข้ามาในห้อง "คุณคีย์ครับ! แย่แล้วครับ! ทางโกดังสินค้าหลักที่ท่าเรือ... ถูกคนลอบวางเพลิง!" ร่างของ 'กร' เลขาคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก แต่ทว่า... เมื่อเขากวาดสายตามาเห็นภาพที่ผมกำลังถูกคีย์กักตัวไว้ในอ้อมแขนแนบชิดติดเคาน์เตอร์ครัว กรก็ถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน พูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปชั่วขณะ และในวินาทีนั้นเอง... คีย์ก็ค่อยๆ หันกลับมามองผม ช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ที่ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่า... *เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและเติมกำลังใจให้ฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%