"เท่าที่ผมคำนวณดูแล้ว โปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าโซนริมน้ำ น่าจะเหมาะกับการลงพื้นที่สำรวจวันพุธหน้านะครับน้องพาย... ว่าแต่ เย็นนี้ถ้าไม่รังเกียจ พี่on-site พาไปทานมื้อค่ำร้านลับริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน่อยไหมครับ พอดีพี่มีเรื่องอยากปรึกษาต่อยาวๆ เลย"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของ 'พี่กรณ์' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่จากบริษัทพันธมิตรดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ส่งมาให้ผมอย่างไม่ปิดบัง แถมเจ้าตัวยังจงใจขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยมาแตะจมูก
ผมกะพริบตาปริบๆ กำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามมารยาทแบบนิ่มนวลที่สุด เพราะเย็นนี้ผมมีนัดเคลียร์เอกสารกองโตให้เสร็จก่อนกลับคอนโด แต่ทว่า...
*เคร้ง!*
เสียงแก้วกาแฟเซรามิกถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น จนน้ำสีดำกระฉูลออกมาเปื้อนขอบจานรอง แรงปะทะนั้นรุนแรงเสียจนผมกับพี่กรณ์ต้องสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นตอเสียงทันที
ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้ม ไทด์เส้นแพงถูกคลายปมออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแกร่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเตาปฏิกรณ์ปรมาณูที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าผมด้วยซ้ำ แต่กลับจ้องเขม็งไปที่พี่กรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ขอโทษนะครับ... พอดีพายอาร์เขามีธุระส่วนตัวกับ 'เจ้านาย' ทั้งคืน... คงไม่มีเวลาว่างไปดินเนอร์กับใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นและเหยียดหยามนิดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของคิรากร... หรือก็คือไอ้มาเฟียจอมเผด็จการที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ข้างโต๊ะผมนี่เอง
ให้ตายเถอะ! นี่เขามายืนค้ำหัวพวกเราตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย? แล้วไอ้ประโยคแสดงความเป็นเจ้าของแบบหน้าด้านๆ นั่นมันอะไรกันครับ!
พี่กรณ์หน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อเจอสายตาและคำพูดพิฆาตของคีย์เข้าเต็มเปา สถาปนิกหนุ่มหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความอึดอัด ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาเชิงคำถาม
"เอ่อ... น้องพายครับ นี่คือ..."
"อ๋อ... หัวหน้างานผมเองครับพี่กรณ์ พอดี... เอ่อ พอดีท่านประธานเขาคงเครียดเรื่องงานน่ะครับ" ผมรีบแทรกขึ้นเสียงสูงเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ พลางส่งยิ้มแห้งส่งๆ ให้รุ่นพี่
แต่มีหรือที่คนอย่างคิรากรจะปล่อยผ่านง่ายๆ?
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเก้าอี้ของผมกับพี่กรณ์อย่างถือวิสาสะ มือหนายื่นลงไปปัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะผมออกเบาๆ แล้วทิ้งสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงานผมหน้าตาเฉย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของผมกับอกเสื้อของเขาแทบจะแนบชิด จนผมต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน
"หมดเวลาคุยเรื่องงานแล้วครับคุณสถาปนิก" คีย์ปรายตามองพี่กรณ์ด้วยหางตา น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัวเป็นบ้า "ส่วนคุณ... ถ้ายังไม่อยากให้โปรเจกต์ร้อยล้านนี้โดนพับฐานและขึ้นบัญชีดำบริษัทคุณอย่างไร้กำหนด กลับออกไปจากห้องนี้ซะตอนนี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนะครับ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหน้าซีดยังไม่ทันตั้งตัว พี่กรณ์รีบเก็บกระเป๋าแทบไม่ทัน ลุกขึ้นโค้งหัวให้ผมแบบงๆ ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวของผมไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย
ปึง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวเราทันที ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันขวับไปจ้องหน้าคนตัวโตที่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ ทันทีโดยไม่ต้องรักษามารยาทใดๆ ทั้งสิ้น
"นี่คุณ! ไปไล่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ผมทำไมเนี่ย! เสียมารยาทที่สุดเลยรู้ตัวไหมครับ!" ผมโวยวายใส่ทันที ดวงตาคงวาวโรจน์ด้วยความโมโห
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เขายืดตัวตรงแล้วโน้มใบหน้าลงมาหาผมช้าๆ จนดวงตาคมกริบคู่นั้นห่างจากผมแค่คืบเดียว ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนผมรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด
"หึง?" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามสั้นๆ แต่กลับทรงพลังจนผมชะงักกึก
"ฮะ? อะไรนะ... ใครหึงคุณ ใครบ้าจะไปหึงคุณกัน!" ผมเถียงกลับเสียงหลง หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวราวกองชุด พยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาคุกคามคู่นั้น แต่ทว่า... มือหนากลับยื่นมาจับปลายคางผมไว้มั่นบังคับให้หันกลับไปสบตาตรงๆ
"ก็เห็นๆ อยู่ว่ามันนั่งมองคุณตาเยิ้ม แถมยังชวนไปกินข้าวสองต่อสอง... ถ้าผมไม่เดินเข้ามาขัดจังหวะ ป่านนี้คุณคงพยักหน้ารับคำชวนมันไปแล้วใช่ไหมครับพายอาร์?" คีย์หรี่ตามองผมอย่างคาดคั้น น้ำเสียงมีความขุ่นเคืองเจืออยู่ชัดเจน
"แล้วมันกงการอะไรของคุณล่ะครับ? ผมจะเป็นเพื่อนกับใคร ไปกินข้าวกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของผม ไม่เกี่ยวกับเจ้านายแบบคุณสักหน่อย!" ผมเชิดหน้าเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปหลายริกเตอร์กับความใกล้ชิดนี้ก็ตาม
"ไม่เกี่ยวกับงั้นเหรอ?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาฟังสยองขวัญพิลึก รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มใจดีเลยสักนิด "จำไว้นะครับพาย... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป รอบตัวคุณห้ามมีหมาตัวไหนเข้ามาป้วนเปี้ยนอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น... ผมไม่ได้ไล่แค่วาจาแน่"
ผมเบิกตากว้างกับความเผด็จการไร้เหตุผลนั้น "คุณมัน... บ้าอำนาจที่สุด!"
"ครับ... ยอมรับว่าบ้า" คีย์ตอบหน้าตาเฉย ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูของผม กระซิบด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "และที่สำคัญ... ผมหวง... หวงมากด้วย บอกไว้ก่อนนะครับ"
คำพูดดื้อด้านแต่จริงจังจนหน้าเห่อร้อนทำเอาผมพูดไม่ออก ได้แต่เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอึดอัดปนความหวานล้ำที่ตีรวนจนปั่นป่วนไปหมด
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์มนั้นเอง
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของบุคคลที่สามที่พวกเราไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
"พายอาร์จ๋า... พี่... เอ๊ะ! คุณคิรากร?"
เสียงหวานใสของใครบางคนเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างระหงของ 'พิมพ์พิศา' ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่โตและอดีตคู่หมั้นหมายของคีย์ ที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของผมด้วยรอยยิ้มสดใส แต่สายตาที่เธอกำลังมองสำรวจเราสองคนที่ยืนประชิดตัวกันอยู่... กลับเต็มไปด้วยประกายความริษยาที่ซ่อนไว้ไม่มิด
คีย์ชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ส่วนผม... ได้แต่มองหน้าผู้หญิงคนนั้นสลับกับใบหน้าของมาเฟียหนุ่มที่เริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที
เกมนี้... ดูท่าว่าจะสนุกและอลหม่านกว่าที่คิดไว้เยอะเลยล่ะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมมานะครับ!
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 9
ใครกันที่หวงก้าง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!