"คุณช่วยถอยออกไปให้ห่างจากรัศมีสามเมตรก่อนเถอะครับคุณคิรากร... ประสาทสัมผัสของผมมันกำลังจะพังเพราะรังสีความเย็นเยือกของคุณอยู่แล้ว"
พายอาร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ ทว่าดวงตากลมโตกลับไหวระริกยามต้องสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากรเวลานี้คุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาสีสนิมเหล็กของมาเฟียหนุ่มหรี่แคบลง รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาเมื่อครู่ไม่ได้จางหายไปไหน หากแต่ถูกกดทับเอาไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็คงหาคำจำกัดความให้ตัวเองไม่ได้
สงครามประสาทที่เริ่มต้นขึ้นจากเรื่องไร้สาระเมื่อสิบนาที่อน กำลังลุกลามบานปลายจนกลายเป็นศึกย่อมๆ ที่ไม่มีใครยอมใคร
"ฉันไม่ได้เย็นใส่เธอ... แต่ฉันกำลังใช้ความคิด" คิรากรแค่นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มขยับกายเข้าประชิดโต๊ะทำงานมากยิ่งขึ้น จนพายอาร์ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "แล้วที่สำคัญ... อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง นายกำลังหลบเลี่ยงคำถามของฉัน"
"คำถามอะไรล่ะครับ? เรื่องที่รุ่นพี่ภาคภูมิเอาดอกไม้ช่อโตมาให้ผมที่แผนกต้อนรับเมื่อเช้า หรือเรื่องที่ผมยอมรับกาแฟแก้วนั้นจากเขา?"
คนตัวเล็กกว่าลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงเจือความกวนประสาทที่ทำเอาเส้นเลือดขมับของคนฟังเต้นตุบๆ คิรากรกัดกรามกรอดจนสันกรามคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภาพรอยยิ้มละไมของไอ้เด็กวิศวะท่าทางสำอางคนนั้นยังติดตา และมันกวนใจเขายิ่งกว่าโปรเจกต์พันล้านที่กำลังมีปัญหาเสียอีก
"นายกำลังอ่อยเขา... พายอาร์"
คิรากรพ่นคำพูดนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยความหึงหวงที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"โอ๊ะ! พูดจาให้เกียรติกันหน่อยนะครับคุณคีย์" พายอาร์เลิกคิ้วสูง แสร้งทำเป็นตกใจระคนขบขัน "รุ่นพี่เขาแค่อัธยาศัยดี เป็นสุภาพบุรุษ และที่สำคัญ... เขาไม่ได้ทำหน้ายักษ์ใส่ผมตลอดเวลาเหมือนใครบางคนแถวนี้"
"นี่นาย!"
"ผมทำไมล่ะครับ? หรือว่า... คุณกำลังหึงผมอยู่?"
ประโยคคำถามที่ยิงตรงแบบไม่มีกั๊ก ทำเอาห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ คิรากรชะงักไปทันที ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก
"หึง? นายเอาสมองส่วนไหนคิดพายอาร์?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ "คนอย่างคิรากรเนี่ยนะจะหึงเด็กกะโปโลปากจัดอย่างนาย? ฝันไปเถอะ!"
"ถ้าไม่ได้หึง... แล้วทำไมคุณต้องทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาสามวันแบบนั้นล่ะครับ?" พายอาร์หรี่ตามองอย่างจับผิด ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนนิ่งค้าง "มือก็กำแน่นจนเส้นเลือดปูด แถมยังจ้องผมตาไม่กระพริบ... อาการแบบนี้ ภาษาจิตวิทยาเขาเรียกว่า 'อาการของคนปากแข็งแต่ใจสั่น' นะครับคุณคีย์"
"พายอาร์!"
คิรากรคำรามลั่น ขยับตัวรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ตะครุบเหยื่อ ร่างสูงก้าวข้ามผ่านโต๊ะทำงานมาประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าในเสี้ยววินาที จนพายอาร์ผถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างไร้ทางหนี
แผ่นหลังบางแนบชิดกับตู้ไม้เนื้อแข็ง ขณะที่วงแขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นขวาซ้าย ขังร่างบอบบางเอาไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไอความร้อนจากร่างกายของคนตรงหน้า ทำให้ลมหายใจของพายอาร์เริ่มติดขัด
ใกล้... ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติของอีกฝ่าย
ดวงตาสคมก้มลงมองคนตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นสบตา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนจนพายอาร์รู้สึกวูบวาบในท้องอย่างประหลาด
"คิดว่าฉันกลัวคำขู่ของนายหรือไงหึ?" คิรากรกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "อยากรู้จริงนะ... ว่าปากเก่งๆ ของนายเนี่ย ถ้าโดนปิดสนิทด้วยวิธีอื่น มันจะยังกล้าพูดจายั่วโมโหฉันอยู่อีกไหม"
พายอาร์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ความกล้าที่มีเมื่อครู่เริ่มมลายหายไปทีละน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับโหมดคลั่งรักที่ถูกปลุกขึ้นมากลายๆ ของเจ้าพ่อหนุ่ม
"คุณ... คุณคีย์ ถอยไปเลยนะครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..."
"ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก ถ้าฉันไม่อนุญาต" คิรากรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำเอาพายอาร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กรงของราชสีห์ "แล้วก็เลิกเปลี่ยนเรื่องสักที... ตอบคำถามฉันมา เดี๋ยวนี้"
"คำ... คำถามอะไรอีกเล่าครับ" พายอาร์หลบสายตาวาววับคู่นั้น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"เรื่องที่นายบอกว่าฉันหึง..." คิรากรโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะกับแก้มใส น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด "ยอมรับความจริงมาเถอะพายอาร์... ว่านายเองก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำเหมือนกัน ตอนที่อยู่ใกล้ฉันแบบนี้"
เพล้ง!
เสียงคล้ายกระจกแตกในความรู้สึกของพายอาร์ดังขึ้น ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะที่เอวบางแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ เคมีร้อนแรงระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานสู่จุดเดือดจนแทบจะเผาผลาญอากาศหายใจรอบตัวให้มอดไหม้
ทว่า... ในวินาทีที่พายอาร์กำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกู้ฟอร์ม
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูอย่างรวดเร็ว ทำลายบรรยากาศสีชมพูอมแดงปนคุกรุ่นลงในพริบตา!
"คุณคิรากรคะ! เอกสารด่วนจาก...อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!"
เสียงแหลมสูงของเลขาฯ สาวหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกผลเปิดผางเข้ามาเต็มแรง!
คิรากรและพายอาร์ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน พายอาร์หน้าแดงก่ำรีบกระโดดถอยหลังไปยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ส่วนคิรากรใบหน้าหล่อเหลากลับบึ้งตึงสนิท ดวงตาสีสนิมเหล็กหันขวับไปจ้องเขม็งผู้มาใหม่ที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยความตกใจกลัวจนทำเอกสารในมือหล่นร่วงกระจายเต็มพื้น
"ออกไป!" คิรากรคำรามลั่นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด
**************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของเจ้าพ่อหนุ่มโบ้ของเรานะครับ!
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 21
คนปากร้ายเริ่มจะเสียอาการ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!