พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 14

จูบแรกที่ไม่ใช่การแสดง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคุณคิดว่ารอยยิ้มปานนางฟ้าตกสวรรค์นั่นจะทำให้ผมยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ล่ะก็... คุณคงประเมินความไร้ยางอายของ 'คิรากร' ต่ำเกินไปแล้วครับ คุณพายอาร์" ผมแค่นسنยิ้มหยันให้กับร่างบางที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องทำงานอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าเนียนใสไร้ที่ติประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ.ที่ทำเอาต่อมความหงุดหงิดในตัวผมเต้นตุบๆ ยิ่งกว่าจังหวะกลองเพล การปรากฏตัวของพายอาร์ในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน หมอนี่... หรือจะให้พูดให้ถูกคือ 'ตัวป่วน' ที่เข้ามาพลิกชีวิตอันสงบสุขของผมให้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม กำลังถือไพ่เหนือกว่าผมอย่างเห็นได้ชัด ไอ้รอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว... รอยยิ้มที่เหมือนแมวอิ่มท้องหลังจากขโมยปลาทูไปทั้งเข่ง! "แหม, ท่านประธานคีย์ครับ อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นสิครับ" พายอาร์ก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ เจ้าตัวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงลิบลิ่วราวกับเป็นห้องรับแขกที่บ้านตัวเอง แถมยังไขว่ห้างส่งสายตากรุ้มกริมมาให้อีกต่างหาก "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาทำลายแผนการชิงความเป็นใหญ่ในตลาดอสังหาฯ ของคุณหรอกนะ... แต่บังเอิญว่าเอกสารลับฉบับนี้ดันตกมาอยู่ในมือผมพอดี๊ พอดี" ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่ซ่อนความลับระดับมูลค่าหลายพันล้าน หัวใจผมกระตุกวูบแต่ภายนอกยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับมาเฟียผู้กุมอำนาจ ผมก้าวช้าๆ เข้าหาอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างเราลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งผมโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำพนักโซฟา กักขังร่างโปร่งเอาไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นที่เริ่มไหวระริกเล็กน้อย แต่กระนั้น เจ้าตัวก็ยังเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาผมอย่างไม่เกรงกลัว "คุณต้องการอะไร พายอาร์" เสียงของผมต่ำทุบ ลอดไรฟันออกมาทีละคำด้วยความกดดันที่ตั้งใจส่งไปให้อีกฝ่ายรับรู้ "ผมไม่ได้อยากได้เงิน... และก็ไม่ได้อยากได้หุ้นบริษัทคุณด้วยครับ" พายอาร์กระซิบตอบ เสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมบาดลึก "สิ่งที่ผมอยากได้... คือความจริง" "ความจริงเรื่องอะไร" "เรื่องที่คุณพยายามปกปิดมาตลอดสามปี... เรื่องที่ว่าทำไมจู่ๆ คุณถึงยอมลดตัวลงมาเป็นประธานบริษัทกระจอกๆ แห่งนี้ ทั้งที่คุณกุมอำนาจครึ่งหนึ่งของประเทศไว้ในมือ" พายอาร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มผม กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของอีกฝ่ายกำลังทำลายสมาธิอัน ให้ตายเถอะ... หมอนี่อันตรายเกินไปแล้ว ผมแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนไม่มีช่องว่างระหว่างเรา ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเจรจาพาทีอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป จากความหงุดหงิดกลายเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม "อยากรู้ความจริงเหรอครับ..." ผมกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "แต่คนมีความลับ... เขามักจะมีวิธีจัดการกับคนรู้น้อยเกินไปนะ" "คุณจะทำอะไร... อื้อ!" ผมไม่ปล่อยให้เขาได้พูดต่อ มือหนาคว้าท้ายทอยของคนอวดดีไว้มั่น ก่อนจะประกบจูบลงไปบนริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงนั่นทันที! มันไม่ใช่จูบเพื่อสั่งสอน ไม่ใช่จูบเพื่อขู่ขวัญ และแน่นอนว่า... มันไม่ใช่การแสดง! สัมผัสแรกที่แนบชิดทำให้ลมหายใจของผมสะดุด ริมฝีปากนุ่มหยุ่นมีความหวานละมุนอย่างไม่น่าเชื่อ พายอาร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ มือเล็กๆ ที่เคยดันอกผมไว้ค่อยๆ อ่อนแรงลงเมื่อผมขบเม้มริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ เป็นการลงโทษที่กล้ามาต่อรองกับคนอย่างผม ความหวานซ่านลึกแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รสชาติของความดื้อรั้นที่ผมอยากลิ้มลองมานานถูกปลดปล่อยออกมาผ่านจูบที่เริ่มทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมตักตวงความหวานนั้นด้วยความกระหาย หอบหายใจรดกันและกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน รู้ตัวอีกที แขนเรียวของอีกฝ่ายก็ยกขึ้นโอบรอบลำคอผมไว้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนเส้นผมของผมเพื่อระบายความวาบหวามที่เล่นงานจนแทบยืนไม่ไหว ในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้น ผมผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปลายจมูกของเรายังคงคลอเคลียกันอยู่ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษจูบ แก้มเนียนแดงก่ำราวกับผลไม้สุกงอม พายอาร์หอบหายใจหนักหน่วง เม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองด้วยความเขินอายปนสับสน ดวงตาที่เคยฉลาดเฉลียวและท้าทายในตอนแรก ตอนนี้กลับสั่นไหวระริกอย่างน่าเอ็นดู "นี่... คุณ..." พายอาร์ส่งเสียงประท้วงเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าไร้พิษสง "คุณจูบผมทำไม..." "ก็บอกแล้วไงครับว่าผมมีวิธีจัดการกับคนรู้น้อย" ผมยิ้มมุมปาก นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่ออย่างเบามือ "และถ้าคุณยังไม่เลิกพูดมาก... ผมจะจัดการคุณด้วยวิธีนี้อีกรอบ... หรืออาจจะมากกว่านั้น" พายอาร์หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม รีบเบือนหน้าหนีไปทางกระจกข้างเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่หูแดงแจ๋นั่นฟ้องทุกอย่างหมดแล้วครับ ผมหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเคมีร้อน1รุ่มที่อบอวลอยู่ระหว่างเราสองคน... ทว่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบหยอกล้ออีกครั้ง เสียงเคาะกระจกรถด้านนอกก็ดังขึ้นกะทันหัน! *ก๊อก! ก๊อก!* ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ หันไปมองนอกหน้าต่างด้วยแววตาหงุดหงิดระคนสงสัย และเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ข้างรถ... หัวใจที่เพิ่งสงบลงของผมก็กระตุกวูบอีกครั้ง ให้ตายเถอะ... ทำไมถึงเป็นหมอนั่น! คนที่ไม่มีทางควรจะมาโผล่อยู่ที่นี่ในเวลานี้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%