"ให้ตายเถอะ... ทำไมถึงเป็นหมอนั่น! คนที่ไม่มีทางควรจะมาโผล่อยู่ที่นี่ในเวลานี้!"
เสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของพายอาร์ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใส เผยให้เห็นใบเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธและ... ความสับสนที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด
ตรงหน้าของเขากลับไม่ใช่ใครอื่น—คิรากร มาเฟียหนุ่มผู้กุมอำนาจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ เจ้าของฉายา 'ปีศาจน้ำแข็ง' ที่ในยามนี้กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณบัณฑิตจบใหม่ หรือว่า... ดีใจจนพูดไม่ออกกันแน่"
คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่พายอาร์อยากจะคว้าแฟ้มเอกสารแถวนั้นปาใส่หน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน
"คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง นี่มันห้องทำงานส่วนตัวของผมนะ! แล้วอีกอย่าง... คุณควรจะอยู่บนเพนต์เฮาส์หรูโน่น ไม่ใช่มาเดินลอยชายทำตัวเป็นโรคจิตคุกคามผมแบบนี้!" พายอาร์พยายามรักษาระยะห่าง สองมือ
"โรคจิตเหรอครับ? หืม... คำก็โรคจิต สองคำก็โรคจิต ฟังดูใจร้ายกับสามี... เอ๊ย กับคนที่เพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนจังนะครับ" คิรากรจงใจเว้นวรรคคำพูดได้อย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกวาดมองร่างโปร่งที่ถอยร่นจนแผ่นหลังชนติดกับชั้นหนังสือ
พายอาร์เม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มันไม่ใช่เสียงเต้นจากความกลัว แต่มันคือจังหวะประหลาดที่เขาเกลียดชังที่สุด—จังหวะที่ควบคุมไม่ได้ตั้งแต่มีผู้ชายคนนี้เข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิต
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา... ตั้งแต่วันที่คิรากรเข้ามาพัวพันกับคดีความของบริษัทและลากเขาเข้าไปพัวพันในโลกมืดที่เต็มไปด้วยอันตราย ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็กลายเป็นเส้นขนานที่บิดเบี้ยว คิรากรปากร้าย เอาแต่ใจ และชอบใช้อำนาจกดขี่ แต่ทุกครั้งที่เขาตกอยู่ในอันตราย ผู้ชายคนนี้ก็มักจะก้าวเข้ามาปกป้องเสมอ... เหมือนเช่นตอนนี้
"ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วย และผมก็ไม่ได้อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ถอยไปได้แล้วครับ ผมจะทำงาน" พายอาร์เชิดหน้าขึ้น แม้ขาจะสั่นพับๆ แต่ศักดิ์ศรีไม่อนุญาตให้แสดงความอ่อนแอออกมาให้อีกฝ่ายเห็น
คิรากรไม่ยอมถอย กลับก้าวเข้าไปประชิดตัวมากขึ้น กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนพายอาร์ต้องกลั้นหายใจ ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ... บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ พายอาร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้จนเกินไป ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน
"ปากเก่งจังนะครับ... แต่ทำไมตอนที่อยู่ในรถคันนั้น ตัวถึงได้สั่นเป็นลูกนกแบบนั้นล่ะครับ หืม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพายอาร์ขนลุกซู่
"ผมไม่ได้สั่นเพราะกลัวคุณ... ถอยออกไปนะ!" พายอาร์ใช้มือดันแผงอกกว้างของอีกฝ่าย แต่คนตัวโตกลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหิน แถมยังรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"แล้วสั่นเพราะอะไรล่ะครับ... บอกผมหน่อยสิพายอาร์"
คำถามนั้นทิ่มแทงเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังอย่างจัง พายอาร์ชะงักค้าง ดวงตากลมโตไหวระริก เขาจะบอกความจริงได้อย่างไรเล่า ว่าเขาไม่ได้กลัวอันตรายภายนอกเลย... สิ่งเดียวที่เขากลัวและสับสนที่สุดในตอนนี้ คือความรู้สึกแปลกประหลาดในอกข้างซ้าย เวลาที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ต่างหาก
ความรู้สึกที่มันพยายามบอกว่า... เขาไม่ได้เกลียดสัมผัสนี้ และไม่ได้อยากผลักไสอีกฝ่ายออกไปอย่างที่ปากพูดเลยสักนิด
คิรากรเองก็ชะงักไปเช่นกัน เมื่อเห็นแววตาที่ฉายความสับสนและเปราะบางวูบหนึ่งผ่านดวงตากลมคู่นั้น ปกติแล้วพายอาร์จะเป็นเม่นน้อยที่กางหนามแหลมใส่ตลอดเวลา แต่ในยามนี้... ยามที่ดวงตาคู่นั้นฉายแววหวั่นไหว มันกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของมาเฟียหนุ่มกระตุกวาบอย่างรุนแรง
มือหนาที่ตรึงข้อมืออีกฝ่ายไว้ค่อยๆ คลายน้ำหนักลงสัมผัสแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้คนตรงหน้าจะแตกสลายคามือ สายตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ข้างใน
"คุณ... กำลังคิดอะไรอยู่คิรากร" พายอาร์เอ่ยถามเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความไม่มั่น
"ผมกำลังคิดว่า..." คิรากรเว้นจังหวะ ดวงตาส่อประกายความคลั่ง
"คิดว่าอะไรล่ะครับ..."
"คิดว่าผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ... ที่ยอมละทิ้งทุกอย่าง เพียงแค่เพราะอยากมาเห็นหน้าคนที่ปากดีใส่ผมทุกวันแบบนี้ไงล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน พายอาร์หลับตาปี๋ หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อรอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น...
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"คุณคิรากรครับ! แย่แล้วครับ สายรายงานมาว่าคนของเราที่คุมท่าเรือโดนตลบหลัง..."
เสียงลูกน้องคนสนิทที่พรวดพรากเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มของตนกำลังยืนคร่อมร่างของบัณฑิตหนุ่มบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีส่อความนัย
คิรากรผละตัวออกช้าๆ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตาดุร้ายมองลูกน้องที่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ก่อนจะหันกลับมามองพายอาร์ที่ยืนหายใจหอบ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจ
"เรายังคุยกันไม่จบนะครับพายอาร์..." คิรากรกระซิบเสียงต่ำด้วยความเสียดาย
ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะหันหลังเดินผละออกไปจากห้อง ทว่าก่อนจะก้าวพ้นประตู เขากลับหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองพายอาร์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"เตรียมตัวเก็บกระเป๋าซะ... คืนนี้ คุณต้องย้ายไปอยู่กับผมที่เพนต์เฮาส์!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้นะครับ
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 15
ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!