พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 33

พายไม่ยอมไปไหน

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกแรงบีบจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด คิรากรเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมอำนาจและควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ แต่ในวินาทีนี้ ภาพถ่ายใบสุดท้ายที่เพิ่งร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส กลับทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็งชั่วขณะ ไอ้สารเลวคนที่ยืนยันตัวตนในภาพ... ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่มันคือคนที่เขาลบชื่อออกสารบบชีวิตไปนานนับปี "หึ... เซอร์ไพรส์ไหมครับน้องชาย?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมห้อง มืดสลัวและไร้ซึ่งการได้รับเชิญ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวออกมาจากเงาแสงไฟ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความริษยาและพิษสงรอบตัว คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว "มึงกล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาที่นี่... กรวินท์" บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างพี่น้องต่างมารดาพุ่งสูงถึงขีดสุดในชั่วพริบตา แต่ก่อนที่คิรากรจะทันได้พุ่งตัวเข้าไปซัดหน้าคนไม่ได้รับเชิญ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างเพรียวบางของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ "คีย์! ผมสั่งให้คุณเซ็นเอกสารกองนี้—เฮ้ย..." พายอาร์ที่ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะชะงักฝีเท้าลงทันที เมื่อกวาดสายตาพบว่าในห้องไม่ได้มีแค่คิรากรตามลำพัง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง ทันทีที่เห็นรอยยิ้มพินาศสันตะโรบนใบหน้าของแขกผู้มาใหม่ คิรากรหันขวับมามองคนมาใหม่ทันที สีหน้าของเขาถมึงทึงและดุดันยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นคมดุฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อยที่เห็นพายอาร์เดินเข้ามาในดงกระสุนเช่นนี้ "พาย... ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเข้มจัดและเด็ดขาดจนเกือบเป็นคำสั่ง "นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมายุ่ง กลับห้องไปซะ!" พายอาร์ชะựngไปวูบหนึ่งกับความดุดันที่พุ่งใส่ แต่นายเอกของเราไม่ใช่ประเภทที่จะยอมถอยให้ใครง่ายๆ ชายหนุ่มก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนเคียงข้างร่างสูงของคิรากรอย่างไม่เกรงกลัวสายตาคุกคามของกรวินท์แม้แต่น้อย ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่งามจ้องมองกลับไปที่คิรากรด้วยความไม่พอใจ "พูดบ้าอะไรของคุณคีย์?" พายอาร์เถียงกลับทันควัน น้ำเสียงใสแต่เฉียบคม "ผมเป็นเลขาคุณนะ เอกสารกองนี้ต้องใช้ด่วน แล้วอีกอย่าง... ดูสภาพคุณตอนนี้สิ หน้าตาเหมือนคนพร้อมจะไปฆ่าคนอื่นได้ตลอดเวลา แบบนี้จะให้ผมปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ยังไงเล่า!" "พายอาร์..." คิรากรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาล หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างกลับกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มด้วยความดุดันพยายามขับไล่อีกฝ่ายให้ออกไปให้พ้นอันตราย แต่วินาทีนี้... เจ้าตัวเล็กกลับดื้อรั้นเสียยิ่งกว่าอะไร กรวินท์ที่ยืนมองละครฉากย่อมๆ ตรงหน้าหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมคมและบาดหูสิ้นดี "โอ้โห... น่าประทับใจเสียจริงครับคุณคิรากร นึกว่าเย็นชาจนหัวใจด้านชาไปหมดแล้ว ที่แท้ก็มีแมวเปอร์เซียตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ข้างกายรอดูนี่เอง" กรวินท์หรี่ตามองพายอาร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาคุกคามและดูแคลน "ว่าแต่... เด็กนี่รู้หรือเปล่าครับว่าคุณน่ะมันซ่อนความเน่าเฟะเอาไว้เบื้องหลังความสำเร็จพวกนี้ตั้งเท่าไหร่?" พายอาร์หันขวับไปจ้องหน้ากรวินท์ทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด ปากบางเม้มเข้าหากันก่อนจะเปิดฉากสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้คิรากรออกปาก "แล้วคุณเป็นใครล่ะครับ? อยู่ๆ ก็โผล่หัวเข้ามาในห้องทำงานคนอื่นแถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกโจรโรคจิตที่ไม่มีใครต้อนรับ ถ้าพูดจาภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่อง ก็เชิญไสหัวออกไปทางประตูเดิมที่คุณเข้ามาซะดีกว่า ดีกว่ายืนเห่าหอนน่ารำคาญแถวนี้!" "ปากดีนักนะเด็กนี่..." กรวินท์หน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเย้ยหยันเลือนหายไปแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ "ไม่รู้เลยสินะว่าไอ้ผู้ชายที่คุณยืนปกป้องอยู่น่ะ มันเหยียบย่ำคนอื่นมามากแค่ไหน..." "ผมไม่สนว่าใครจะเคยทำอะไรมาในอดีต!" พายอาร์ก้าวเข้าไปยืนบังหน้าคิรากรไว้ครึ่งหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว ร่างบางแผ่รังสีความดื้อดึงและปกป้องอย่างเต็มเปี่ยม "รู้แค่ว่าตอนนี้... เขาคือคนที่ผมเลือกจะอยู่ข้างๆ และถ้าคุณคิดจะมาหาเรื่องเขาในอาณาจักรของเขา... คุณก็ต้องเดินผ่านศพผมไปก่อน!" คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของพายอาร์ทำเอาคิรากรถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งที่ไหลทะลักเข้ามาจุกอกอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังบางที่ยืนหยัดปกป้องเขาอย่างไม่เกรงกลัวใคร ความรู้สึกคลั่งรักที่พยายามกดทับเอาไว้พวยพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ไอ้โบ้ตัวนี้... พร้อมจะยอมจำนนแทบเท้าเจ้าของร่างเล็กๆ คนนี้เสียแล้วจริง ๆ คิรากรเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของพายอาร์เบาๆ แต่สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด เขาดึงพายอาร์ให้ถอยหลังมาอยู่ข้างกายตนเองอย่างปลอดภัย ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกรวินท์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า "พูดจบหรือยังครับพี่ชาย..." คิรากรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนห้องทั้งห้องเย็นเยียบลงถนัดตา "ถ้าจบแล้ว ก็เชิญไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะลืมไปว่าเราเคยใช้นามสกุลเดียวกัน" กรวินท์กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ "แกจะเสียใจคิรากร... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!" พูดจบ กรวินท์ก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นจนห้องสะเทือน ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง พายอาร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันขวับมามองคิรากรที่ยืนจ้องหน้าตนเองนิ่งสนิท ดวงตาคมคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำเอาพายอาร์รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่ใบหน้า "มองอะไรเล่า? หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" พายอาร์บ่นอุบอิบ พยายามหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น "เมื่อกี้... พูดว่าอะไรนะครับ?" คิรากรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ รอยยิ้มเจ้าเลئاتปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ทบทวนคำพูดประโยคที่บอกว่าจะยืนหยัดอยู่ข้างผมให้ฟังอีกรอบสิครับ... หืม?" "ผมไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย หูฝาดไปเองรึเปล่าคุณนี่!" พายอาร์หน้าแดงก่ำ เถียงกลบเกลื่อนแล้วทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างคิรากรจะปล่อยให้หลุดมือ หมับ! ท่อนแขนแกร่งพุ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ดึงพายอาร์เข้าปะทะกับแผงอกกว้างจนเจ้าตัวเล็กอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน "ปล่อยเลยนะ! เอกสารตั้งกองโตบนโต๊ะนั่นยังไม่ได้สะสางเลยนะคุณคิรากร!" พายอาร์โวยวาย พยายามดันอกแกร่งออกแต่ก็ไร้ผลเมื่อเจอแรงช้างสารของมาเฟียหนุ่ม "ช่างเอกสารพวกนั้นก่อนเถอะครับ..." คิรากรกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู นัยน์ตาส่อแววคลั่งรักจนปิดไม่มิด "ตอนนี้... สิ่งเดียวที่ผมสนใจ คือเมียเด็กปากเก่งคนนี้ ที่เพิ่งประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมไปไหนจากผมต่างหากล่ะครับ" บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีกำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด จนกระทั่ง... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไรมารยาทของเลขาหน้าห้องอีกคน ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือในมือ "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทเรากำลัง..." คิรากรขบกรามกรอดด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสวีท ส่วนพายอาร์รีบใช้จังหวะนี้ผลكอกคิรากรออกแล้วหน้าแดงแจ๋หันไปสนใจหน้าจอโทรศัพท์ในมือเลขาแทน ทว่า... เมื่อก้มลงมองตัวเลขบนหน้าจอที่แสดงกราฟดิ่งเหว พายอาร์ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นตกธรรมดา... แต่ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของเครือบริษัทกำลังถูกแฮกจากบุคคลปริศนา! คิรากรหรี่ตาลงคมกริบ ก้าวเข้าไปคว้าแท็บเล็ตจากมือเลขามาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสัญลักษณ์รูป "ฟีนิกซ์สีดำสนิท" ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอหลักของระบบ พร้อมกับข้อความท้าทายที่พิมพ์ไว้เด่นชัดว่า— *"เกมแก้แค้นเพิ่งเริ่มต้น... น้องรัก"* ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%