เสียงปิดประตูห้องทำงานดัง "ปัง" สนั่นหวั่นไหว คือคำตอบเดียวที่คิรากรหยิบยื่นให้ หลังจากพายอาร์เพิ่งทำหน้าถอดสีและริมฝีปากสั่นระริกอยู่ตรงหน้า
ความเงียบงันในห้องชุดเพนต์เฮوسหรูหราใจกลางเมืองยามวิกาล บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศ ทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัดเป็นทวีคูณ พายอาร์ยืนกอดอก มือเรียวทั้งสองข้างจิกเข้าที่ต้นแขนตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา ดวงตากลมโตมองประตูไม้บานหนָที่เพิ่งปิดลงไปตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรัน
เขารู้ว่าคีย์กำลังโกรธ... โกรธมาก และความโกรธนั้นไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง แต่มันซ่อนความร้าวรานเอาไว้จนน่ากลัว
"ถ้าอยากจะผลักไสฉันนัก ทำไมไม่พูดมันออกมาตรงๆ เล่าไอ้คนปากแข็ง!" พายอาร์พึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นพร่า ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่คนอย่างพายอาร์ไม่มีวันยอมแพ้ให้กับการไล่ตะเพิดอย่างไร้เหตุผลหรอกนะ ในเมื่อก้าวขาเข้ามาในเกมนี้แล้ว เขาไม่มีวันถอยหลังกลับเด็ดขาด
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ร่างบางจะหมุนตัวเปิดมันพรวดออกไป ไม่ใช่เพราะง้อ แต่เพราะเขามีเรื่องต้องเคลียร์ให้รู้เรื่องในคืนนี้!
แต่ทว่า... หน้าห้องกลับว่างเปล่า มีเพียงซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาวางอยู่บนโต๊ะรับแขกหน้าประตูกลางห้องนั่งเล่น พายอาร์ขมวดคิ้วมุ่น ก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความระแวง นิ้วเรียวแกะเปิดปากซองอย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายนับสิบใบในนั้นร่วงกราวลงมากองบนพื้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นภาพตัวเองกำลังพูดคุยอยู่กับคู่แข่งทางธุรกิจของคิรากรเมื่อช่วงบ่ายวันก่อน
นี่สินะ... เหตุผลที่คิรากรระเบิดอารมณ์ใส่เมื่อครู่!
"เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว..." พายอาร์กัดริมฝีปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความร้อนรน เขาต้องรีบอธิบาย ก่อนที่ความเข้าใจผิดนี้จะกลายเป็นกำแพงหนาที่ไม่มีวันพังทลายลงมาได้อีก
ร่างบางสาวเท้าก้าวฉับๆ ไปยังห้องนอนใหญ่ที่คีย์ขังตัวเองอยู่ มือเรียวผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะสิทธิ์ความเป็นเจ้าของใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้คำพูดนับร้อยคำจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ
คิรากรยืนหันหลังให้ แสงไฟสลัวจากระเบียงสาดส่องกระทบแผ่นหลังกว้าง ไหล่หนานั้นไหววูบเล็กน้อยราวกับคนกำลังแบกรับความหนักอึ้งทั้งโลกไว้ บรรยากาศรอบตัวผู้ชายคนนี้ในตอนนี้ช่างโดดเดี่ยวและเปราะบางเหลือเกิน ไม่เหลือคราบมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ต่างหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ออกไปซะ พาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชาจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "ฉันบอกให้ 'ออกไป' จากชีวิตฉันไง ฟังไม่เข้าใจหรือไงวะ!"
"ไม่!" พายอาร์ตะโกนกลับเสียงดังลั่น ก้าวเท้าเข้าไปประชิดแผ่นหลังกว้างนั้นทันที มือเรียวเอื้อมไปคว้าจับข้อแขนแกร่งไว้แน่นเพื่อบังคับให้หันมาเผชิญหน้ากัน "คุณจะไล่ฉันกี่ครั้งก็ได้ จะทำหน้ายักษ์ใส่กี่รอบก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉันจากแค่ภาพถ่ายบ้าๆ พวกนั้น!"
คิรากรสะบัดแขนออกอย่างแรงจนพายอาร์เซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับยามมองกัน บัดนี้กลับแดงก่ำ เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดและความผิดหวังที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเกรี้ยวกราด
"ภาพถ่ายบ้าๆ งั้นเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหยัก "เธอคิดว่าฉันโง่มากใช่ไหมพายอาร์? คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าไอ้เวรนั่นมันจ้องจะเล่นงานฉันทางไหน แล้วเธอก็ยังเดินเข้าไปหา... ไปยืนยิ้มระรื่นอยู่ใกล้ชิดกับมันเนี่ยนะ!"
"ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น! ฉันแค่ไปเคลียร์เรื่อง... อุ๊บ!"
พายอาร์ชะงักคำพูดทั้งหมดไว้ทันที เมื่อคิรากรก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่าน
"เคลียร์เหรอ? ดี... งั้นอธิบายสิ ว่าเสียงครางหวานๆ ของเธอตอนที่อยู่กับมันเมื่อวาน มันหมายความว่ายังไง!" คิรากรคำรามเสียงต่ำชิดริมฝีปาก ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
พายอาร์อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนด้วยความตกใจกับข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินกว่าจะรับไหว "คุณ... คุณพูดบ้าอะไรออกมา! ฉันเนี่ยนะ... คุณเอาอะไรมาพูด!"
"หลักฐานมันคาตาขนาดนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอ!" คิรากรบีบเอวบางแน่นขึ้นด้วยความโกรธที่ครอบงำจนขาดสติ ความหึงหวงบดบังทัศนคติทุกอย่างจนหมดสิ้น "ที่ยอมเข้าหาฉัน ที่ยอมเข้ามาอยู่ในชีวิตฉัน... ทั้งหมดก็แค่ต้องการเป็นสายให้มันใช่ไหมพายอาร์!"
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง แรงปะทะทำให้หน้าของคิรากรหันไปตามแรงเหวี่ยง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วห้องทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนจ้องกันด้วยแววตาร้าวราน
พายอาร์ตัวสั่นเทาหยัดยืนด้วยความทิฐิ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น "ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น... ถ้าคุณคิดว่าทุกอย่างที่ผ่านมามันคือการหลอกลวง..." เสียงหวานสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "งั้นก็ตามใจคุณ! อยากจะไล่นักใช่ไหม งั้นฉันจะไป... ไปให้พ้นหน้าคุณเดี๋ยวนี้แหละ!"
พูดจบร่างบางก็สะบัดตัววิ่งหนีออกจากห้องนอนทันที น้ำตาแห่งความน้อยใจและเสียใจไหลรินไม่ขาดสาย หัวใจดวงน้อยแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กับคำดูถูกเหยียดหยามที่ได้รับ
คิรากรยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ฝ่ามือหนายกขึ้นแตะแก้มข้างที่โดนตบเบาๆ ความชาแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า แต่ความชาทางกายยังไม่เจ็บเท่าความเจ็บปวดในอกที่เพิ่งขับไล่คนที่รักที่สุดออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเอง
"โถเวเอ๊ย!" คิรากรสบถลั่นห้อง ชกหมัดเข้ากับผนังห้องอย่างแรงระบายความโกรธงี่เง่าของตัวเอง เขาพลาดแล้ว... พลาดอย่างมหันต์
ร่างสูงหมุนตัววิ่งตามออกไปทันทีด้วยความร้อนรน กลัวเหลือเกินว่าคนดื้อรั้นคนนั้นจะหายลับไปจากสายตาจริงๆ แต่ทว่า เมื่อเปิดประตูห้องนั่งเล่นออกมา ภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักกึก
พายอาร์กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องชุด... ท่ามกลางแขกไม่ได้รับเชิญที่ก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้พอดี
ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งยืนยิ้มมุมปาก ถือวิสาสะก้าวล้ำเข้ามาในห้อง พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"อ้าว... จะรีบไปไหนเหรอครับคนสวย ดูท่าทางทางนี้กำลังสนุกกันใหญ่เลยสินะ"
คิรากรเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกคนนั้นชัดเจน... ไอ้คนที่อยู่ในภาพถ่ายใบสุดท้าย!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ฟีนิกซ์สีทองมาตลอดนะครับ
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 32
ความห่างเหินที่ตั้งใจ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!