เสียงปรบมือแปะๆ สองครั้งดังขึ้นในความสลัวของห้องทำงานกว้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายอันตรายลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้น ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวออกมาจากเงานั้น ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับคิรากร หากแต่แววตากลับเย็นชาและไร้ซึ่งความปรานีสิ้นเชิง
"วางลงซะ... คิรากร ลูกชายตัวดีของฉัน"
น้ำเสียงนั้นทรงอำนาจและเยือกเย็น บรรยากาศในห้องพลิกผันเป็นสนามรบขนาดย่อมในเสี้ยววินาที พายอาร์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ใกล้รัศมีอันตรายเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรำรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างแผ่นหลังกว้างของคนที่ตนคุ้นเคย กับผู้มาใหม่ที่ยืนถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
คิรากรไม่ได้ลดปืนในมือลงทันทีอย่างที่ควรจะเป็น ไหล่กว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ สันจَرนของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บรรยากาศรอบตัวของมาเฟียหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความกวนประสาท ความเจ้าเล่ห์ หรือแม้แต่ความคลั่งรักที่มักจะมีให้พายอาร์เสมอเมื่ออยู่กันสองต่อสอง... บัดนี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าที่พร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"คุณพ่อ... ไม่คิดเลยนะครับว่าคนแก่ใกล้ลงโลงอย่างพ่อ จะยังมีความพยายามเดินมาตายถึงที่นี่ด้วยตัวเอง" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำ รอดไรฟัน ความเยือกเย็นในน้ำเสียงนั้นทำเอาพายอาร์ถึงกับขนลุกซู่
"ปากกล้าขึ้นนี่ ตั้งแต่มีเด็กนี่คอยตามติดเป็นเงาตามตัว แกคงลืมไปแล้วกระมังว่าใครกันแน่ที่สร้างสลัมอย่างแกให้กลายเป็นหมาติดปีกขึ้นมาได้" ผู้เป็นพ่อแค่นยิ้มหยัน ปืนในมืออีกฝ่ายถูกยกขึ้นเล็งมาทางบุตรชายอย่างไร้ความลังเล
"ถ้าคิดจะยิง ก็ลองดูว่ากระสุนในปืนของพ่อ กับความเร็วกระสุนของผม อันไหนจะเจาะกะโหลกอีกฝ่ายได้เร็วกว่ากัน"
คำพูดนั้นไม่ใช่การขู่เล่น พายอาร์เห็นดวงตาของคิรากรชัดเจนในมุมเสี้ยวหน้า รadสาดประกายความเหี้ยมเกรียมและอำมหิตอย่างที่คนเป็นนายเอกของเรื่องไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะมีด้านนี้ซ่อนอยู่ ด้านที่น่ากลัว... ด้านที่เป็นมาเฟียเลือดเย็นผู้ไร้หัวใจอย่างแท้จริง
"คีย์..." พายอาร์ส่งเสียงเรียกแผ่วเบา มือบางเอื้อมไปแตะชายเสื้อของคนตัวสูงโดยสัญชาตญาณ เพื่อหวังจะดึงสติให้อีกฝ่ายถอยออกมาจากขอบเหวแห่งความบ้าคลั่งนี้
แต่ปฏิกิริยาของคิรากรกลับทำให้พายอาร์สะดุ้งสุดตัว มือใหญ่ที่ถือปืนอยู่ตวัดกลับมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก ดวงตาคมกริบหันขวับมามอง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวคิรากรพุ่งตรงมาที่เขาเต็มๆ จนพายอาร์เผลอกลั้นหายใจ
"ถอยไปพาย! อย่ามายุ่ง!"
น้ำเสียงที่ตวาดใส่เป็นครั้งแรกนั้นทรงพลังและแข็งกรวดเสียจนพายอาร์หน้าซีดเผือด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นที่ข้อมือ แต่ที่เจ็บยิ่งกว่าคือแววตาที่คิรากรมองมา มันไม่ใช่แววตาของคนที่กำลังห่วงใย แต่มันคือสายตาดุดันของเสือร้ายที่กำลังไล่เหยื่อให้ออกไปจากอาณาเขตอันตราย โดยไม่สนว่าเหยื่อตัวนั้นจะรู้สึกอย่างไร
พายอาร์ยืนอึ้ง สมองขาวโพลน มือที่เคยพยายามย้อมใจให้เข้มแข็งสั่นเทาเล็กน้อย ภาพลักษณ์ของ 'คีย์' ผู้ชายปากร้ายแต่ใจดี คลั่งรัก ขี้อ้อน และคอยปกป้องเขามาตลอด พังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียง 'คิรากร' ผู้ทรงอิทธิพลผู้พร้อมจะฆ่าคนได้เลือดเย็นเพื่อชัยชนะ
"หึ ลูกชายฉันคงหลงเด็กนี่จนหัวปักหัวปำสินะ ถึงได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก" ผู้เป็นพ่อหัวسรเราะในลำคอ สายตากวาดมองพายอาร์ด้วยความเหยียดหยาม "งั้นเรามาดูกันว่า ถ้าเด็กนี่หายไปจากโลกนี้สักคน แกจะยังทำเป็นเก่งได้อยู่อีกไหม"
สิ้นคำพูดนั้น ลูกน้องชุดดำนับสิบคนที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน พร้อมอาวุธครบมือ
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
"ถ้าพ่อแตะต้องเส้นผมของเขาแม้แต่เส้นเดียว... ผมสาบานเลยว่า ต่อให้ต้องลากศพตระกูลเราทั้งหมดลงนรก ผมก็จะทำ"
พายอาร์หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างกาย หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยจิตสังหารนั้นสะท้อนก้องในโสตประสาท ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสงครามล้างผลาญของจริง สงครามที่เดิมพันด้วยชีวิต
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือระลอกใหม่ก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังที่พังเสียหาย
"ว้าว... ช่างเป็นครอบครัวที่รักกันปานจะกลืนกินเสียจริงนะ"
ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสหรูผู้กุมอำนาจลับอีกคนก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบยาพิษ เธอมองตรงมาที่พายอาร์ด้วยแววตาประสงค์ร้าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคิรากรแทบจะหยุดไหล
"น่าเสียดายจริ๊ง... ที่ความลับเรื่องที่เด็กนี่เป็นคนส่งข้อมูลให้ฉันมาตลอด จะถูกเฉลยในวินาทีนี้พอดี"
คิรากรชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบที่เคยจ้องมองพ่อของตน ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าพายอาร์ช้าๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"พาย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชื่อคนรักด้วยน้ำสั่นพร่า เจือไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่น่ากลัวยิ่งกว่ารังสีอำมหิตเมื่อครู่ "เธอบอกฉันซิ... ว่ามันไม่จริง"
พายอาร์หน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและความแค้นที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 31
เมื่อหน้ากากแตกสลาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!